TikTok Shoppertainment 2024 เผยข้อมูล พัฒนาอนาคตธุรกิจบันเทิงและการค้า ปี 2567

TikTok Shoppertainment 2024 ร่วมพัฒนาอนาคตแห่งความบันเทิงและการค้าในปี 2567พร้อมเผยข้อมูลเชิงลึกล่าสุดของผู้บริโภค

รายงาน Shoppertainment 2024: THE FUTURE OF CONSUMER & COMMERCE ผลงานร่วมกันของ TikTok และ Accenture เผยให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวไทยและเอเชียแปซิฟิก ที่เน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของคอนเทนต์ต่อการช้อปปิ้งในยุคดิจิทัล

ผู้บริโภคแห่งยุค Shoppertainment

ข้อมูลสถิติที่โดดเด่นในรายงานชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในความต้องการและพฤติกรรมของผู้บริโภคในตลาดประเทศไทย เผยถึงความสนใจที่ลดลงต่อคอนเทนต์ส่งเสริมการขายแบบดั้งเดิม โดยมีผู้บริโภคในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจากกลุ่มตัวอย่างตามแต่ละประเทศ คือ 12% ในเกาหลีใต้และประเทศไทย 27% ในประเทศญี่ปุ่น และ 41% ในอินโดนีเซีย แสดงความชื่นชอบต่อคอนเทนต์ที่ไม่เน้นการขายถึง 79% แบรนด์ในประเทศไทยจึงมีความจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ทางการตลาดให้สอดคล้องกับแนวโน้มดังกล่าว อีกทั้งยังเน้นย้ำถึงความเชื่อมโยงทางอารมณ์กับแบรนด์ซึ่งระบุว่าผู้บริโภคในประเทศไทยให้ความสำคัญกับการมีความสัมพันธ์และประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์ นอกจากนี้มีการเผยถึงแนวโน้มของกิจกรรมทางการตลาดของแบรนด์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่เน้นกลยุทธ์กิจกรรมทางการตลาดระยะสั้นเพื่อได้ผลตอบแทนได้เร็วขึ้น โดย 30% ของนักการตลาดเจ้าใหญ่มีการลดงบโฆษณาลง และกว่า 74% ในกลุ่มดังกล่าวชี้แจงว่ามีสาเหตุจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ สรุปได้ว่า แบรนด์มีความจำเป็นในการปรับตัวและตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป นอกจากนี้ รายงานยังเปิดเผยความต้องการซื้อสินค้าออนไลน์ 6 ประการ ได้แก่:

  • การตรวจสอบ (Validation): การเลือกผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดและดีที่สุดเพื่อตรวจสอบการตัดสินใจช้อปปิ้งของพวกเขา
  • การปรับปรุง (Improvement): มองหาผลิตภัณฑ์ที่มีการปรับปรุงล่าสุดเพื่อคุณสมบัติที่ดีกว่า
  • ความสะดวกสบาย (Convenience): เพื่อการซื้อที่ง่ายดาย สะดวก คุ้มค่า ผ่านการจัดส่งที่เชื่อถือได้

โดยมีอีก 3 ประการที่เน้นตอบสนองความต้องการทางอารมณ์ ได้แก่

  • การได้รับคำแนะนำ (Recommendation): เปิดรับคำแนะนำเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์จากบุคคลและแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้
  • การได้แรงบันดาลใจ (Inspiration): มีความต้องการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เมื่อรู้สึกว่ามีแรงบันดาลใจจากเทรนด์และผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยม
  • การทำตามใจตนเอง (Indulgence): การใช้ประสบการณ์ช้อปปิ้งเพื่อปรนเปรอและตามใจตนเอง

3 เทรนด์หลัก

  1. การให้ความสำคัญกับคอนเทนต์: ผู้บริโภคมีแนวโน้มใช้สัญชาตญาณและคอนเทนต์ที่ไม่เน้นการขายประกอบการตัดสินใจซื้อ โดย 88% ของผู้บริโภคไทยได้รับอิทธิพลจากคอนเทนต์ประเภทนี้
  2. การช้อปปิ้งแบบไร้รอยต่อ: ผู้บริโภคสามารถค้นหาข้อมูล เปรียบเทียบ และซื้อสินค้าได้ภายในแพลตฟอร์มเดียว โดย 97% ต้องการค้นหาข้อมูลและตัดสินใจซื้อภายในแพลตฟอร์มเดียว
  3. การมีส่วนร่วม: ผู้บริโภคต้องการมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์คอนเทนต์และสร้างความสัมพันธ์กับแบรนด์ มากกว่า 60% ของผู้บริโภคได้รับอิทธิพลจากการมีส่วนร่วมในคอมมูนิตี้

โอกาสในประเทศไทย

  • ตลาด Shoppertainment ไทยมีศักยภาพสูง คาดว่าจะสร้างรายได้ถึง 12.4 พันล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2568
  • ผู้บริโภคไทยชื่นชอบความบันเทิงและอารมณ์ขัน แบรนด์ควรนำเสนอคอนเทนต์ที่สนุกสนานและดึงดูดใจ
  • หมวดหมู่สินค้าที่ได้รับความนิยม: แฟชั่น ความงาม อาหารและเครื่องดื่ม อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และของใช้ในครัวเรือน

โอกาสในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก:

  • Shoppertainment คาดว่าจะครอบครองพื้นที่ส่วนใหญ่ในตลาดอีคอมเมิร์ซภายในปี 2568
  • ตลาดหลัก: เวียดนาม อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น
  • หมวดหมู่สินค้าที่ได้รับความนิยม: คล้ายกับประเทศไทย

ยุคทองของคอนเทนต์:

  • ผู้บริโภคมีบทบาทสำคัญในการแนะนำผลิตภัณฑ์ผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น TikTok
  • แบรนด์ควรสร้างกลยุทธ์คอนเทนต์ที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค
  • แฮชแท็ก #TikTokMadeMeBuyIt และ #TikTokป้ายยา สะท้อนถึงอิทธิพลของคอนเทนต์ต่อการตัดสินใจซื้อ

TikTok Shoppertainment อนาคตของการช้อปปิ้ง:

Shoppertainment จะเป็นเทรนด์หลักที่ขับเคลื่อนการค้าในอนาคต แบรนด์ที่ประสบความสำเร็จจะต้องปรับตัวและนำเสนอคอนเทนต์ที่มีประสิทธิภาพเพื่อดึงดูดใจผู้บริโภค

สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาข้อมูลงานวิจัยโดยละเอียด สามารถดาวน์โหลดรายงานการวิจัยเพื่อศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ https://www.tiktokshoppertainment.com/