ไม่ต้องแบกกล้องให้หนัก! ชมความพี๊คคคของ กล้อง Galaxy S23 Ultra 1 วัน ในซานฟรานซิสโก

Galaxy S23 Ultra มาพร้อมกับ กล้อง สุดพี๊คคค อวดประสบการณ์การใช้กล้องที่ดีที่สุด ผ่านภาพถ่ายประสิทธิภาพสูง 1 วัน ในซานฟรานซิสโก

หลังจากการเปิดตัว Galaxy S23 Ultra ในงาน Galaxy Unpacked 2023 ซัมซุงประกาศว่า Galaxy S23 series จะ “มอบประสบการณ์การใช้ กล้อง ที่ดีที่สุด ด้วยพลังการประมวลผลสูงสุด” วันนี้เรามีภาพบางส่วนที่ซัมซุงถ่ายจาก Galaxy S23 Ultra ที่ซานฟรานซิสโกมาให้ชม เพื่อเป็นเครื่องยืนยันคำกล่าวนี้

Galaxy S23 Ultra มีทั้งเลนส์ถ่ายภาพมุมกว้างแบบ Ultra-Wide และเลนส์ Telephoto

เริ่มจาก วิดีโอ Vlog บันทึกเรื่องราวประจำวันไปจนถึงการภาพยนตร์นั้นพบได้ในงานวิดีโอต่าง ๆ สะท้อนถึงการใช้กล้องของสมาร์ทโฟนในชีวิตประจำวันที่มากขึ้นและมีรูปแบบการใช้งานหลากหลายยิ่งขึ้น Galaxy S23 Ultra มีตัวเลือกที่หลายหลากในการถ่ายภาพ ทั้งการถ่ายภาพมุม Wide ถ่ายภาพมุม Ultra-Wide หรือแม้แต่การถ่ายภาพระยะไกล (Telephoto) โดยใช้เลนส์หลักด้านหลังทั้ง 3 เลนส์และเลนส์ถ่ายภาพระยะไกลที่รองรับการซูมแบบ Optical ถึง 3 เท่า โดยเลนส์แต่ละเลนส์ที่อยู่ด้านหลังของสมาร์ทโฟนสามารถบันทึกภาพและเก็บบรรยากาศต่าง ๆ ได้ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพแสงไหนก็ถ่ายออกมาสวยชัดสุด ๆ ทำให้ Galaxy S23 Ultra เป็นสมาร์ทโฟนน้ำหนักเบาและครบจบทุกความต้องการ ช่วยสร้างภาพที่คมชัดและมีฟีเจอร์การถ่ายภาพที่หลากหลาย โดยมาพร้อมกับหน้าจอขนาด 6.8 นิ้วและน้ำหนักเพียง 233 กรัม

Samsung Galaxy S23 Ultra camera
Galaxy S23 Ultra มอบประสบการณ์การถ่ายภาพที่เยี่ยมยอดที่สุดทุกสถานการณ์และสภาพแสง
ด้วยเลนส์หลักทั้ง 3 เลนส์และเลนส์ Telephoto

เมื่อออกไปตามท้องถนนของซานฟรานซิสโก หนึ่งในถนนที่เป็นเอกลักษณ์ของเมือง นั่นคือถนน Lombard ซึ่งเป็นจุดที่คนมักจะมาถ่ายภาพทั้งฝั่งขึ้นเขาและลงเขา โดย Galaxy S23 Ultra กล้องที่มาพร้อมกับละเอียดสูงสุดถึง 200 ล้านพิกเซล ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่ด้านการถ่ายภาพหรือช่างภาพมืออาชีพก็สามารถถ่ายภาพย่านดาวน์ทาวน์ของซานฟรานซิสโก อันมีเอกลักษณ์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ห่างจากถนน Lombard และย่าน Russian Hill ไป ก็ยังมีอีกหนึ่งสถานที่ที่มีชื่อเสียงตั้งอยู่บนยอดเขา Telegraph Hill นั่นก็คือหอคอยโคอิท (Coit Tower) ที่ดูเหมือนตั้งอยู่ไม่ไกลเมื่อถ่ายด้วย Galaxy S23 Ultra และเมื่อเดินผ่านสี่แยกของถนนแคลิฟอร์เนียไปยังสะพาน Francisco-Oakland Bay โดยใช้สมาร์ทโฟน Galaxy S23 Ultra ถ่ายภาพสะพานได้หลากหลายอารมณ์และมีสีสันสดใส ไม่ว่าจะภาพจากมุมไหนและเลนส์ไหน ก็ครบจบในปุ่มเดียว

