Epson เดินหน้าขยายตลาด เครื่องพิมพ์เพื่อธุรกิจ พร้อมเปิดตัวซอฟต์แวร์ EcoFleet Management

Epson ขยายไลน์อัพ เครื่องพิมพ์เพื่อธุรกิจ เปิดตัว EcoFleet Management Software ตอบโจทย์องค์กรทุกขนาด พร้อมแพ็คเกจบริการยืดหยุ่น ครบครัน

เอปสัน ประเทศไทย เดินหน้าสร้างโซลูชันระบบนิเวศการพิมพ์สำหรับองค์กรธุรกิจทุกขนาด ตั้งแต่ธุรกิจขนาดเล็ก กลาง ไปจนถึงธุรกิจขนาดใหญ่และหน่วยงานราชการ โดยผสานกลไก 3 ด้านหลัก

  1. ไลน์อัพ เครื่องพิมพ์เพื่อธุรกิจ ที่มีให้เลือกหลากหลายที่สุดในตลาด ปัจจุบันเอปสันมีเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทสำหรับธุรกิจวางจำหน่ายถึง 20 รุ่น ครอบคลุมการใช้งานทั้งแบบซิงเกิลฟังก์ชันและมัลติฟังก์ชัน ทั้งรุ่นพิมพ์สีและขาวดำ ตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละแผนกในองค์กรที่แตกต่างกันได้อย่างครบถ้วน
  2. ซอฟต์แวร์บริหารจัดการเครือข่ายเครื่องพิมพ์ EcoFleet Management ที่พัฒนาขึ้นโดยทีมงานของ Epson ประเทศไทยเอง เพื่อช่วยให้พาร์ทเนอร์ตัวแทนจำหน่ายสามารถจัดการและควบคุมเครือข่ายเครื่องพิมพ์ของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัดเวลาและต้นทุน
  3. แพ็คเกจการให้บริการแบบเช่าเครื่องที่ยืดหยุ่น ตอบรับกับเทรนด์การใช้เครื่องพิมพ์ของลูกค้าองค์กรที่ไม่จำเป็นต้องลงทุนซื้อเครื่องเอง แต่เลือกเช่าเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและความยุ่งยากในการดูแลบำรุงรักษาเครื่องพิมพ์เอง
Epson EcoFleet Management

คุณยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย)​ จำกัด กล่าวว่า นอกเหนือจากการรักษาตำแหน่งผู้นำในตลาดเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทประเทศไทยแล้ว เอปสันยังมีเป้าหมายที่จะทำให้เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทเข้าไปแทนที่เครื่องพิมพ์เลเซอร์และเครื่องถ่ายเอกสารในองค์กรต่างๆ ให้ได้มากขึ้น เพื่อขยายฐานลูกค้าใหม่และเพิ่มการใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ที่ปราศจากความร้อน (Heat-Free Technology) ให้แพร่หลายมากขึ้น ทั้งในภาคธุรกิจและหน่วยงานของรัฐ ที่กำลังให้ความสำคัญกับประเด็นด้านความยั่งยืนและการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากขึ้นเรื่อยๆ

เปิดตัวเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชัน AM-C400 และ AM-C550

ในงานเปิดตัวครั้งนี้ Epson ได้ทำการเปิดตัวเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชันรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง AM-C400 และ AM-C550 ที่โดดเด่นเรื่องความเร็วในการพิมพ์สูงและเน้นการพิมพ์ในปริมาณมาก เจาะกลุ่มลูกค้าองค์กรขนาดกลางถึงใหญ่

AM-C400 และ AM-C550 เป็นเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชันสี่สี ขนาดกระดาษ A4 ที่มีความเร็วในการพิมพ์สูงถึง 40 และ 55 หน้าต่อนาที ตามลำดับ ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์แบบหน้าเดียวหรือสองหน้าก็พิมพ์ได้ด้วยความเร็วเท่ากัน เนื่องจากใช้เทคโนโลยีหัวพิมพ์ PrecisionCore Line Head รุ่นใหม่ล่าสุด ที่ใช้การพ่นหยดน้ำหมึกขนาดเล็กลงบนกระดาษที่กำลังวิ่งผ่านมาด้วยความเร็วสูงอย่างแม่นยำ ทำให้พิมพ์ได้เร็ว คุณภาพคมชัด และยังช่วยประหยัดต้นทุนการพิมพ์ในแต่ละหน้าอีกด้วย

