Intel เปิดตัว Intel Core Series 3 อย่างเป็นทางการ โมบายซีพียูตระกูลใหม่ที่ออกแบบมาสำหรับตลาด Value โดยเฉพาะ ครอบคลุมทั้งกลุ่มนักเรียน ธุรกิจขนาดเล็ก และอุปกรณ์ Edge Computing ชิปผลิตบนกระบวนการ Intel 18A ซึ่งเป็นโหนดการผลิตที่ล้ำสมัยที่สุดในสหรัฐอเมริกา พร้อมรองรับ AI สูงสุด 40 Platform TOPS และคาดว่าจะมีแล็ปท็อปจากพาร์ทเนอร์กว่า 70 รุ่นวางจำหน่ายตลอดปีนี้
Intel Core Series 3 ถือเป็นโมบายซีพียูในตระกูล Core Series ตัวแรกที่พร้อมรองรับการประมวลผล AI แบบ Hybrid เต็มรูปแบบ สะท้อนทิศทางที่ Intel ต้องการขยาย AI PC จากตลาดพรีเมียมสู่กลุ่มผู้ใช้ทั่วไปในราคาที่เข้าถึงได้มากขึ้น
สถาปัตยกรรมใหม่ ประสิทธิภาพสูง ไม่กินไฟ
Intel Core Series 3 ใช้การออกแบบแบบ Hybrid Core ที่ผสม P-core สถาปัตยกรรม Cougar Cove สูงสุด 2 คอร์ สำหรับงานหนัก เข้ากับ Low Power E-core สถาปัตยกรรม Darkmont สูงสุด 4 คอร์ สำหรับงานเบาและการถนอมแบตเตอรี ระบบจะสลับการใช้งานแบบอัตโนมัติตามโหลดจริง ทำให้แล็ปท็อปทำงานได้ทั้งวันโดยไม่ต้องพะวงหาปลั๊ก
ในแง่ประสิทธิภาพพลังงาน ตัวเลขจากการทดสอบชี้ว่า Intel Core 7 360 กินไฟต่ำกว่า Intel Core 7 150U รุ่นก่อนหน้าถึง 64% ในการสตรีม YouTube 4K และ 62% ขณะใช้งาน Zoom พร้อม AI Effects ส่งผลให้แบตเตอรีมีอายุการใช้งานจริงสูงสุดถึง 18.5 ชั่วโมงในการสตรีม Netflix, 12.5 ชั่วโมงสำหรับงาน Office และ 9.6 ชั่วโมงสำหรับ Zoom Call พร้อม AI Effects
AI ใน PC ราคาประหยัด ครั้งแรกในตระกูล Core Series
หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญของ Intel Core Series 3 คือการนำ Intel NPU 5 (Neural Processing Unit รุ่น 5) มาใส่ไว้ในโมบายซีพียูระดับ Value เป็นครั้งแรก NPU คือชิปประมวลผล AI โดยเฉพาะที่ทำงานแยกจาก CPU และ GPU ช่วยให้ฟีเจอร์ AI เช่น การปรับภาพในการประชุมออนไลน์ การสร้างเนื้อหา และ AI Assistant ทำงานได้รวดเร็วโดยไม่ดึงทรัพยากรจากส่วนอื่น
ทั้งระบบรวม CPU + NPU + GPU รองรับการประมวลผล AI สูงสุด 40 Platform TOPS (TOPS = จำนวนการคำนวณ AI ล้านล้านครั้งต่อวินาที) และรองรับแอปพลิเคชันที่ปรับแต่งสำหรับ AI แล้วมากกว่า 250 แอป รวมฟีเจอร์ AI กว่า 400 รายการ
ด้านกราฟิก ใช้ Xe3 GPU Architecture สูงสุด 2 Xe-cores รองรับหน้าจอสูงสุด 3 จอ 4K/60Hz พร้อมกัน และประสิทธิภาพ AI GPU สูงกว่ารุ่นก่อน Core 7 150U ถึง 2.7 เท่า วัดจาก Geekbench AI 1.6 GPU FP16
เปรียบกับ PC 5 ปีที่แล้ว อัปเกรดคุ้มแค่ไหน
Intel นำเสนอตัวเลขเปรียบเทียบกับ PC อายุ 5 ปี (ใช้ Intel Core i7-1185G7) เพื่อตอบกลุ่มผู้ใช้ที่ยังไม่ได้อัปเกรดมาหลายปี ผลการทดสอบแสดงให้เห็นว่า Intel Core 7 360 ทำได้ดีกว่าในทุกด้านอย่างมีนัยสำคัญ ทั้ง Single Thread สูงกว่า 47%, Multi Thread สูงกว่า 41%, ตัดต่อภาพดีกว่า 31%, เปิดเว็บเร็วกว่า 45%, การผลิตงานเร็วกว่า 26% และ GPU AI ดีกว่าถึง 2.8 เท่า
