ชไนเดอร์ แตกไลน์อีคอมเมิร์ซ เพิ่มช่องทางการซื้อ นำร่องกับผู้ประกอบการโรงตู้

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค แตกไลน์อีคอมเมิร์ซ เพิ่มช่องทางการซื้อ นำร่องกับผู้ประกอบการโรงตู้ ตอบโจทย์ธุรกิจคู่ค้าที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์

ประสบการณ์ไร้กรอบ สวิตช์-เต้ารับ แบบปรับแต่งได้ อย่างกับ gadget

โลกหมุนไปข้างหน้า เทคโนโลยีไม่เคยหยุดนิ่ง ทำให้แม้กระทั่ง สวิตช์ไฟ และเต้ารับหรือปลั๊กไฟไร้กรอบ สวิตช์-เต้ารับแบบปรับแต่งได้ อย่างกับ gadget

กรอบการทำงานเพื่อสร้างความยั่งยืน ช่วยขับเคลื่อน อุตสาหกรรม ดาต้าเซ็นเตอร์ มุ่งสู่เป้าหมายด้านความยั่งยืนได้อย่างเห็นผล

ความต้องการในการเปลี่ยนสู่ดิจิทัลมากขึ้น ผลักดันให้เกิดความต้องการให้มีรายงานเกี่ยวกับผลกระทบด้านสภาพแวดล้อมที่มีมาตรฐานสำหรับ ดาต้าเซ็นเตอร์

รีโนเวทบ้านใหม่ สวิตช์ไฟ ต้องห้าม!!! (พลาด)

บ้านที่อยู่มานานจำเป็นต้องได้รับการซ่อมบำรุง ต้องใส่ใจดูแล หรือบางที่ก็สสมควรแก่เวลา รีโนเวทบ้านใหม่ สิ่งที่ห้ามพลาดเลยก็คือ สวิตช์ไฟ

ชไนเดอร์ เผยความผันผวนรุนแรงในตลาด ทำให้การเร่งสู่ ระบบดิจิทัล เป็นเรื่องจำเป็นยิ่ง

ชไนเดอร์ เผยเมื่อผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค ต้องเผชิญกับความผันผวนรุนแรงในตลาด การเร่งสู่ ระบบดิจิทัล เป็นเรื่องจำเป็นยิ่ง

การผสานรวมเทคโนโลยีสารสนเทศ เข้ากับ เทคโนโลยีเชิงปฏิบัติการ คือโลกใบใหม่ของอุตสาหกรรมดิจิทัล