Samsung Galaxy S23 Ultra camera No Need for heavy cameras
ตัวอย่างภาพถ่ายที่ถ่ายโดยใช้เลนส์ Ultra-Wide (ซ้าย), เลนส์ Wide (กลาง) และเลนส์ Telephoto (ขวา)

เลนส์ Ultra-Wide และเลนส์ Telephoto ของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้มีเทคโนโลยี Dual Pixel ถ่ายภาพความละเอียดสูงได้ที่ 12 ล้านพิกเซลและ 10 ล้านพิกเซลตามลำดับ อีกทั้งยังพร้อมกับการจับโฟกัสที่เป็นธรรมชาติเพื่อจับภาพแบ็คกราวด์ได้อย่างคมชัด นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี Super Quad Pixel ช่วยให้ถ่ายภาพที่มีความละเอียดสูงสุดได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยการอัพเดตระบบออโต้โฟกัสและในส่วนเลนส์ Wide ที่บันทึกภาพความละเอียดสูงสุดได้ถึง 200 ล้านพิกเซลนั้นช่วยให้ถ่ายภาพได้คมชัดจัดเต็ม โดยมีการเบลอแบ็คกราวด์ได้อย่างสวยละมุนจากรูรับแสงขนาด F 1.7

Samsung Galaxy S23 Ultra camera No Need for heavy cameras
ภาพจากเลนส์ Telephoto ของ Galaxy S23 Ultra ที่รองรับการซูมแบบ Optical 10 เท่าเพื่อถ่ายภาพวัตถุที่อยู่ไกลออกไปได้อย่างคมชัด

ภาพถ่ายดวงจันทร์ด้วยกล้องความละเอียดสูงถึง 200 ล้านพิกเซล เก็บรายละเอียดสูงที่สุดในบรรดากล้องในสมาร์ทโฟน

Galaxy S23 Ultra มีเทคโนโลยี Adaptive Pixel sensor ที่ปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น โดยความละเอียดของภาพสามารถปรับได้สูงสุดถึง 200 ล้านพิกเซล 50 ล้านพิกเซล หรือ 12 ล้านพิกเซล โดยอัตโนมัติตามสภาพแวดล้อม ระดับความสว่าง หรือลักษณะของการถ่ายภาพ เช่น ในวันที่แสงแดดสดใส ก็จะได้ภาพถ่ายที่คมชัดเต็มความละเอียด 200 ล้านพิกเซลได้โดยอัตโนมัติ

ความละเอียดที่สูงสุดถึง 200 ล้านพิกเซล นั้นจะเห็นได้ชัดในการซูมภาพนิ่งหรือวิดีโอ ในหลาย ๆ เคสที่อาจจะพบกับพิกเซลที่แตกได้เมื่อซูมเข้าไปในภาพนิ่งหรือวิดีโอเพื่อครอบตัดรูป แต่สำหรับฟีเจอร์ High-resolution pixels ของ Galaxy S23 Ultra นั้นช่วยให้รายละเอียดของภาพถ่ายสูงและคมชัดแม้จะครอบตัดรูป สามารถทดลองฟีเจอร์นี้ได้โดยการครอบคนหรือวัตถุในภาพที่มีธรรมชาติกว้าง ๆ เป็นแบ็คกราวด์ หรือทดลองถ่ายภาพ Close-up ในสถานการณ์ที่ต้องถือกล้องใกล้กับวัตถุมาก ๆ

ภาพบ้านโบราณ Painted ladies houses ที่ถ่ายโดยใช้ความละเอียด 200 ล้านพิกเซล
จาก Galaxy S23 Ultra (ซ้าย) และภาพเดียวกันหลังจากซูมและครอบแล้ว (ขวา)