Epson EcoFleet Management

หัวพิมพ์ PrecisionCore รุ่นใหม่นี้ยังใช้เทคโนโลยีการพิมพ์แบบไม่ใช้ความร้อน (Heat-Free Technology) ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซ CO2 ประหยัดพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ในกระบวนการพิมพ์ ลดค่าซ่อมบำรุงรักษาแล้ว ยังช่วยประหยัดเวลาการพิมพ์งานด้วย เพราะสามารถพิมพ์ด้วยความเร็วสูงอย่างต่อเนื่องและเริ่มต้นพิมพ์งานได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้เครื่องอุ่นขึ้นเหมือนกับเทคโนโลยีเลเซอร์แบบเดิมๆ

ตัวเครื่อง AM-C400 และ AM-C550 ออกแบบทางเดินกระดาษภายในเครื่องให้มีลักษณะเรียบง่ายและระยะสั้น ผู้ใช้สามารถแก้ไขปัญหากระดาษติดได้ด้วยตนเองอย่างง่ายดาย มีขนาดกะทัดรัดช่วยประหยัดพื้นที่ในสำนักงาน ชุดหมึกมีความจุในปริมาณสูง พิมพ์ขาวดำได้มากถึง 31,000 แผ่น และพิมพ์สีได้ถึง 28,000 แผ่น ต่อชุดหมึก 1 ชุด นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มถาดใส่กระดาษได้สูงสุดถึง 4 ถาด บรรจุกระดาษได้ถึง 2,000 แผ่น พิมพ์งานยาวๆ ได้อย่างต่อเนื่อง หรือเลือกใส่กระดาษคนละขนาดเพื่อรองรับการใช้งานที่แตกต่างกันของแต่ละแผนก

“องค์กรภาคเอกชนและราชการกำลังลงทุนพัฒนาเครือข่ายการพิมพ์ในสำนักงานให้มีความทันสมัยอย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์การพิมพ์งานปริมาณมากและหลากหลายรูปแบบจากหลายแผนกงาน พร้อมกับคำนึงถึงเรื่องความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นด้วย เอปสันจึงได้พัฒนาและขยายพอร์ตโปรดักส์ในกลุ่มเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทสำหรับธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถเข้าถึงความต้องการขององค์กรที่มีลักษณะการใช้งานเครื่องพิมพ์หลากหลายรูปแบบ โดยเครื่อง AM-C400 และ AM-C550 ที่เปิดตัวในวันนี้ เราได้เจาะจงไปที่กลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดกลางถึงใหญ่ อาทิ บริษัททั่วไป หน่วยงานราชการ โรงพยาบาล ศูนย์การค้า และสถาบันการศึกษา ที่มีความต้องการใช้เครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชันความเร็วสูงตั้งแต่ 31 แผ่นต่อนาทีขึ้นไป และมีการพิมพ์งานขนาด A4 กับ A5 ในจำนวนมาก แยกจากส่วนงานที่ต้องใช้เครื่องพิมพ์ขนาด A3 อย่างชัดเจน” นายยรรยง กล่าว

Epson พัฒนา EcoFleet Management ซอฟต์แวร์จัดการเครือข่ายเครื่องพิมพ์

นอกจากการเปิดตัวเครื่องพิมพ์รุ่นใหม่ล่าสุดแล้ว เอปสัน ประเทศไทย ยังได้พัฒนาซอฟต์แวร์ EcoFleet Management ขึ้นมาเอง เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่พาร์ทเนอร์ผู้เชี่ยวชาญด้านโซลูชันระบบสำนักงาน (Office Automation) ในการให้บริการลูกค้าองค์กร