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าสำหรับผู้ใช้ที่วางแผนอัปเกรดตามรอบ 5 ปี Intel Core Series 3 ให้การเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ในการใช้งานจริงทุกวัน ตั้งแต่การเปิดเบราว์เซอร์หลายแท็บ การประชุม Zoom ไปจนถึงการใช้เครื่องมือ AI สร้างเนื้อหา
การเชื่อมต่อและความปลอดภัยระดับองค์กร
ด้านการเชื่อมต่อ Intel Core Series 3 รองรับ Intel Wi-Fi 7 (R2) ที่ให้ความเร็วสูงขึ้นและ Latency ต่ำลงเมื่อเทียบกับ Wi-Fi 6E, Bluetooth Core 6.0 สำหรับการจับคู่อุปกรณ์ไร้สาย และพอร์ต Thunderbolt 4 สูงสุด 2 พอร์ต ซึ่งรองรับการถ่ายโอนข้อมูลความเร็วสูงและชาร์จในพอร์ตเดียวกัน
ในด้านความปลอดภัย ชิปมี Intel Partner Security Engine ที่ฝังระบบป้องกันข้อมูลในระดับฮาร์ดแวร์ ทำให้ข้อมูลได้รับการคุ้มครองแม้ระบบปฏิบัติการจะถูกโจมตีก็ตาม เหมาะสำหรับองค์กรและธุรกิจที่ต้องการความปลอดภัยระดับสูง

6 รุ่นให้เลือก ตั้งแต่ Core 3 ถึง Core 7
Intel Core Series 3 มี SKU ให้เลือกทั้งหมด 6 รุ่น โดยทุกรุ่นมี Processor Base Power 15W และ Turbo สูงสุด 35W รองรับ RAM สูงสุด 48GB (LPDDR5X) หรือ 64GB (DDR5 SO-DIMM)
- Intel Core 7 360 — 6 คอร์, Turbo 4.8 GHz, NPU 17 TOPS, GPU 2Xe/21 TOPS, Intel SIPP
- Intel Core 7 350 — 6 คอร์, Turbo 4.8 GHz, NPU 17 TOPS, GPU 2Xe/21 TOPS
- Intel Core 5 330 — 6 คอร์, Turbo 4.6 GHz, NPU 16 TOPS, GPU 2Xe/20 TOPS, Intel SIPP
- Intel Core 5 320 — 6 คอร์, Turbo 4.6 GHz, NPU 16 TOPS, GPU 2Xe/20 TOPS
- Intel Core 5 315 — 6 คอร์, Turbo 4.4 GHz, NPU 15 TOPS, GPU 2Xe/18 TOPS
- Intel Core 3 304 — 5 คอร์, Turbo 4.3 GHz, NPU 15 TOPS, GPU 1Xe/9 TOPS
รุ่น 360 และ 330 รองรับ Intel SIPP (Stable Image Platform Program) เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการความเสถียรในระยะยาว
แล็ปท็อปรุ่นแรกวางขายแล้ว พาร์ทเนอร์กว่า 15 แบรนด์
ระบบที่ใช้ Intel Core Series 3 จาก OEM พาร์ทเนอร์เริ่มวางขายตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2569 โดยแบรนด์แรกที่วางตลาดได้แก่ Acer (Aspire Go 14/15/16), HP (Omnibook 5 14), Honor (MagicBook X14/X15), MSI (Modern 14S/16S) และ Tecno (Megabook K14S/K15S/K16S)
แบรนด์รายใหญ่อย่าง ASUS (Vivobook 14/15/17, ExpertBook B3/B5), Lenovo (ThinkBook, ThinkPad E, IdeaPad Slim 3i/5i) และ Samsung (Galaxy Book 6) มีกำหนดวางขายในช่วงครึ่งปีหลัง ขณะที่ระบบ Edge Computing ที่ใช้ Intel Core Series 3 จะเริ่มวางขายในไตรมาส 2 ปี 2569
รวมทั้งหมดคาดว่าจะมีดีไซน์จาก OEM พาร์ทเนอร์มากกว่า 70 รุ่นภายในปีนี้ ทำให้ผู้ซื้อมีตัวเลือกในหลากหลายฟอร์มแฟคเตอร์และราคา
ติดตามข่าวสาร อัปเดตเทคโนโลยี รีวิวของใหม่ก่อนใคร ได้ทาง www.techoffside.com และ ช่องทางโซเชียล Facebook, Instagram, YouTube และ TikTok
