พบกับโปรโมชัน สมาร์ตโฟนและแท็บเล็ต จาก Xiaomi ในงาน Thailand Mobile Expo 2025 ระหว่างวันที่ 23-26 ตุลาคมนี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นำทัพสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตรุ่นใหม่ล่าสุดกว่า 12 รุ่น ครอบคลุมทุกกลุ่มผู้ใช้งานตั้งแต่งบ 2,000 บาท ไปจนถึงเรือธงกล้อง LEICA ระดับมืออาชีพ
จุดแข็งของ Xiaomi ปีนี้อยู่ที่แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ การชาร์จเร็ว และกล้องคุณภาพสูงจากความร่วมมือกับ LEICA ไม่ว่าจะเป็นใครก็หามือถือ Xiaomi ที่เหมาะสมได้ในงานนี้ พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษและของแถมมากมาย
Redmi A5 – มือถือเริ่มต้นงบ 2,000 บาท

Redmi A5 เป็นมือถือรุ่นเริ่มต้นที่มาพร้อมสเปกน่าประทับใจในราคาเพียง 2,000+ บาท หน้าจอขนาดใหญ่ 6.88 นิ้ว ความละเอียด HD+ รีเฟรชเรต 120Hz ทำให้เลื่อนดูเนื้อหาลื่นไหลสบายตา ขนาดหน้าจอใหญ่มากเหมาะกับการดูวิดีโอและเล่นเกม
ใช้ชิป Unisoc T7250 อัปเกรดจาก T615 รุ่นเดิม ให้ประสิทธิภาพดีขึ้น RAM 4GB ความจุ 128GB เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป กล้องหลัง 32MP ถ่ายภาพได้คมชัดกว่ารุ่นก่อน แบตเตอรี่ 5200 mAh ใช้งานได้ทั้งวันอย่างสบาย
พอร์ต USB-C และหูฟัง 3.5 มม. ครบครัน ในกล่องแถมหัวชาร์จด้วย ไม่ต้องซื้อเพิ่ม รัน Android 15 รองรับแอปพลิเคชันทั้งหมดตามปกติ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการมือถือใช้งานพื้นฐานในราคาประหยัดสุดๆ
Redmi 15 – แบตอึด 7000 mAh งบ 5,000 บาท

Redmi 15 เป็นมือถือที่โดดเด่นด้วยแบตเตอรี่ขนาดยักษ์ 7000 mAh ซึ่งเป็นแบตที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มราคานี้ ใช้งานได้นานหลายวันโดยไม่ต้องชาร์จ เหมาะมากสำหรับคนที่ใช้งานหนักหรือไรเดอร์ที่ต้องเปิดแอปพลิเคชันทั้งวัน
หน้าจอขนาด 6.9 นิ้ว ใหญ่เต็มตา มี 2 เวอร์ชันให้เลือก คือรุ่น 5G ใช้ชิป Snapdragon 6s Gen 3 และรุ่น 4G ใช้ชิป Snapdragon 685 RAM สูงสุด 8GB ความจุ 256GB เก็บข้อมูลได้เยอะ กล้องหลัง 50MP ถ่ายภาพคมชัด
รองรับการชาร์จเร็ว 33W ชาร์จเต็มไม่ต้องรอนาน แม้แบตจะขนาดใหญ่ ราคาอยู่ที่ 5,000 บาทบวกลบ ถือว่าคุ้มค่ามากสำหรับคนที่ต้องการแบตอึดและไม่ต้องกังวลเรื่องเครื่องแบตหมด
Redmi Note 14 5G – กล้อง 108MP OIS งบ 6,000 บาท

Redmi Note 14 5G เป็นรุ่นกลางที่มาพร้อมกล้อง 108MP มีระบบกันสั่น OIS ช่วยให้ถ่ายภาพและวิดีโอคมชัดแม้ในที่มืดหรือขณะเคลื่อนไหว บันทึกวิดีโอ 4K ได้ด้วย หน้าจอขนาด 6.67 นิ้ว AMOLED สว่างและสีสันสวยงาม รีเฟรชเรต 120Hz ลื่นไหลมาก
ใช้ชิป Mediatek Helio G99 Ultra มาพร้อม RAM 8GB ความจุ 256GB เล่นเกมระดับกลางได้สบาย ใช้งานทั่วไปลื่นไหล แบตเตอรี่ 5000 mAh ชาร์จเร็ว 33W กันน้ำ IP64 ทนต่อละอองน้ำและฝุ่นได้ระดับหนึ่ง
ราคาอยู่ที่ 6,000+ บาท ถือว่าคุ้มค่ามากสำหรับมือถือที่มีกล้องความละเอียดสูง กันน้ำ และรองรับ 5G ในราคาไม่ถึง 7,000 บาท
Redmi Note 14 Pro – กันน้ำ IP68 จอ 1.5K

