Kingston Technology ยืนยันความเป็นผู้นำด้านโมดูล DRAM ระดับโลกต่อเนื่องเป็นปีที่ 22 หลังได้รับการจัดอันดับให้เป็นซัพพลายเออร์โมดูล DRAM ประเภทบุคคลที่สาม (Third-party) อันดับหนึ่งของโลก จากการจัดอันดับรายได้ล่าสุดโดย TrendForce โดยครองส่วนแบ่งตลาดถึง 66% ทิ้งห่างคู่แข่งอันดับสองที่มีส่วนแบ่งเพียง 5% อย่างชัดเจน
รายงานจาก TrendForce เปิดเผยว่ายอดขายโมดูล DRAM ในปี 2567 เติบโตขึ้น 7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า พลิกฟื้นจากภาวะถดถอยในปีก่อน โดยรายได้รวมของตลาดอยู่ที่ 13.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แม้ว่า Kingston จะยังคงรักษาส่วนแบ่งตลาดได้อย่างแข็งแกร่ง แต่การเติบโตของรายได้ชะลอตัวลงเนื่องจากอุปสงค์ผู้บริโภคที่อ่อนแรงในช่วงครึ่งหลังของปี
ตลาดโมดูล DRAM ในปี 2567 มีลักษณะการผูกขาดที่ชัดเจน โดยผู้ผลิต 5 อันดับแรกของโลกครองส่วนแบ่งการขายรวม 81% และผู้ผลิต 8 อันดับแรกครองส่วนแบ่งรวม 83% ซึ่งตอกย้ำความเป็นผู้นำของ Kingston ในฐานะผู้ผลิตโมดูล DRAM อันดับหนึ่งของโลกอย่างไม่มีใครเทียบได้
ในช่วงสิ้นไตรมาสที่ 4 ของปี 2566 ซัพพลายเออร์โมดูล DRAM ได้หันมาให้ความสำคัญกับการผลิตหน่วยความจำความเร็วสูง (High Bandwidth Memory) และผลิตภัณฑ์ DDR5 สำหรับเซิร์ฟเวอร์มากขึ้น ส่งผลให้การจัดหาผลิตภัณฑ์ DRAM ประเภทอื่นเริ่มขาดแคลน นำไปสู่ความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นพร้อมราคาตลาดโดยรวมที่ขยับตัวสูงตาม ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว ผู้ผลิตโมดูลได้เร่งจัดซื้อและเพิ่มสต็อกสินค้า อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งหลังของปี การปรับตัวสูงขึ้นของราคาโมดูลกลับกลายเป็นปัจจัยที่กดดันความต้องการ ส่งผลให้ยอดขายโดยรวมไม่สามารถเติบโตได้มากนัก
ในปี 2567 Kingston ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์รุ่นลิมิเต็ดอิดิชันที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถแข่งสำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ Kingston FURY Renegade โดย Kingston FURY Renegade DDR5 RGB Limited Edition มาพร้อมดีไซน์โค้งมนอันโดดเด่นสะท้อนเอกลักษณ์ของรถแข่งยุคใหม่ ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อมอบความเร็วสูงสุดถึง 8000MT/s รองรับศักยภาพการโอเวอร์คล็อกขั้นสุด โดยยังคงประสิทธิภาพของระบบได้เต็มที่และลดปัญหาคอขวดในการทำงาน
นอกจากนี้ Kingston ยังเปิดตัว Kingston FURY Renegade DDR5 CUDIMMs ที่รองรับการทำงานกับชิปเซ็ต 800-series ใหม่ของ Intel (ชื่อเดิม Arrow Lake) ซึ่งการเปิดตัวโมดูล DDR5 CUDIMM ที่สามารถโอเวอร์คล็อกครั้งนี้ ตอบโจทย์ผู้ใช้งานระดับมืออาชีพที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุด และพร้อมผลักดันขีดจำกัดของระบบโดยไม่กระทบต่อความเสถียรของสัญญาณ
Kingston กล่าวว่า “ผลการวิเคราะห์จาก TrendForce ประจำปี 2567 สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความสามารถในการปรับตัวของบริษัท ท่ามกลางอีกหนึ่งปีที่เต็มไปด้วยความท้าทายทางธุรกิจ ซึ่งความสำเร็จครั้งนี้ไม่เพียงตอกย้ำสถานะความเป็นผู้นำในตลาดของ Kingston แต่ยังแสดงถึงความยืดหยุ่นและบทบาทสำคัญของบริษัทในอุตสาหกรรม โดยเรารู้สึกภูมิใจที่สามารถรักษาตำแหน่งอันดับหนึ่งได้อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 22”
ติดตามข่าวสาร อัปเดตเทคโนโลยี รีวิวของใหม่ก่อนใคร ได้ทาง www.techoffside.com และ ช่องทางโซเชียล Facebook, Instagram, YouTube และ TikTok