นอกจากรายละเอียดที่สูงขึ้น ขนาดของพิกเซลก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน เพื่อให้ภาพถ่ายดูสมจริงและมีคุณภาพสูงขึ้น
เมื่อถ่ายวิดีโอแบบ 8K ที่ 30FPS โดยใช้สมาร์ทโฟนทุกรุ่นใน Galaxy S23 series รวมไปถึง Galaxy S23 Ultra โดยพิกเซลที่ใหญ่ขึ้นและมุมมองภาพที่กว้างขึ้นจะช่วยให้สัมผัสความลึกและความสมจริงเสมือนทุกเหตุการณ์เกิดขึ้นตรงหน้า

Galaxy S23 Ultra มีระบบป้องกันภาพสั่น Optical Image Stabilization (OIS) และระบบป้องกันการสั่นของวิดีโอ Video Digital Image Stabilization (VDIS) ที่ป้องกันการสั่นได้ในมุมที่กว้างขึ้นและมีการยกระดับขึ้นอีกขั้น กับการถ่ายภาพที่คมชัดและไม่มีการเบลอหรือการสั่นของภาพ ด้วยระบบป้องกันภาพสั่นแบบ OIS รุ่นใหม่สามารถป้องกันการสั่นในองศาที่มากกว่าเดิมถึง 2 เท่า สามารถถ่ายภาพได้คมชัดขึ้นและการสั่นของตัวกล้องก็ลดลงด้วย ระบบป้องกันภาพสั่น OIS ยังช่วยลดการสั่นของคลิปวีดีโอที่ถ่ายด้วยความละเอียดตั้งแต่ระดับ 8K 4K FHD และ HD และยังช่วยลดการสั่นที่เกิดจากการ ก้าวเท้าขณะถ่ายวิดีโอตอนกลางคืน ให้ภาพชัดเจน ดูนิ่ง ไม่มีการเบลอขณะเคลื่อนไหวในตอนถ่ายวิดีโอ ฟีเจอร์ป้องกันการสั่นของภาพยังมีประโยชน์อีกมาก โดยเฉพาะขณะใช้ฟีเจอร์ Space Zoom ซึ่งช่วยให้ซูมได้ถึง 100 เท่า ทั้ง 2 ฟีเจอร์ใน Galaxy S23 Ultra จะทำงานร่วมกันเพื่อลดการสั่นที่อาจทำให้ภาพถ่ายเบลอ นอกจากนี้ยังสามารถช่วยเก็บรายละเอียดต่าง ๆ ของภาพถ่ายได้รวมไปถึงหลุมบนดวงจันทร์ได้อีกด้วย

Samsung Galaxy S23 Ultra camera No Need for heavy cameras The Moon
ภาพของดวงจันทร์ที่ถ่ายโดยใช้ฟีเจอร์ Space Zoom โดยการซูมปกติ (ซ้าย) ซูม 10 เท่า (กลาง) และซูม 100 เท่า (ขวา)

ยกระดับการถ่าย Selfie ด้วย AI อัจฉริยะขึ้นและฟีเจอร์ Warm Tones

นอกเหนือไปจากกล้องหลัง กล้องหน้าของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ก็ได้รับการปรับปรุงขึ้นด้วย เพื่อให้ถ่ายเซลฟี่ได้ดีขึ้นอีกขั้น เพิ่มชีวิตชีวาให้กับภาพเซลฟี่ความละเอียดสูงได้ด้วยกล้องหน้าแบบ Dual Pixel ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมฟีเจอร์ AI ที่ดียิ่งขึ้น จะมีสถานที่ใดในซานฟรานซิสโกที่เหมาะกับการถ่ายเซลฟี่ไปมากกว่าสะพาน Golden Gate แม้ว่าวันที่มีเมฆมาก แต่ Galaxy S23 Ultra สามารถบันทึกสีสันที่สวยงามโดยใช้ฟีเจอร์ Super HDR ที่สามารถทำงานได้กับทั้งการถ่าย
เซลฟี่แบบภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว

ภาพเซลฟี่ที่เปิดวอร์มโทน (ขวา), เทียบกับภาพเซลฟี่ที่เป็นโทนสีธรรมชาติ (ซ้าย)