นายยรรยง อธิบายว่า ปัจจุบัน ลูกค้าองค์กรที่ใช้เครื่องพิมพ์ของเอปสัน จะมีการติดตั้งซอฟต์แวร์ Epson Solution Suite (ESS) ซึ่งเป็นโซลูชันซอฟต์แวร์แบบครบวงจรที่ให้บริการในรูปแบบของชุดโปรแกรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเครื่องพิมพ์ในแง่ของการควบคุมการใช้งานและการจัดการด้านค่าใช้จ่ายได้อย่างเต็มรูปแบบและไร้รอยต่อ ESS มีองค์ประกอบหลัก 3 ส่วน ได้แก่ ฟังก์ชันการจัดการงานพิมพ์ (Print Management) ฟังก์ชันการจัดการเอกสารเพื่อองค์กรลูกค้า (Document Management) และฟังก์ชันจัดการเครื่องพิมพ์ (Fleet Management) สำหรับพาร์ทเนอร์ ซึ่งซอฟต์แวร์ EcoFleet Management จะเข้ามาเสริมการทำงานในส่วนที่ 3 โดยเฉพาะ ช่วยให้ชุดซอฟต์แวร์ ESS ของเอปสันมีความสมบูรณ์แบบและครอบคลุมการใช้งานมากขึ้น ตอบโจทย์การทำงานของพาร์ทเนอร์ได้ดียิ่งขึ้น และแตกต่างจากซอฟต์แวร์ประเภทเดียวกันของคู่แข่งในตลาดอย่างชัดเจน

ในการพัฒนา EcoFleet Management เอปสัน ประเทศไทย ใช้เวลากว่า 2 ปี โดยเริ่มจากการศึกษาปัญหาที่พาร์ทเนอร์ผู้ให้บริการเช่าเครื่องพิมพ์ อย่างกลุ่ม Office Automation ต้องเผชิญในการทำงานให้กับลูกค้าองค์กร ซึ่งพบว่ามีปัญหาหลักอยู่ 4 ด้าน ได้แก่

  1. การจัดการและเก็บข้อมูลสัญญาการเช่าเครื่องพิมพ์ของลูกค้าแบบรวมศูนย์ เนื่องจากข้อมูลกระจัดกระจาย ไม่ได้ถูกจัดเก็บในรูปแบบดิจิทัลทำให้การเข้าถึงและสืบค้นข้อมูลเป็นไปได้ยาก
  2. การออกบริการตรวจเช็คสถานะเครื่องพิมพ์และปริมาณหมึก จำเป็นต้องส่งเจ้าหน้าที่ไปที่สำนักงานของลูกค้าเพื่อตรวจเช็คเอง ทำให้เสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายค่อนข้างมาก
  3. การออกใบแจ้งหนี้หรือใบเรียกเก็บค่าบริการรายเดือน มีขั้นตอนยุ่งยาก เนื่องจากต้องส่งคนไปจดหน่วยการพิมพ์จากตัวเครื่องพิมพ์ของลูกค้าก่อนถึงจะนำมาคำนวณค่าบริการและออกใบเรียกเก็บเงินได้
  4. การจัดทำรายงานสรุปประวัติการใช้งานเครื่องพิมพ์ของลูกค้าแต่ละราย ยังเป็นการทำงานแบบแมนนวล เสียทั้งเวลาและมีความเสี่ยงต่อความผิดพลาดในการป้อนข้อมูล

ทีมพัฒนาของเอปสันได้ออกแบบการทำงานของ EcoFleet Management เพื่อตอบปัญหาเหล่านี้โดยเฉพาะ โดยแบ่งออกเป็น 4 โมดูลการทำงานหลัก ๆ ได้แก่

  1. ฟังก์ชันการจัดเก็บข้อมูลลูกค้า ข้อมูลเครื่องพิมพ์ที่เช่า และสัญญาในรูปแบบรวมศูนย์ ช่วยให้สืบค้นและเรียกดูข้อมูลได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
  2. ฟังก์ชันการมอนิเตอร์การทำงานของเครื่องพิมพ์และตรวจสอบระดับหมึกแบบเรียลไทม์ ช่วยให้ทราบปัญหาที่อาจเกิดขึ้นและสามารถเข้าไปแก้ไขได้ทันท่วงที หรือจัดส่งชุดหมึกไปเติมให้ลูกค้าได้อย่างเหมาะสมกับพฤติกรรมการใช้งานของลูกค้าแต่ละราย
  3. ฟังก์ชันการออกใบแจ้งหนี้ค่าบริการรายเดือนอัตโนมัติเมื่อถึงรอบการเรียกเก็บเงินของลูกค้าแต่ละราย ไม่ต้องส่งคนไปตรวจสอบหน่วยการพิมพ์จากเครื่องจริงให้เสียเวลา
  4. ฟังก์ชันการจัดทำรายงานสรุปประวัติการใช้งานเครื่องพิมพ์ของลูกค้าในรูปแบบกราฟฟิก ช่วยให้ประเมินสุขภาพทางการเงินและความเสี่ยงทางธุรกิจได้จากรายได้และข้อมูลการเรียกเก็บเงินตามสัญญาแต่ละฉบับ