ปีที่แล้ว เราพูดถึงการให้ความสำคัญมากขึ้นกับเอดจ์สำหรับอุตสาหกรรม ว่าเป็นปัจจัยเร่งการปรับกระบวนการสู่ดิจิทัลและเป็นสิ่งจำเป็นในการเพิ่มการประมวลผลแบบเรียลไทม์  การผสานรวมของโลกเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) เทคโนโลยีเชิงปฏิบัติการ คือโลกใบใหม่ของอุตสาหกรรมดิจิทัล และเป็นความท้าทายสำหรับบริษัทด้านอุตสาหกรรมอีกหลายแห่งเช่นกัน โลกไอทีถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ในขณะที่โลกโอทีถูกขับเคลื่อนด้วยการผลิต ซึ่งเป็นการผลิตต่อหน่วยต่อชั่วโมง ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ ความปลอดภัยของบุคลากร ฯลฯ  ในปัจจุบัน ถ้าจะมีการบริหารจัดการการผลิต ก็เพื่อดูแลค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างกำไรเพิ่ม และสร้างความยั่งยืน ฯลฯ ซึ่งก็ต้องอาศัยข้อมูลจากระบบธุรกิจ แล้วบรรดาคนไอทีเหล่านั้นล่ะ?  คนไอทีมักจะรู้แค่เรื่องสองเรื่องเกี่ยวกับประสิทธิภาพของเครือข่าย และการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ ซึ่งเป็นรากฐานที่ช่วยให้ระบบเหล่านี้แข็งแกร่ง ซึ่งจะสำเร็จได้นั้น ก็คือทั้งไอทีและโอทีจำเป็นต้องทำงานร่วมกัน นั่นคือเหตุผลที่เราได้ทำงานร่วมกับซิสโก้ โดยดึงเอาประสบการณ์ด้านไอที/โอที รวมกันกว่า 85 ปีมาช่วยลูกค้าของเราเชื่อมความแบ่งแยกทางเทคโนโลยีและวัฒนธรรมการทำงานเข้าหากัน  เราได้ทบทวนแนวทางด้านระบบออโตเมชันเพื่อนำประโยชน์ที่ดีที่สุดของไอทีมาใช้ได้ง่ายขึ้นและเร็วขึ้น เพื่อช่วยลูกค้าตอบโจทย์ความต้องการเรื่องความคล่องตัวได้ในศตวรรษที่ 21 และเราก็ได้เห็นผลลัพธ์ที่น่าพอใจในหลายประการด้วยกัน การผนึกกำลังระหว่างไอทีและโอที ช่วยแก้ปัญหาความท้าทายของอุตสาหกรรมปัจจุบัน เมื่อเร็วๆ นี้ ซิสโก้และชไนเดอร์ อิเล็คทริค(Schneider Electric) ได้ช่วยบริษัททำเหมืองแห่งใหญ่ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสามของโลก เปลี่ยนวิสัยทัศน์แห่งอนาคตสู่ความเป็นจริงได้ เพื่อปรับปรุงเรื่องการดำเนินการของเหมืองได้อย่างยั่งยืน พร้อมกับดึงดูดคนทำงานใหม่ๆ บริษัทฯ จึงตัดสินใจเพิ่มระบบออโตเมชั่นด้านการดำเนินงานและเพื่อให้ควบคุมเหมืองต่างๆ ได้จากระยะไกล การจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการภูมิภาคส่วนกลางสำหรับเหมืองแร่เหล็กในประเทศออสเตรเลีย ช่วยให้สามารถดำเนินการในส่วนของเหมืองทั้งหมด รวมถึงระบบรางและท่าเรือได้จากที่เดียว  ระบบออโตเมชันที่มีการเชื่อมโยงกับระบบตั้งตารางเวลา (scheduling systems) ช่วยลดการสูญเสียพลังงานในระหว่างการขนส่ง ในขณะที่ศูนย์ควบคุมจากส่วนกลางซึ่งอยู่ใกล้กับศูนย์กลางประชากรหลักๆ ยังช่วยลดความจำเป็นโดยที่พนักงานไม่ต้องทำงานในสถานที่ห่างไกล องค์ประกอบหลักบางประการของโครงการ ได้แก่ ระบบรถบรรทุกเหมืองที่ทำงานได้แบบอัตโนมัติ ซึ่งช่วยให้ขนย้ายสิ่งต่างๆ ได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มผลิตผล […]

