การตัดสินใจของ Apple ที่เปลี่ยนโครงสร้าง iPhone 17 Pro และ Pro Max จากไทเทเนียมกลับมาเป็นอลูมิเนียม หลังจากใช้วัสดุพรีเมียมมาเพียง 2 รุ่น เหตุผลหลักคือการแก้ปัญหาระบบระบายความร้อน iPhone ที่ประสบปัญหา Thermal Throttling มาตั้งแต่ยุคชิป A17 Pro
ทาง PhoneArena ได้ทำการทดสอบด้วยกล้องความร้อน FLIR เปรียบเทียบระหว่าง iPhone 16 Pro (ไทเทเนียม) กับ iPhone 17 Pro (อลูมิเนียม) เผยให้เห็นความแตกต่างชัดเจน
การทดสอบเริ่มจากหลังใช้งานหนักเพียง 3 นาที iPhone 16 Pro มีจุดร้อนสูงสุดที่ 41°C โดยความร้อนกระจุกตัวอยู่บริเวณเดียว ในขณะที่ iPhone 17 Pro อลูมิเนียม มีอุณหภูมิสูงสุดเพียง 36°C และกระจายความร้อนไปทั่วโครงเครื่อง
เมื่อใช้งานต่อเนื่องถึง 10 นาที ความแตกต่างยิ่งชัดเจนขึ้น iPhone 16 Pro ร้อนถึง 45°C ซึ่งอยู่ในระดับที่อึดอัดต่อการถือ แม้ความร้อนจะกระจุกตัวเฉพาะบริเวณเดียว ส่วน iPhone 17 Pro มีอุณหภูมิสูงสุดที่ 42°C แต่กระจายไปทั่วโครงเครื่อง ทำให้ไม่มีจุดร้อนจัดที่เครียดต่อชิ้นส่วนภายใน
สิ่งที่น่าสนใจคือเรื่องการคลายอุณหภูมิ โดยเมื่อหยุดใช้งาน ทั้งสองรุ่นคายความร้อนได้ใกล้เคียงกัน หลังพักเครื่อง 5-10 นาที อุณหภูมิลดลงมาในระดับเดียวกัน แสดงว่าข้อได้เปรียบของอลูมิเนียมอยู่ที่ระหว่างการใช้งานเท่านั้น
นอกจากการเปลี่ยนวัสดุ Apple ยังได้เพิ่มระบบ Vapor Cooling Chamber ที่ทำงานโดยใช้ของเหลวในห้องปิด ที่จะกลายเป็นไอเมื่อได้รับความร้อน แล้วเคลื่อนที่ไปคายความร้อนยังบริเวณที่เย็นกว่า ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่สมาร์ตโฟนฝั่ง Android ใช้มาก่อนนานหลายปี
แม้ว่าการเปลี่ยนกลับมาใช้อลูมิเนียมอาจทำให้เครื่องเกิดรอยบุบและรอยขีดข่วนได้ง่ายกว่าไทเทเนียม แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือ iPhone 17 Pro สามารถทำงานหนักได้นานขึ้นโดยไม่ลดประสิทธิภาพ ซึ่งตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่ต้องการเล่นเกมหรือตัดต่อวิดีโอได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงเครื่องไม่ร้อนจี๋จนจับถือไม่สบายมือ
สามารถดูการทดสอบแบบละเอียดได้ที่ PhoneArena
ติดตามข่าวสาร อัปเดตเทคโนโลยี รีวิวของใหม่ก่อนใคร ได้ทาง www.techoffside.com และ ช่องทางโซเชียล Facebook, Instagram, YouTube และ TikTok