ทั้งนี้ เอปสันยังมีแผนที่จะพัฒนาฟังก์ชันใหม่ ๆ เพิ่มเติมให้กับ EcoFleet Management อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการทำงานให้กับพาร์ทเนอร์ได้อีกในอนาคต เช่น ฟังก์ชันการแจ้งเตือนปัญหาของเครื่องพิมพ์ผ่านแอปพลิเคชัน LINE เป็นต้น สำหรับแพคเกจการใช้งาน EcoFleet Management จะมีการคิดค่าบริการแบบสมาชิกรายปี (Subscription License) ในราคาเริ่มต้นเพียง 200 บาท ต่อเครื่องพิมพ์ต่อปี

กลไกแพคเกจบริการแบบสมาชิก

อีกหนึ่งกลไกสำคัญที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเอปสันในตลาดเครื่องพิมพ์องค์กร นั่นคือแพคเกจบริการแบบสมาชิกที่มีความยืดหยุ่น สามารถปรับให้เหมาะสมกับความต้องการที่แตกต่างกันของลูกค้าแต่ละราย

ปัจจุบัน เอปสันมีแพคเกจบริการแบบสมาชิกให้ลูกค้าเลือกใช้ 2 รูปแบบ ได้แก่

  1. โปรแกรม EasyCare 360 เหมา เหมา เป็นแพคเกจที่ผู้ใช้จ่ายค่าบริการแบบเหมารายเดือน ครอบคลุมทั้งค่าเช่าเครื่อง ค่าหมึก ค่าบริการ และค่าซ่อมบำรุง โดยที่ลูกค้าสามารถนำเครื่องพิมพ์นั้นๆ กลับไปใช้ได้ฟรีหลังจากหมดสัญญา เหมาะสำหรับลูกค้าที่ไม่ต้องการลงทุนซื้อเครื่องเองและสะดวกใจที่สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายการพิมพ์ได้ในระยะยาว
  2. โปรแกรม EasyCare 360 Click Charged เป็นแพคเกจที่ผู้ใช้จ่ายค่าบริการตามปริมาณการพิมพ์ที่ใช้ไปจริง โดยสามารถเลือกรูปแบบสัญญาได้ทั้งแบบเช่าหรือเช่าซื้อ และมีราคาค่าพิมพ์ต่อหน้าที่ถูกกว่าแบบ เหมา เหมา เหมาะกับลูกค้าที่ต้องการควบคุมค่าใช้จ่ายการพิมพ์ให้แมตซ์กับปริมาณการใช้งานจริงมากกว่า

“ทุกๆ กลไกที่เราพัฒนาขึ้นมานี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการขยายตลาดให้กว้างขึ้น แต่ยังนำไปสู่เป้าหมายในการสร้างระบบนิเวศการพิมพ์ของเอปสันในแต่ละองค์กร (Epson Printing Ecosystem) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนธุรกิจในการสร้าง S-curve ใหม่ให้กับบริษัท ที่จะช่วยผลักดันการเติบโตของธุรกิจเครื่องพิมพ์ในอนาคต และสร้างความแตกต่างที่โดดเด่นจากคู่แข่งในตลาด โดยระบบนิเวศการพิมพ์นี้จะหมายถึงการที่ทุกๆ ฝ่ายงานในองค์กรทำการพิมพ์ผ่านเครื่องพิมพ์เอปสันแบรนด์เดียวทั้งหมด ซึ่งจะได้รับความสะดวกสบายทั้งในด้านการจัดการควบคุมเครื่องพิมพ์ การดูแลบริการหลังการขาย และยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายโดยรวมที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการพิมพ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เพียงแต่จะช่วยให้องค์กรธุรกิจนั้นๆ มีเครือข่ายการพิมพ์ที่ทันสมัย แต่ยังมีส่วนช่วยผลักดันให้องค์กรนั้นๆ ก้าวสู่การเป็นสำนักงานสีเขียว (Green Office) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้เร็วขึ้นอีกด้วย” คุณยรรยง กล่าวสรุป