การสร้างความยั่งยืนให้ ดาต้าเซ็นเตอร์ คือสิ่งจำเป็น

ในขณะที่ความต้องการในการปฏิรูปสู่ระบบดิจิทัลเพิ่มขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ภาคส่วนต่างๆ ที่มีบทบาทสำคัญมากที่สุดในโลกไม่ว่าจะเป็นภาคเกษตรกรรม อาคาร และการก่อสร้าง ตลอดจน ดาต้าเซ็นเตอร์ ไอที พลังงานและสาธารณูปโภคด้านต่างๆ คือสิ่งจำเป็น การนำเรื่องความยั่งยืนมาใช้เป็นด่านหน้าของกลยุทธ์ในองค์กร เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าเราต่างยืนอยู่บนทางแยก เพราะสิ่งที่เราตัดสินใจในปัจจุบัน นอกจากจะส่งผลถึงอนาคตคนรุ่นใหม่แล้ว ยังส่งผลต่อโลกทั้งใบ เรื่องนี้กลายเป็นความชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั่วโลก และเนื่องจากความยั่งยืนไต่ระดับสู่การเป็นวาระสำคัญขององค์กรและผู้บริโภค เราจึงได้เห็นว่าองค์กรหลายแห่งกำลังใช้ความริเริ่มที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มาขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกเพื่อมอบประโยชน์แก่โลกที่เราอาศัยอยู่ เทคโนโลยีจึงกลายเป็นปัจจัยหลักที่สร้างศักยภาพให้แก่ภาคธุรกิจ รวมถึงผู้บริโภค ซึ่งตลอดปีที่ผ่านมา มีการพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล โดยชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประเมินว่าภายในปี พ.ศ. 2578 ภาคไอทีทั่วโลก จะมีการใช้ไฟฟ้า สูงขึ้นถึง 8.5% เมื่อเทียบกับอัตราการเพิ่ม 5% ในปี พ.ศ.2564 นอกจากนี้ อุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ ก็จะกลายเป็นอุตสาหกรรมที่ต้องรับหน้าที่หลักในการขับเคลื่อนการดำเนินงานที่สร้างความยั่งยืน ในการมีส่วนร่วมโดยตรงต่อเป้าหมายการพัฒนาความยั่งยืนของสหประชาชาติ  5 ประการ  (SDGs) ความยั่งยืนและภาคอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ ผู้ประกอบการดาต้าเซ็นเตอร์หลายแห่งในปัจจุบัน ตั้งแต่ไฮเปอร์สเกลเลอร์ ไปจนถึงผู้ให้บริการคลาวด์และโคโลเคชั่น ได้นำร่องตลาดไปก่อนแล้ว ด้วยการทำเป็นแบบอย่างพร้อมประกาศเจตนารมย์อันแรงกล้าต่อสาธารณชนเกี่ยวกับความมุ่งมั่นในเรื่อง Net Zero โดยนำแนวทางที่ให้ความยั่งยืนมากขึ้นมาใช้ในธุรกิจดิจิทัล ตัวอย่างเช่น Microsoft ได้เริ่มหันไปใช้พลังงานลมแบบหมุนเวียน ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะใช้กันมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการที่ทั้งภาครัฐบาลและประชาชนต่างให้ความสนใจและมีความต้องการใช้พลังงานหมุนเวียนกันมากขึ้น เรื่องนี้ คือความจริงที่กำลังเป็นที่สนใจอย่างมากในภาคโคโลเคชั่น และในการสำรวจที่จัดทำขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ โดยชไนเดอร์ […]

Schneider Electric เปิดตัว APC UPS ชูความโดดเด่นด้านประสิทธิภาพ และราคา

Schneider Electric เปิดตัว APC UPS สำหรับธุรกิจหลากหลาย ชูความโดดเด่นด้านประสิทธิภาพ และราคา ช่วยประหยัดพลังงาน พร้อมการบริการ เสียเปลี่ยนฟรี

