เช็คลิสต์ฟีเจอร์เด็ดที่สายทำงานระดับโปรต้องมองหาในแท็บเล็ตคู่ใจตัวใหม่

เดี๋ยวนี้เรามีแท็บเล็ตให้เลือกในตลาดมากมายจนหลายคนอาจเลือกไม่ถูก เรามาเช็คลิสต์ฟีเจอร์เด็ดที่จำเป็นต่อการใช้งานสามารถเป็นแท็บเล็ตคู่ใจพกพาไปได้ทุกที่ทุกเวลา

แล็ปท็อปเครื่องเดียวอาจจะไม่เพียงพอสำหรับคนทำงานรุ่นใหม่อย่างพวกเราซะแล้ว เพราะนอกจากการทำงานสมัยนี้จะต้องการความรวดเร็วและความสะดวกสบายในการใช้งานที่เพิ่มขึ้น เรายังต้องการอุปกรณ์ทำงานเสริมอย่างแท็บเล็ตอีกเครื่องหนึ่งที่มีฟังก์ชันพิเศษครบครันพร้อมกับสเปกเครื่องที่เร็วแรงมารองรับการใช้เคลียร์งานนอก งานใน งานออฟฟิศ หรือแม้แต่งานโปรดักชันได้อย่างลื่นไหลและฉับไวที่สุด เนื่องจากการเปิดใช้งานอุปกรณ์ไอทีพร้อมกันสองหน้าจอสามารถช่วยประหยัดเวลาที่เราใช้หาข้อมูลงานเพิ่มเติมได้เป็นอย่างมาก ช่วยให้สามารถเปิดไฟล์งานหลายๆ ไฟล์ไปพร้อมกันแบบ Multi-tasking ได้ง่ายขึ้น และที่สำคัญคือยังสามารถผันตัวเป็นเครื่องทำงานสำรองที่เราพกพาไว้แก้งานในสถานการณ์ฉุกเฉินได้ด้วย เรามีเช็คลิสต์สเปกที่จำเป็นของแท็บเล็ตสายทำงานมาให้มองหาตามนี้

1.หน้าจอต้องใหญ่สบายตา

ขนาดหน้าจอคือหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการเลือกแท็บเล็ตทำงาน สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป ขนาดหน้าจอที่ใหญ่เกินไปอาจทำให้คุณพกติดตัวไปไหนมาไหนได้ไม่ถนัดเท่าไหร่เพราะมันทั้งหนักทั้งเทอะทะ แต่สำหรับคนทำงานระดับมืออาชีพ จอยิ่งใหญ่ ยิ่งมีความละเอียดภาพสูง และแสดงผลภาพได้ชัดเจนมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งช่วยให้คุณใช้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นแท็บเล็ตทำงานจึงควรมีขนาดจอใหญ่ประมาณ 10 นิ้วขึ้นไป ส่วนใครที่ทำงานสายโปรดักชัน อย่างเช่น งานตัดต่อวิดีโอหรืองานวาดภาพศิลป์ก็ใช้แท็บเล็ตระดับหน้าจอ 12 นิ้วไปเลย มาพร้อมกับความละเอียด Full HD+ (1920×1080 ขึ้นไป) เพื่อให้ได้ภาพที่คมชัดแบบไม่ต้องเสียสายตาจากการเพ่งจอ

ซึ่งในจุดนี้ แท็บเล็ต HUAWEI MatePad Pro 12.6-inch ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี ด้วยหน้าจอ OLED ใหญ่ขนาด 12.6 นิ้วของตัวเครื่อง ความละเอียดสูงถึง 2560 x 1600 240 PPI และยังมีค่าอัตราส่วน Contrast Ratio สูงถึง 1,000,000:1 รองรับการแสดงผลสีถึง 16.7 ล้านสี ทำให้สามารถส่งมอบภาพที่คมชัดและสมจริงที่สุด แถมแท็บเล็ตตัวนี้ยังใช้การดีไซน์หน้าจอแบบ HUAWEI FullView Display อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์หัวเว่ยด้วยอัตราส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่องที่สูงสะใจถึง 90% ทั้งยังได้มาตรฐานการป้องกันแสงสีฟ้าจาก TÜV Rheinland ที่ช่วยถนอมสายตาจากการใช้งานหน้าจอนานๆ

