Google.org มอบเงิน 7.5 ล้านเหรียญ ช่วยบรรเทาวิกฤตโควิด-19 ในไทย และอีก 5 ประเทศในเอเชีย

เนื่องด้วยประเทศไทยและประเทศใกล้เคียงกำลังเผชิญวิกฤตโควิด-19 ที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง วันนี้ Google จึงได้ประกาศมอบเงินสนับสนุนจำนวน 7.5 ล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมด้วยการสนับสนุนอื่นๆ เพื่อช่วยบรรเทาวิกฤตการแพร่ระบาดในปัจจุบัน

Google.org ซึ่งเป็นหน่วยงานเพื่อการกุศลของ Google จะมอบเงินสนับสนุนจำนวน 1.5 ล้านเหรียญสหรัฐให้กับองค์การยูนิเซฟเพื่อสนับสนุนความต้องการเร่งด่วนในการตอบสนองต่อสถานการณ์โควิด-19 ใน 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย มาเลเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และปากีสถาน ภายใต้เงินสนับสนุนจำนวนนี้ จะมีการจัดสรรสำหรับการให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศไทยเป็นจำนวน 300,000 เหรียญสหรัฐ โดยองค์การยูนิเซฟจะนำเงินสนับสนุนส่วนนี้ไปใช้ในการจัดหาอุปกรณ์สุขอนามัย เช่น สบู่ เจลล้างมือ สเปรย์แอลกอฮอล์ หน้ากากผ้า และยาฆ่าเชื้อ

ด้วยความร่วมมือกับพันธมิตรองค์กรพัฒนาเอกชน อุปกรณ์เหล่านี้จะถูกส่งไปยังจังหวัดที่มีความเสี่ยงสูงและได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกล่าสุดนี้ ไม่เพียงเท่านี้ องค์การยูนิเซฟจะยังคงเดินหน้าให้การสนับสนุนภาครัฐและภาคประชาสังคมในการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และลดอัตราการเจ็บป่วยและเสียชีวิต รวมถึงการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต 

แจ็คกี้ หวาง Country Director, Google ประเทศไทย กล่าวถึงการสนับสนุนในครั้งนี้ว่า “จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในปัจจุบันทำให้แรงกดดันมหาศาลตกอยู่ที่ระบบสาธารณสุข และเงินสนับสนุนที่ Google.org มอบให้แก่องค์การยูนิเซฟในครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับการสนับสนุนของเราสำหรับประเทศไทยในช่วงเวลาวิกฤตเช่นนี้ นอกจากนี้ เรายังคงมุ่งมั่นช่วยให้คนไทยเข้าถึงข้อมูลและเครื่องมือต่างๆ ได้อย่างทันท่วงที เพื่อทำให้ทุกคนได้รับข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ ไม่พลาดการติดต่อสื่อสาร และปลอดภัยในสถานการณ์ปัจจุบัน”

ด้าน คาริน ฮัลชอฟ ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก กล่าวว่า “ขอขอบคุณ Google.org ที่ให้การสนับสนุนองค์การยูนิเซฟ เรายังคงเดินหน้ารับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง โดยให้การเข้าถึงวัคซีนโควิด-19 และบริการต่างๆ อย่างเป็นธรรมแก่กลุ่มประชากรที่เปราะบางที่สุด การตอบสนองต่อวิกฤตการณ์ในระดับสากลเท่านั้นที่จะสามารถปกป้องอนาคตของเด็กทุกคนและชุมชนที่พวกเขาอาศัยอยู่ และเราจะยังคงเดินหน้าทำงานร่วมกับพันธมิตรของเราต่อไป โดยจะอาศัยความเชี่ยวชาญ โซลูชันที่เป็นนวัตกรรม และการระดมทุนที่มีความยืดหยุ่นของเหล่าพันธมิตร เพื่อช่วยลดผลกระทบจากโควิด-19 ในภูมิภาคนี้และทั่วโลก” 

นอกเหนือจากเงินสนับสนุนที่มอบให้กับองค์การยูนิเซฟแล้ว Google.org ยังจะมอบเงินสนับสนุนอีก 1 ล้านเหรียญสหรัฐให้กับสหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (International Federation of Red Cross and Red Crescent Societies – IFRC) เพื่อตอบสนองความต้องการเร่งด่วนด้านการจัดหาออกซิเจนและอุปกรณ์ทางการแพทย์ในอินโดนีเซีย นอกจากนี้ Google.org จะมอบทุนสนับสนุนจากโครงการ Ad Grants จำนวน 5 ล้านเหรียญสหรัฐให้กับหน่วยงานรัฐบาลท้องถิ่นและองค์กรต่างๆ ทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งรวมถึงประเทศไทย

เพื่อนำไปใช้ในการประชาสัมพันธ์ข้อมูลด้านสาธารณสุขผ่านแคมเปญโฆษณา Google Ads ได้ฟรี ตั้งแต่ปีที่แล้ว Google ได้มอบทุนสนับสนุนจากโครงการ Ad Grants จำนวนกว่า 27 ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อสนับสนุนรัฐบาลท้องถิ่น รวมถึงองค์การอนามัยโลก (World Health Organization – WHO) ที่ได้ทำการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลสาธารณะ (Public Service Announcement – PSA) ไปแล้วกว่า 343 ล้านครั้ง เพื่อช่วยให้ผู้คนได้ทราบถึงวิธีดูแลตนเองให้ปลอดภัยและข้อเท็จจริงต่างๆ เกี่ยวกับวัคซีนโควิด-19 

ไม่เพียงเท่านั้น นับตั้งแต่ที่เกิดการระบาดใหญ่ Google.org ยังได้มอบทุนสนับสนุนสำหรับการแจกจ่ายวัคซีนในเอเชียและทั่วโลกผ่านองค์กรพันธมิตรเพื่อวัคซีน หรือ GAVI (Global Alliance for Vaccines and Immunization) นอกจากนี้ Google ยังมุ่งมั่นที่จะทำให้ทุกคนในประเทศไทยค้นพบข้อมูลที่เป็นประโยชน์และทันท่วงทีผ่านเครื่องมือและผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น การให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับโควิด-19 จากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้บน Google Search และ YouTube นอกจากนี้ Google ยังได้ทำงานร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการในการพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ระดับประเทศเพื่อให้แน่ใจว่าการศึกษาในประเทศไทยยังคงดำเนินต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการทำงานร่วมกับกระทรวงพาณิชย์และพันธมิตรภาคเอกชนในการพัฒนาโครงการ ‘Saphan Digital’ เพื่อให้การฝึกอบรมที่ครอบคลุมสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในประเทศไทยเกี่ยวกับทักษะที่จำเป็นในการทำธุรกิจออนไลน์