Redmi Note 14 Pro ตีบวกจากรุ่นธรรมดาด้วยหน้าจอ AMOLED ความละเอียด 1.5K ที่คมชัดกว่า รีเฟรชเรต 120Hz ลื่นไหลเหมือนเดิม กล้องหลัง 108MP พร้อมระบบกันสั่น OIS บันทึกวิดีโอ 4K ได้คุณภาพสูง
สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือมาตรฐานกันน้ำ IP68 ซึ่งสามารถจุ่มน้ำได้ลึกถึง 1.5 เมตรนานถึง 30 นาที ทำให้มั่นใจได้ว่าใช้งานในสภาพแวดล้อมที่เปียกชื้นหรือฝนตกได้โดยไม่ต้องกังวล แบตเตอรี่ขนาดใหญ่พร้อมชาร์จเร็ว
สี Sand Gold สวยโดดเด่นมาก ราคาคาดว่าจะอยู่ในช่วงต่ำหมื่นบาท รอดูโปรโมชั่นในงานว่าจะมีอะไรพิเศษ เหมาะกับคนที่ต้องการมือถือที่ทนทานและกันน้ำได้ดี
Xiaomi 15T – จอ 144Hz กล้อง LEICA

Xiaomi 15T เป็นมือถือรุ่นกลางที่ได้กล้อง LEICA มาให้ครบทั้ง 3 เลนส์ 50+50+12MP พร้อมฟีเจอร์ฟิลเตอร์ครบครัน ถ่ายวิดีโอ 4K ได้คุณภาพสูง โทนสีสไตล์ LEICA ให้ภาพที่มีเอกลักษณ์แตกต่างจากมือถือทั่วไป
หน้าจอขนาดใหญ่ 6.83 นิ้ว AMOLED ความละเอียด 1.5K รีเฟรชเรต 144Hz สูงสุดในกลุ่มนี้ ทำให้ดูลื่นไหลมากเป็นพิเศษ ชิป Dimensity 8400 Ultra ให้ประสิทธิภาพแรงกว่ารุ่นก่อนหมด RAM 12GB ความจุ 512GB
บอดี้โลหะพรีเมียม กันน้ำ IP68 แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ชาร์จเร็ว ราคาอยู่ในช่วงหมื่นกลาง คาดว่าจะมีของแถมนาฬิกาในงานด้วย เหมาะกับคนที่ชอบถ่ายภาพและต้องการกล้อง LEICA ในราคาไม่แพง
Xiaomi 15T Pro – เรือธง LEICA งบ 20,000 บาท

Xiaomi 15T Pro ยกระดับจาก 15T ด้วยกล้อง LEICA ที่ดีกว่ามาก กล้องหลัก 50MP และกล้อง Periscope ซูม 5X ความละเอียด 50MP นำมาจาก Xiaomi 15 Pro เลย ถ่ายซูมไกลได้คมชัดมาก ระบบประมวลผลภาพทั้ง Hardware และ Software ระดับเรือธง
หน้าจอ AMOLED ความละเอียด 1.5K รีเฟรชเรต 144Hz บอดี้โลหะแข็งแรง กันน้ำ IP68 ความบางเพียง 7.96 มม. พกพาสะดวก ชิป Snapdragon 8 Elite ให้ประสิทธิภาพสูงสุด RAM 12GB ความจุ 512GB
ชาร์จเร็วมาก 90W เต็มไวภายในไม่กี่นาที รองรับชาร์จไร้สาย 50W ด้วย ราคาจบที่ 20,000 บาท ถือว่าคุ้มค่ามากสำหรับเรือธงที่มีกล้อง LEICA คุณภาพสูงและชาร์จเร็วที่สุดในกลุ่ม
Xiaomi 15 – เรือธงขนาดกะทัดรัด