Galaxy S23 Ultra ช่วยปรับโทนสีภาพจากกล้องหน้าให้ภาพเซลฟี่ดูอุ่นขึ้นได้ ถือเป็นอัฟเดตการเซลฟี่จากสมาร์ทโฟนรุ่นก่อนหน้าที่มีเพียงโทนสีธรรมชาติ โดยสามารถเลือกใช้ตัวเลือกที่หลากหลายได้ในขณะถ่ายเซลฟี่ตามมู้ดของภาพและปรับ สกินโทนเพื่อให้ได้ภาพเซลฟี่ที่สวยงามในสไตล์ของตัวเอง

สร้างสรรค์ภาพถ่ายและวิดีโอระดับอาชีพด้วยฟีเจอร์การถ่ายภาพกลางคืน (Nightography)

ฟีเจอร์การถ่ายภาพ Nightography ของ Galaxy S23 Ultra เป็นฟีเจอร์ที่ยกระดับประสบการณ์การถ่ายภาพโดยใช้
สมาร์ทโฟนไปอีกขั้น โดยสมาร์ทโฟนทุกรุ่นใน Galaxy S23 series สามารถลดนอยซ์ในภาพนิ่งและวิดีโอได้แม้ในสภาพแสงน้อยโดยใช้เทคโนโลยี Image signal processing – ISP ซึ่งมี AI solutions ที่ช่วยสร้างภาพนิ่งและวิดีโอที่คมชัด ด้วยข้อมูลที่บันทึกโดยใช้เซนเซอร์รับภาพเพื่อการปรับปรุงภาพถ่ายโดยเฉพาะด้านรายละเอียด สีสัน และคุณภาพของภาพ ก้าวข้ามขีดจำกัดทางกายภาพของกล้อง

สามารถเห็นตัวอย่างได้จากภาพ The Palace of Fine Arts ที่ค่อนข้างมืดเนื่องจากไม่มีแสงไฟจากแหล่งอื่นนนอกจากแสงไฟจากตัวอาคาร

ภาพ The Palace of Fine Arts ถ่ายโดยใช้ Galaxy S23 Ultra (ขวา) เปรียบเทียบกับสมาร์ทโฟนรุ่นอื่น (ซ้าย)

จากการเปรียบเทียบภาพถ่าย ฟีเจอร์การถ่ายภาพ Nightography ของ Galaxy S23 Ultra ช่วยให้การบันทึกรายละเอียดในภาพถ่ายทั้งแสงไฟจากตัวอาคารและโครงสร้างอาคารที่สะท้อนอยู่ในน้ำเป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบ ความแตกต่างจะยิ่งเห็นได้ชัดเมื่อเปรียบเทียบกับภาพที่ถ่ายโดยสมาร์ทโฟนรุ่นอื่น

ฟีเจอร์ Nightography ทำงานได้ทั้งกับกล้องหลังและกล้องหน้า ช่วยให้ภาพเซลฟี่ที่โดยไม่มีแสงไฟถนนมีความสว่างและคมชัดแม้กระทั่งรายละเอียดของเส้นผม และได้ทดลองใช้ฟีเจอร์ Nightography ที่จตุรัสด้านหน้าอาคารท่าเรือเฟอร์รี่ ถึงแม้ว่าพื้นที่โดยรอบจะมีแสงสว่างมากกว่าสถานที่ก่อนหน้าแต่ก็ยังอยู่ในช่วงเวลากลางคืน ด้วยพลังของ Nightography ที่ช่วยให้ได้ภาพถ่ายสุดอลังการ โดยมีแสนไฟจากถนนและอาคารรอบ ๆ เป็นแบ็คกราวด์

ประสบการณ์การถ่ายแบบมืออาชีพที่เหนือกว่ากับแอป Expert RAW

แอป Expert RAW สำหรับ Galaxy S23 Ultra ซึ่งเป็นแอปสำหรับครีเอเตอร์และมืออาชีพได้รับการปรับปรุงไปอีกขั้น ปัจจุบันสามารถใช้แอปนี้ถ่ายภาพที่ความละเอียดสูงสุด 50 ล้านพิกเซล Galaxy S23 Ultra จึงเป็นสุดยอดสมาร์ทโฟนสำหรับทั้งการถ่ายและเก็บบันทึกภาพที่เหนือกว่าสมาร์ทโฟนอื่น ๆ

