วงการเพลง K-Pop ได้เปิดมิติใหม่ของการรับฟังเพลงอีกครั้ง เมื่อ Dolby Laboratories, Inc. ผู้พัฒนาเทคโนโลยีเสียงระดับพรีเมียมที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของภาพยนตร์ระดับบล็อกบัสเตอร์มาแล้วนับไม่ถ้วน ได้จับมือกับ จิน หนึ่งในสมาชิกวง BTS บอยแบนด์ระดับตำนานที่สร้างปรากฏการณ์ความสำเร็จไปทั่วโลก ในแคมเปญระดับโลก “Love More in Dolby” เพื่อเฉลิมฉลองการเปิดตัวซิงเกิลใหม่ “I’ll Be There” จากอัลบั้มเดี่ยวชุดแรก “Happy” ที่แฟนๆ รอคอย โดยได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา
ท็อดด์ เพนเดิลตัน รองประธานอาวุโสและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของ Dolby Laboratories เผยว่า การเลือกจินมาร่วมงานในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นเพราะความสามารถอันโดดเด่นของจินในการถ่ายทอดอารมณ์ผ่านบทเพลง ซึ่งเมื่อผสานกับความสามารถของเทคโนโลยี Dolby Atmos แล้ว จะทำให้แฟนๆ ได้สัมผัสถึงรายละเอียดของเสียงที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนในระบบเสียงแบบดั้งเดิม
สำหรับผู้ที่ยังไม่คุ้นเคยกับ Dolby Atmos ต้องบอกว่านี่คือเทคโนโลยีที่ปฏิวัติวงการเสียงด้วยการสร้างมิติเสียงแบบ Object-Based Audio ซึ่งแตกต่างจากระบบเสียงแบบ Stereo หรือ 5.1/7.1 ทั่วไป โดย Dolby Atmos สามารถจัดวางตำแหน่งของเสียงได้อย่างอิสระในพื้นที่เสมือน 3 มิติ ทำให้ผู้ฟังรู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางดนตรี สามารถแยกแยะตำแหน่งของเครื่องดนตรีแต่ละชิ้น และสัมผัสถึงรายละเอียดของเสียงที่ละเอียดอ่อน ตั้งแต่เสียงกระซิบ เสียงลมหายใจ ไปจนถึงเสียงสะท้อนในห้องอัด
ด้าน จิน เปิดใจถึงประสบการณ์การฟังผลงานของตัวเองผ่านระบบ Dolby Atmos ว่า “ผมรู้สึกทึ่งมากเมื่อได้ฟังเพลง ‘I’ll Be There’ ในระบบ Dolby Atmos เป็นครั้งแรก มันให้ความรู้สึกเหมือนผมกำลังร้องเพลงอยู่ตรงหน้าแฟนๆ จริงๆ ทุกรายละเอียดของเสียงชัดเจนมาก ตั้งแต่เสียงกีตาร์โปร่งที่ผมเล่นเอง ไปจนถึงเสียงประสานที่ซ้อนกันหลายชั้น ซึ่งในอัลบั้มนี้ผมตั้งใจนำเสนอความสุขในหลากหลายแง่มุม และด้วย Dolby Atmos ทำให้ ARMY จะได้สัมผัสถึงความสุขเหล่านั้นได้อย่างเต็มที่”

แคมเปญ “Love More in Dolby” อยู่ภายใต้การกำกับของ โคลิน ทิลลีย์ ผู้กำกับมากฝีมือที่เคยสร้างผลงานให้กับศิลปินระดับโลกมาแล้วมากมาย และเคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง Grammy Award โดยในโฆษณาชุดนี้ เขาได้นำเสนอความมหัศจรรย์ของ Dolby Atmos ผ่านการแสดงของจินที่เปลี่ยนห้องธรรมดาให้กลายเป็นพื้นที่แห่งจินตนาการ สะท้อนให้เห็นถึงพลังของเสียงที่สามารถพาผู้ฟังหลุดเข้าไปในโลกของดนตรีได้อย่างสมบูรณ์แบบ
นอกจากนี้ ความพิเศษของระบบ Dolby Atmos ยังอยู่ที่ความสามารถในการปรับแต่งเสียงให้เหมาะสมกับอุปกรณ์การฟังที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นหูฟัง ลำโพงสมาร์ทโฮม หรือแม้แต่ระบบเครื่องเสียงในรถยนต์ ทำให้แฟนๆ สามารถสัมผัสประสบการณ์เสียงระดับสตูดิโอได้ทุกที่ทุกเวลา
ในการทดสอบ Experience ครั้งนี้ นำเสนอผ่านชุดโฮมเธียร์เตอร์ของทาง Samsung ที่ประกอบด้วยทีวีจอ OLED ที่ให้ภาพที่สวยงามคมชัด เครื่องเสียงแบบ Soundbar และลำโพง ที่ทำงานร่วมกับลำโพงของทีวีผ่านระบบ QSymphony ที่ช่วยสร้างมิติเสียงโอบล้อมได้อย่างสมจริง
สำหรับแฟนๆ ที่อยากสัมผัสประสบการณ์ใหม่นี้ สามารถรับชมแคมเปญ “Love More in Dolby” ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=EQ20iv0otiA และฟังเพลง “I’ll Be There” ในระบบ Dolby Atmos ได้แล้วผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งชั้นนำระดับโลก ทั้ง Amazon Music, Apple Music, TIDAL รวมถึงแพลตฟอร์มยอดนิยมในเอเชียอย่าง QQ Music และ Melon โดยสามารถรับฟังได้ผ่านอุปกรณ์จากแบรนด์ชั้นนำอย่าง Samsung และ Mercedes-Benz ที่รองรับระบบ Dolby Atmos
ติดตามข่าวสาร อัปเดตเทคโนโลยี รีวิวของใหม่ก่อนใคร ได้ทาง www.techoffside.com และ ช่องทางโซเชียล Facebook, Instagram, YouTube และ TikTok