2.แบตฯ ต้องอึด สเปกเครื่องต้องดี เพื่อการทำงานระดับไฮเอนด์ได้แบบไม่มีสะดุด

เรื่องสำคัญที่ต้องมองเป็นอันดับที่สองรองจากหน้าจอแท็บเล็ตก็คือความจุของแบตเตอรี่และสเปกเครื่อง เพราะสองปัจจัยนี้มีผลโดยตรงต่อประสบการณ์การทำงานของคุณ เนื่องจากคุณต้องเปิดแท็บเล็ตสำหรับทำงานไว้ข้างๆ คอมพิวเตอร์แล็ปท็อปตลอดทั้งวันอยู่แล้ว หากใช้ไปได้แค่ 3-4 ชั่วโมงแล้วต้องมานั่งรอเสียบปลั๊กชาร์จแบตเตอรี่ใหม่ก็คงจะไม่สะดวกเท่าไหร่ ที่สำคัญเสปกเครื่องทั้ง RAM และ ROM ก็ไม่ควรจะน้อยเกินไปเพื่อไม่ให้เกิดอาการโหลดไฟล์ช้าหรือเครื่องค้างหากเปิดแอปพลิเคชันทำงานพร้อมกันหลายตัว

ดังนั้นอย่าลืมมองหาแท็บเล็ตที่สามารถเปิดใช้งานติดต่อกันได้อย่างน้อย 7-10 ชั่วโมง สำหรับแท็บเล็ต HUAWEI MatePad Pro 12.6-inch แม้จะมีหน้าจอขนาดใหญ่แต่ก็ใช้แบตเตอรี่รุ่นอึดถึกทน มีความจุถึง 10,050 mAh รองรับการเปิดดูวิดีโอติดต่อกันได้นานถึง 14 ชั่วโมงแบบออฟไลน์ และใช้เล่นเว็บไซต์หรือเปิดใช้ทำงานได้สบายๆ ถึง 7 ชั่วโมงติดต่อกัน รวมทั้งยังมีฟีเจอร์ชาร์จเร็ว HUAWEI SuperCharge 40 วัตต์ ที่ช่วยให้ชาร์จไฟเร็วขึ้นและรองรับการชาร์จแบบไร้สายด้วย ส่วนสเปกเครื่องก็ใช่ย่อย โดยตัวเครื่องมาพร้อมกับหน่วยความจำ (RAM) ขนาด 8 GB และความจุ (ROM) สำหรับไฟล์และแอปพลิเคชันงานต่างๆ ถึง 256 GB รวมทั้งมีลำโพงทรงพลัง harman/kardon มาให้ถึง 8 ตัว และรองรับเทคโนโลยี Wi-Fi 6+ จากเสารับสัญญาณภายในมากถึง 29 ตัว เพื่อการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในการทำงานที่เสถียรมากขึ้นอีกด้วย

3.ซอฟต์แวร์ที่รองรับการทำงานประสานกันระหว่างเครื่อง

นอกจากจุดเด่นด้านสเปกเครื่องหรือ “ฮาร์ดแวร์” ฟีเจอร์ด้าน “ซอฟต์แวร์” หรือแอปพลิเคชันสำหรับรองรับการทำงานต่างๆ บนแท็บเล็ตก็เป็นจุดที่สายทำงานรุ่นใหม่อย่างพวกเราไม่ควรละเลย โดยเฉพาะฟีเจอร์การทำงานร่วมกับอุปกรณ์ไอทีเครื่องอื่นอย่างคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปหรือแม้แต่สมาร์ทโฟน เช่น การโอนไฟล์ การแชร์หน้าจอ หรือการขยายเป็นหน้าจอทำงานจอที่สอง เป็นต้น ซึ่งปกติแท็บเล็ตสวนใหญ่จะไม่ได้มาพร้อมกับฟีเจอร์เหล่านี้ ดีที่แท็บเล็ต HUAWEI MatePad Pro 12.6-inch มาพร้อมกับฟีเจอร์เจ๋งๆ อย่าง HUAWEI Multi-screen Collaboration with laptop 