Xiaomi 15 เป็นเรือธงขนาดเล็กที่มาพร้อมสเปกเต็มระดับท็อป หน้าจอขนาด 6.36 นิ้ว AMOLED ความละเอียด 1.5K รีเฟรชเรต 120Hz รองรับ HDR10+ ขนาดพอดีมือ จับถือสบาย เหมาะกับคนที่ไม่ชอบมือถือใหญ่เกินไป
ชิป Snapdragon 8 Elite ชิปที่แรงที่สุดในตลาดปัจจุบัน RAM 12GB ความจุ 256GB หรือ 512GB กล้อง LEICA ครบ 3 เลนส์ 50MP ประกอบด้วย Wide, Ultra-Wide และ Telephoto 2.6X ถ่ายวิดีโอ 4K ได้ทุกกล้องแม้กระทั่งกล้องหน้า
บอดี้โลหะแข็งแรง กันน้ำ IP68 ลำโพงคู่คุณภาพดี แบตเตอรี่ 5240 mAh ชาร์จเร็ว 90W เต็มไวภายใน 30 นาที เป็นเรือธงขนาดเล็กที่มีฟีเจอร์ครบครันที่สุดในตลาด ราคาคาดว่าจะอยู่ในช่วง 25,000-28,000 บาท
Xiaomi 15 Ultra – กล้อง 4 เลนส์ระดับมืออาชีพ

Xiaomi 15 Ultra เป็นเรือธงสุดยอดสำหรับคนรักการถ่ายภาพ มากับกล้อง LEICA ครบ 4 ตัว ได้แก่ กล้องหลัก 50MP เซ็นเซอร์ 1 นิ้ว ให้คุณภาพภาพสูงสุด กล้องซูม 200MP ซูมไกลได้คมชัดสุดๆ กล้อง Ultra-Wide 50MP และกล้องมาโคร
ถ่ายวิดีโอ 4K 120fps บันทึกแบบ Log และ HDR ได้ ให้ภาพมีความละเอียดและรายละเอียดสูงมาก ฟีลการใช้งานเหมือนกล้องจริงๆ เพราะมีปุ่มควบคุมและระบบโฟกัสที่แม่นยำ
ชิป Snapdragon 8 Elite RAM 16GB ความจุสูงสุด 512GB ประสิทธิภาพสูงสุดในทุกการใช้งาน ชาร์จเร็ว 90W คาดว่าในงานจะมี Kit แถมพิเศษ เพราะของเหลือไม่เยอะและเป็นที่ต้องการของคนชอบถ่ายภาพ ราคาประมาณ 35,000 บาทขึ้นไป
Redmi Pad 2 – แท็บเล็ตคุ้มค่า 5,000 บาท

Redmi Pad 2 เป็นแท็บเล็ตราคาประหยัดที่มาพร้อมหน้าจอ 11 นิ้ว ความละเอียดสูง เหมาะกับการดูหนังซีรีส์ ชิป MediaTek Helio G100-Ultra ใช้งานทั่วไปสบาย เล่นเกมระดับกลางได้ รองรับปากกา Redmi Smart Pen ต้องซื้อแยก
แบตเตอรี่ขนาดยักษ์ 9000 mAh ใช้งานได้หลายวันโดยไม่ต้องชาร์จ ลำโพง 4 ตัว เสียงดังกระหึ่ม รัน Android 15 พร้อม HyperOS 2 รองรับ 4G LTE ใส่ซิมโทรออกได้เหมือนมือถือ
ราคาเพียง 5,000+ บาท ถือว่าคุ้มค่ามากสำหรับแท็บเล็ตที่มีหน้าจอใหญ่ แบตอึด และใส่ซิมได้ เหมาะกับนักเรียนนักศึกษาหรือคนที่ต้องการแท็บเล็ตใช้งานพื้นฐาน
Redmi Pad 2 Pro – แท็บเล็ตจอยักษ์ 12.1 นิ้ว