ดิจิทัลและไฟฟ้า ช่วยเรา ฟื้นฟูโลก สู่ความเป็นสีเขียว ให้ได้เร็วที่สุด

เรากำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญยิ่ง เพราะปัจจุบันสิ่งที่คนบนโลกส่วนใหญ่ล้วนเห็นชัดเจนเหมือนกันคือ โลกเรากำลังเสื่อมถอยลงซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการดำเนินกิจกรรมของมนุษย์ ซึ่งหากเราไม่รีบดำเนินการอย่างรวดเร็วในตอนนี้ เพื่อ ฟื้นฟูโลก สู่ความเป็นสีเขียว ให้กลับคืนมา โลกและชีวิตทั้งหลายบนโลกใบนี้ก็จะถูกทำลายลงอย่างกู่ไม่กลับด้วยอุณหภูมิที่สูงขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าจะมีความคืบหน้าให้เห็นอยู่บ้าง แต่เราก็ยังห่างไกลจากแนวทางในการหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดเรื่องดังกล่าวขึ้น การทำลายล้างทั้งสภาพความเป็นอยู่และชีวิตต่างๆ กำลังเกิดขึ้นด้วยเหตุการณ์ด้านสภาพอากาศที่เลวร้ายที่เกิดถี่ขึ้นเรื่อยๆ ทั้งน้ำท่วม อากาศหนาวจัด คลื่นความร้อนและพายุ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศคือภัยคุกคามครั้งใหญ่ที่สุดที่มนุษย์เคยพบเห็นมา ซึ่งหากปราศจากการดำเนินการแก้ไขอย่างทันท่วงที โลกก็จะร้อนขึ้น 4.1 – 4.8 องศาเซลเซียสภายในสิ้นศตวรรษนี้ ความเป็นจริงที่โหดร้ายคือเราไม่เหลือเวลาแล้ว เราจำเป็นจะต้องดำเนินการตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา ปีที่ผ่าน ทศวรรษที่ผ่านมา เพื่อเปลี่ยนแปลง ฉะนั้นเรากำลังเผชิญกับโอกาสที่เลือนหายไปอย่างรวดเร็วในการที่จะหลีกเลี่ยงภัยพิบัติและหยุดความเสียหาย ซึ่งเราจะต้องดำเนินการโดยเร็ว  ความหวังที่ริบหรี่คือ ท้ายที่สุดแล้วเรากำลังได้เห็นความตั้งใจที่จะรับมือและลงทุนเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในการฟื้นฟูความเป็นสีเขียวให้กลับคืนมาสู่โลก มอบผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงในเวลาที่กำหนด ด้วยเวลาที่มีอยู่อย่างจำกัดในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ เราจำต้องให้ความสำคัญกับการดำเนินการและโซลูชันที่สร้างผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ได้ ในเวลาที่สั้นที่สุด อีกทั้งสร้างศักยภาพในระบบเศรษฐกิจเพื่อฟื้นฟูและก้าวต่อไปได้ การดำเนินการที่ว่าคือ กำจัดของเสียตลอดวงจรชีวิต เร่งนำระบบไฟฟ้ามาใช้เนื่องจากเป็นแหล่งพลังงานที่ช่วยกำจัดก๊าซเรือนกระจก ลงทุนในเทคโนโลยีดิจิทัลและทักษะต่างๆ ที่ช่วยขับเคลื่อนให้เกิดประสิทธิภาพ ส่งเสริมความร่วมมือกับทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อดำเนินตามแผนฟื้นฟูหลังโควิด การกำจัดของเสียตลอดวงจรชีวิตเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรก การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศคือปัญหาด้านพลังงานที่สำคัญสุดเป็นอันดับหนึ่ง เพราะ ‘พลังงานมีส่วนในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของโลกถึง 80 เปอร์เซ็นต์’ เนื่องจากเราพยายามที่จะเปลี่ยนโลกไปสู่การขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาด ซึ่งเป็นหนึ่งในวิธีที่เร็วที่สุดในการหยุดปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วยการกำจัดของเสีย มีเพียงหนึ่งในสามของพลังงานที่ผลิตได้ทั้งหมด ที่จะถูกแปลงเป็นพลังงานที่มีประโยชน์ไว้ใช้ในภาคขนส่ง อุตสาหกรรม อาคาร และอุปกรณ์ต่างๆ ส่วนที่เหลือคือพลังงานที่สูญหายไปหรือเสียไปกับกระบวนการผลิตและการส่งต่อ เมื่อพูดถึงอาหารและแฟชั่นเป็นสิ่งที่ดึงดูดความสนใจของเราของเสีย ขยะพลาสติก ของเสียมักจะถูกมองข้ามและถูกด้อยค่าในส่วนของแผนงานและการลงทุนเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจะลดลงไปได้ครึ่งหนึ่งหากสามารถกำจัดพลังงานที่สูญหายและของเสียได้ […]

Schneider Electric ปรับโฉมผลิตภัณฑ์ อัดฟีเจอร์ไฮเทค รับโรงงาน อาคารแห่งอนาคต

Schneider Electric ด้านการจัดการพลังงานและระบบออโตเมชั่น ปรับโฉมผลิตภัณฑ์ใหม่ พร้อมฟีเจอร์ IoT ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการปฏิรูปสู่ดิจัล

Schneider เปิดตัว อีโคสรัคเจอร์ ไมโคร ดาต้าเซ็นเตอร์ มาตรฐาน IP และ NEMA สำหรับสภาพแวดล้อมการใช้งานที่ทนทานภายในอาคาร

Schneider Electric เปิดตัว อีโคสรัคเจอร์ ไมโคร ดาต้าเซ็นเตอร์ มาตรฐาน IP และ NEMA สำหรับสภาพแวดล้อมการใช้งานที่ทนทานภายในอาคาร

ทำไมระบบบริหารจัดการโครงสร้างดาต้าเซ็นเตอร์จึงเป็นสิ่งจำเป็นมากยิ่งขึ้น

ย้อนกลับไปยังปี 2020 ช่วงเวลาที่เหมาะกับการพิจารณาความคืบหน้าที่ทางทีมงาน Schneider Electric ได้ดำเนินการมา ผลงานเด่นที่น่าชื่นชมคือ DCIM

1 2 3

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save