ซึ่งมีโหมดการใช้งานพิเศษมาให้ 3 โหมด ได้แก่ Mirror Mode ที่ผู้ใช้ สามารถควบคุมการใช้งานบนแล็ปท็อปผ่านหน้าจอแท็บเล็ตได้เลย Extend Mode ที่จะเปลี่ยนแท็บเล็ตให้เป็นจอภาพจอที่สองของเครื่องคอมพิวเตอร์แล็ปท็อป ช่วยให้คุณขยายขีดความสามารถในการมองเห็นได้เยอะกว่าเดิม และ Collaborate Mode ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการรับส่งไฟล์ต่างๆ ไปมาระหว่างแท็บเล็ตและแล็ปท็อปได้รวดเร็วไร้สะดุด นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ Multi-Window ที่ทำให้สามารถเปิดใช้งานหน้าต่างทำงานได้สูงสุดถึง 4 แอปพลิเคชัน 4 หน้าจอพร้อมกัน พร้อมด้วยฟีเจอร์ HUAWEI Share ให้คุณสามารถใช้แท็บเล็ตร่วมกับสมาร์ทโฟนหัวเว่ยเพื่อเขียนบันทึกหรือตอบข้อความจากแอปพลิเคชันในแท็บเล็ตได้อีกด้วย

4.อุปกรณ์เสริมครบครันเพื่อการทำงานที่ครอบคลุม

อีกหนึ่งสิ่งที่คุณควรมองเอาไว้ด้วยก็คือบรรดาอุปกรณ์เสริมที่มาพร้อมกับแท็บเล็ตทำงานที่คุณเลือก เพราะอุปกรณ์เหล่านี้สามารถช่วยให้คุณใช้ทำงานได้ครอบคลุมทุกความต้องการและทำได้รวดเร็วขึ้นกว่าเดิม รองรับอุปกรณ์เสริมอัจฉริยะ 2 ชิ้น ได้แก่ HUAWEI M-Pencil (2nd generation) ด้วยฟีเจอร์พิเศษที่ส่งมอบความรู้สึกในการเขียนได้ใกล้เคียงกับดินสอหรือปากกาจริงที่สุด รองรับค่าความหน่วงต่ำ ไวต่อแรงกดถึง 4,096 ระดับ และมาพร้อมกับฟีเจอร์ FreeScript ที่ช่วยเปลี่ยนลายมือให้เป็นตัวพิมพ์และฟีเจอร์ Instant Shape ปรับรูปทรงเลขาคณิตรวมถึงตารางให้เป็นรูปเป็นร่างได้โดยอัตโนมัติสำหรับใช้ในไฟล์งานต่างๆ อุปกรณ์เสริมอัจฉริยะอีกหนึ่งชิ้นก็คือ HUAWEI Smart Magnetic Keyboard ที่มีระยะห่างระหว่างปุ่มกด 1.3 มม. ให้อารมณ์ไม่ต่างจากการพิมพ์คอมพิวเตอร์แล็ปท็อป ทั้งยังมีน้ำหนักบางเบา สามารถประกอบกับแท็บเล็ต HUAWEI MatePad Pro 12.6-inch โดยมีน้ำหนักรวมกันไม่ถึง 1 กิโลกรัมเท่านั้น

สำหรับคนทำงานคนไหนที่กำลังมองหาแท็บเล็ตทำงานดีๆ ซักตัวแล้วปักใจว่า HUAWEI MatePad Pro 12.6-inch นี่แหละคือแท็บเล็ตที่ใช่ก็ต้องรีบไปหามาไว้ในครอบครองได้เลย ขอแนะนำสีใหม่สุดคลาสสิก Olive Green วางขายแล้วในราคาสุดพิเศษ 34,990 บาท โดยมาพร้อม HUAWEI M-Pencil (2nd generation) และ HUAWEI Smart Magnetic Keyboard พ่วงด้วยของสมนาคุณมูลค่ารวม 3,427 บาท เมื่อซื้อสินค้าระหว่างวันที่ 6 – 23 กรกฎาคม 2564 รับไปเลย HUAWEI Classic Backpack, HUAWEI Cloud (50GB ระยะเวลา 3 เดือน), HUAWEI VDO (ระยะเวลา 1 เดือน), WPS VIP (ระยะเวลา 3 เดือน) และ FilmoraGo VIP (ระยะเวลา 3 เดือน) โดยสามารถสั่งซื้อและดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/3wk0zYB รวมถึง HUAWEI Store, JD Central, Lazada, Shopee, HUAWEI Experience Store และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

Message us