Redmi Pad 2 Pro มาพร้อมหน้าจอขนาดยักษ์ 12.1 นิ้ว เหมาะกับการดูหนัง ทำงาน หรือเรียนออนไลน์ ชิป Snapdragon 7s Gen 4 RAM 6GB เล่นเกมกลางๆ สบาย รองรับปากกา Redmi Smart Pen วาดจดบันทึกได้สะดวก
แบตเตอรี่ 12000 mAh ขนาดใหญ่มาก ชาร์จเร็ว 33W แถมยังทำตัวเองเป็น Powerbank ได้ ชาร์จย้อนกลับให้อุปกรณ์อื่นได้ถึง 25W ลำโพง Quad-Speaker 4 ตัว เสียงดังฟังชัด
อัปเดตระบบปฏิบัติการได้ยาวนานถึง 6 ปี ใช้ได้อีกนานไม่ต้องเปลี่ยนเครื่องบ่อย ข้อเสียคือไม่รองรับซิม เป็น WiFi-Only แต่ราคาถูกมากแค่ 7,000 บาทบวกลบ คุ้มค่าสุดๆ สำหรับแท็บเล็ตจอใหญ่
Xiaomi Pad 7 – แท็บเล็ตแชมป์คุ้มค่า

Xiaomi Pad 7 ครองแชมป์ Android Tablet จอสวยสเปกแรงในราคาเพียง 7,770 บาท หน้าจอ 11.2 นิ้ว ความละเอียดสูงคมกริบ รองรับปากกา Xiaomi Smart Pen ต้องซื้อแยก แต่อาจจะมีแถมในงาน
ชิป Snapdragon 7+ Gen 3 ให้ประสิทธิภาพสูง คะแนน AnTuTu ทะลุล้าน เล่นเกมได้ลื่นไหล ลำโพง 4 ตัว เสียงดังคุณภาพดี แบตเตอรี่ 8850 mAh ชาร์จเร็ว 45W
รองรับการอัปเดตอีกยาวนาน น่าจะได้ถึง Android 17 ฟีเจอร์ AI มีให้มาเยอะ ใช้ Gemini และ ChatGPT ได้เลย ถือเป็นแท็บเล็ตที่คุ้มค่าที่สุดในตลาดปัจจุบัน เทียบสเปกกับราคาแล้วไม่มีคู่แข่ง
Xiaomi Pad Mini – แท็บเล็ตเล็กสเปกเทพ

Xiaomi Pad Mini ทำมาแข่ง iPad Mini โดยตรง หน้าจอขนาด 8.8 นิ้ว ความละเอียด 3K รีเฟรชเรต 165Hz สูงกว่า iPad Mini มาก ขนาดเล็กกะทัดรัด พกพาง่าย เหมาะกับการอ่านหนังสือ เล่นเกม หรือใช้งานระหว่างเดินทาง
ชิป Mediatek Dimensity 9400+ ให้ประสิทธิภาพสูงมาก เล่นเกมได้ลื่นไหล แบตเตอรี่ 7500 mAh ใช้งานได้นานทั้งวัน เฟรมบอดี้อลูมิเนียมเกรดอากาศยาน แข็งแรงทนทาน
รองรับปากกา Xiaomi Smart Pen แถมฟรีในกล่อง จดบันทึก วาดรูป เขียนลง PDF ได้เลย ทำงานร่วมกับ Ecosystem ของ Xiaomi ได้ดี ใช้งานได้ครบทั้งเล่นเกม ทำงาน และสร้างสรรค์ ราคาคาดว่าจะอยู่ในช่วง 15,000-18,000 บาท
Xiaomi จัดทัพครบทุกระดับราคาในงาน Thailand Mobile Expo 2025 ครั้งนี้ ตั้งแต่มือถือ Redmi A5 ราคาเริ่มต้น 2,000 บาท ไปจนถึงเรือธง Xiaomi 15 Ultra กล้อง LEICA 4 ตัว จุดแข็งของ Xiaomi อยู่ที่แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ การชาร์จเร็ว และกล้อง LEICA คุณภาพสูงในเรือธง
แท็บเล็ตของ Xiaomi ก็ไม่แพ้กัน มีให้เลือกตั้งแต่ Redmi Pad 2 ราคา 5,000 บาท ไปจนถึง Xiaomi Pad Mini สเปกเทพในขนาดพกพา พร้อมโปรโมชั่นพิเศษและของแถมมากมายในงาน แล้วพบกันที่งาน Thailand Mobile Expo 2025 วันที่ 23-26 ตุลาคมนี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า MRT
ติดตามข่าวสาร อัปเดตเทคโนโลยี รีวิวของใหม่ก่อนใคร ได้ทาง www.techoffside.com และ ช่องทางโซเชียล Facebook, Instagram, YouTube และ TikTok
