ภาพวาดด้วย AI สาวยิ้มแย้มล้อมรอบด้วยสัตว์เลี้ยงน่ารัก ได้แก่ แมว สุนัข นก ในบรรยากาศร้านหนังสือที่ดูอบอุ่น เป็นภาพประกอบที่สื่อถึงความสุขในการเลี้ยงสัตว์และความผูกพันระหว่างคนกับสัตว์เลี้ยง

“เลี้ยงสัตว์เหมือนลูก” เผยคนไทยพร้อมเปย์ให้สัตว์เลี้ยง 1-2 หมื่นบาทต่อปี

เทรนด์ Pet Parent มาแรง! เผยคนไทยนิยม “เลี้ยงสัตว์เหมือนลูก” พร้อมเปย์หนักโดยเฉพาะทาสแมว ส่งผลให้ธุรกิจสินค้าและบริการสัตว์เลี้ยงเติบโตสูง

ปัจจุบันเทรนด์การเลี้ยงสัตว์เลี้ยงในบ้านของคนไทยเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในยุคหลังโควิด จากข้อมูลของ The 1 Insight และ CRC VoiceShare ที่ได้ทำการสำรวจล่าสุดพบว่า ในปี 2567 คนไทยส่วนใหญ่ถึง 65% มีแนวโน้มจะเลี้ยงสัตว์เสมือนลูกหรือสมาชิกในครอบครัว หรือที่เรียกว่า “Pet Parent” ซึ่งมักจะเป็นกลุ่มลูกค้ามูลค่าสูง (High-value users) ที่พร้อมจ่ายสูงถึง 1-2 หมื่นบาทต่อปีให้กับสัตว์เลี้ยงของตน

ทาสแมวใช้จ่ายมากกว่าเจ้าของสุนัขถึง 2 เท่า

น่าสนใจว่าเมื่อพิจารณาในรายละเอียด ยอดขายผลิตภัณฑ์สำหรับแมวคิดเป็นถึง 63% ของยอดขายผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์ทั้งหมด ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าสินค้าสำหรับแมวมีความหลากหลายตอบโจทย์ความต้องการของเหล่าทาสแมวได้ดีกว่าสัตว์ชนิดอื่นๆ อีกทั้งเจ้าของแมวยังมักใช้จ่ายมากกว่าเจ้าของสุนัขถึง 2 เท่า โดยสินค้าที่มียอดขายสูงสุดได้แก่ อาหารและขนมแมว ทรายแมว และห้องน้ำแมว

ในขณะที่ Gen Y ถือเป็นกลุ่มที่เลี้ยงแมวมากที่สุด เนื่องจากไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบและนิยมอยู่คอนโดฯ ทำให้การเลี้ยงแมวเป็นทางเลือกที่ลงตัว Gen Z กลับเลี้ยงสุนัขมากที่สุดและมีการใช้จ่ายที่เติบโตสูงที่สุดถึง 46% ส่วน Gen X มีสัดส่วนการเลี้ยงปลาและนกสูงสุด เพราะสัตว์เหล่านี้เสริมบรรยากาศให้บ้านมีชีวิตชีวาและเสริมสิริมงคลได้ด้วย

Infographic อธิบายถึง เทรนด์คนไทยยุคใหม่

“เลี้ยงสัตว์เหมือนลูก” Pet Parent ใช้จ่ายกับบริการดูแลสัตว์เลี้ยงมากขึ้น

นอกจากการซื้อผลิตภัณฑ์แล้ว เหล่า Pet Parent ยังใช้จ่ายกับบริการดูแลสัตว์เลี้ยงมากขึ้นในทุกเดือน ไม่ว่าจะเป็นบริการอาบน้ำตัดขน รับฝากเลี้ยงระหว่างเดินทาง รวมถึงบริการสระว่ายน้ำและออกกำลังกาย โดย 65% ระบุว่าต้องการใช้บริการ Pet Wellness Center ที่ดูแลและรักษาสัตว์แบบครบวงจร 40% อยากให้มีคลินิกเฉพาะทางมากขึ้น และ 27% อยากให้มี Pet Park เพิ่มขึ้น

ท่ามกลางเทรนด์ของผู้เลี้ยงสัตว์ที่เติบโตสวนทางกับอัตราการเกิดของประชากรไทยที่ลดลง ส่งผลให้ธุรกิจสินค้าและบริการเพื่อสุขภาพสัตว์เลี้ยงจึงเติบโตอย่างต่อเนื่องตั้งแต่หลังโควิด โดยมีอัตราการเติบโตสูงถึง 14% ในปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการเติบโตที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง เพราะเหล่าทาสสัตว์เลี้ยงในยุคนี้พร้อมจ่ายเพื่อสุขภาพและความสุขของเจ้าตูบและเหมียวอย่างไม่อั้น

ดังนั้นทั้งแบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยงไปจนถึงผู้ประกอบการ และผู้ที่สนใจอยากทำธุรกิจที่เกี่ยวข้อง จึงควรศึกษาพฤติกรรมและความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปตามกลุ่มลูกค้าในแต่ละเจเนอเรชันอย่างละเอียด รวมถึงพัฒนาสินค้าและบริการใหม่ๆที่ตอบโจทย์เทรนด์นี้ เพื่อเข้าถึงกลุ่ม Pet Parent คนรุ่นใหม่ที่พร้อมจ่ายเพื่อสัตว์เลี้ยงที่รักได้อย่างตรงใจ

ดาวน์โหลด The 1 APP เพื่อติดตามข่าวสาร โปรโมชั่นและสิทธิพิเศษต่างๆ ได้ทั้งบน App Store, Play Store และ Huawei AppGallery https://offers.onelink.me/H3Sq/wz8kwqql