เปิดตัว Google Pixel 4 และ Pixel 4 XL ราคาเริ่มต้น 24,400 บาท พร้อมขาย 24 ต.ค.นี้

เห็นภาพหลุดกันมาจนเกือบจะอิ่ม ในที่สุดก็ได้ฤกษ์เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว กับ Google Pixel 4 และ Pixel 4 XL ที่เราเอามารายการกันแบบสดๆ ร้อนๆ จาก New York กันเลย

เริ่มด้วย Pixel 4 มีมาทั้งหมด 3 สี คือขาว, ดำ และสีพิเศษจำนวนจำกัดอย่างสีส้ม พร้อมเปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าแล้ววันนี้ ส่งเครื่องได้วันที่ 24 ตุลาคม ราคาจำหน่าย Pixel 4 เริ่มที่ $799 ประมาณ 24,400 บาท ส่วน Pixel 4 XL เริ่มที่ $899 ประมาณ 27,400 บาท

[youtube v=”_F7YRde8DuE”]

สำหรับสเปก Pixel 4 XL ใช้หน้าจอขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียด Quad HD ส่วน Pixel 4 ใช้ขนาด 5.7 นิ้ว ความละเอียด 1080p ทั้งคู่มีค่า Refresh Rate หน้าจอที่ 90Hz ให้ความลื่นไหลมากกว่าหน้าจอปกติทั่วไป

แต่จะมีการปรับลดมาเหลือ 60Hz ในบางช่วงจังหวะการใช้งาน โดยที่เราแทบจะไม่รู้สึกหรือสังเกตเห็นเลย เพื่อประหยัดพลังงานแบตเตอรี่

Google Pixel 4

ชิปที่ใช้เป็น Qualcomm Snapdragon 855 มาพร้อมความจุในตัวที่ 64 GB และ 128 GB ส่วนแรมให้มาเป็นขนาด 6GB

ขอบด้านบนของหน้าจอติดตั้งเซนเซอร์มาหลายตัว ที่ช่วยให้มีความสามารถใหม่ 2 อย่าง ตัวแรกคือเซนเซอร์ปลดล็อกใบหน้า ส่วนอีกตัวคือระบบ Motion Sense สามารถควบคุมเครื่องด้วยการโบกมือไปมา โดยไม่ต้องสัมผัสที่หน้าจอ

Google Pixel 4

ฟีเจอร์หลังนี้ได้มาจากเซนเซอร์ชนิดใหม่ เป็นเรดาร์ Soli ที่จะคอยตรวจจับการเคลื่อนไหวของมือเราที่โบกไปมา แล้วแปลงเป็นคำสั่งต่างๆ ให้ตัวเครื่องทำงาน เช่นการสั่งเล่นหรือหยุดเพลง หรือการเลื่อนไปเพลงต่อไป เป็นต้น และถ้าหากว่าใครที่ลองใช้แล้วไม่ค่อยชื่นชอบเจ้าฟังชั่นนี้สักเท่าไหร่ ก็สามารถปิดได้ทุกเมื่อ

ส่วนระบบกล้อง เพิ่มเลนส์ใหม่ Telephoto สำหรับการซูมภาพระยะไกลมาให้ในรุ่นนี้ ระยะที่ได้คือ 2x Google ก็ใส่ซอฟต์แวร์มาให้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นโหมด Night Sight ที่ช่วยเปิดกล้องเอาไว้ให้นานขึ้น รับแสงได้มากขึ้น สำหรับการถ่ายภาพกลางคืนหรือที่แสงน้อย

มีระบบ Live HDR+ ให้ดูภาพที่ผ่านการปรับแต่งแสงแบบ HDR จากตัวเครื่องได้เลยทันทีแบบ Real-Time และยังมีตัวเลื่อนปรับค่าเงา Shadow ถ้าหากว่าต้องการปรับแสงภาพจากระบบ HDR เพิ่มเติมเอง

Google บอกว่ามีการปรับปรุง White Balance มาใหม่ ในทุกโหมดการถ่ายภาพ ให้แม่นยำมากกว่าเดิม สีสมจริงยิ่งขึ้น

ส่วนด้านการอัดเสียงมีแอป Recorder ที่สามารถบันทึกเสียงของเรา แล้วเปลี่ยนให้กลายเป็นตัวหนังสือได้ทันที โดยที่ไม่ต้องมานั่งพิมพ์หรือถอดเทป เอามาค้นหาข้อมูลคำพูดที่อัดไว้ทีหลังได้สะดวกรวดเร็วกว่าเดิมมาก

ทั้งหมดนี้ทำงานได้จากตัวเครื่องเองเลย โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยการประมวลจากระบบ Cloud มาช่วยแต่อย่างใด

Google Pixel 4

ที่มา: The Verge