ไฟล์ Original หรือที่เรียกกันว่าไฟล์ RAW ที่ถ่ายโดยใช้ Expert RAW จะมีข้อมูลสีสันอย่างเต็มอิ่ม แอปนี้สามารถใช้ปรับค่า ISO ความเร็วชัตเตอร์ โฟกัส และอื่น ๆ อีกมากเพื่อให้สรรสร้างเอฟเฟกต์ภาพและความรู้สึกของภาพได้หลังจากการบันทึกภาพ ยังสามารถลดแสงบริเวณที่มีแสงสว่างมากเกินไป หรือเพิ่มแสงบริเวณที่มืดเกินไปเพื่อเพิ่มรายละเอียดของภาพได้เช่นกัน

นอกจากนี้ ไฟล์ RAW มีการบันทึกข้อมูลสีสันไว้เป็นจำนวนมาก ขนาดของไฟล์จึงใหญ่เช่นเดียวกับภาพนิ่งหรือวิดีโอความละเอียดสูงที่บันทึกโดยกล้องถ่ายภาพธรรมดา Galaxy S23 Ultra มีหน่วยความจำภายในความจุขั้นต่ำ 512GB รองรับความต้องการของช่างภาพมืออาชีพ อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพขั้นสุดสมชื่อรุ่น Ultra ช่วยให้บันทึกไฟล์ขนาดใหญ่และความละเอียดสูงโดยไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีพื้นที่หน่วยความจำหรือต้องลดคุณภาพของไฟล์

ภาพสะพาน Bay Bridge ที่บันทึกและปรับแต่งด้วยแอป Expert RAW

Expert RAW มีฟีเจอร์เฉพาะเพื่อช่วยให้การถ่ายภาพดูมีความเป็นมืออาชีพยิ่งขึ้น แอปนี้รองรับการถ่ายภาพคุณภาพสูงแบบ Computational Raw File 16-bit ช่วยกดบันทึกภาพคุณภาพสูงต่อเนื่องได้สูงสุด 10 ภาพ นอกจากนี้ Expert RAW ยังรองรับฟีเจอร์การถ่ายภาพซ้อน ช่วรวมภาพถ่ายหลาย ๆ ภาพเป็นภาพเดียว อีกทั้งยังสามารถตั้งค่าเพื่อการถ่ายภาพดาว ช่วยให้ถ่ายภาพดาวและทางช้างเผือกได้ในยามค่ำคืน

การตั้งค่าเพื่อการถ่ายภาพดาวทำให้ Galaxy S23 Ultra สามารถบันทึกภาพการโคจรของดาวได้ด้วยการถ่ายภาพหลายภาพตามเวลาที่กำหนดและวงโคจรของดาว ระบบ AI สุดล้ำทำหน้าที่แยกและผสานภาพ ปรับแต่งภาพแบบหลายเฟรม บันทึก และตัดต่อ จะช่วยให้ถ่ายภาพดวงดาวได้อย่างสวยงามและง่ายกว่าที่เคยโดยไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์เสริมระดับ มืออาชีพ ยังสามารถถ่ายภาพ Time-lapse ของท้องฟ้าในยามค่ำคืนโดยใช้ฟีเจอร์ Hyperlapse ช่วยให้บันทึกท้องฟ้า อันงดงามได้แบบเต็มรายละเอียดยิ่งขึ้น

การตั้งค่าเพื่อถ่ายภาพดาวช่วยบันทึกภาพท้องฟ้าในยามค่ำคืนและจับการเคลื่อนไหวของทั้งดวงดาว
และวัตถุทางดาราศาสตร์ได้โดยใช้เพียง Galaxy S23 Ultra

สามารถสั่งจองล่วงหน้าได้แล้วตั้งแต่วันนี้ผ่านช่องทางออนไลน์บนเว็บไซต์ samsung.com หรือหน้าร้านที่ Samsung Experience Store และร้านค้าที่ร่วมรายการตั้งแต่วันนี้ – 23 กุมภาพันธ์นี้เท่านั้น!!!
คลิกเลย! www.samsung.com/th/smartphones/galaxy-s23-ultra/pre-order
https://www.samsung.com/th/smartphones/galaxy-s23-ultra/