HPE dHCI ยุคใหม่ของการบริหารจัดการข้อมูล Data Center ระดับ Enterprise

เมื่อพูดถึงโซลูชั่นในการบริหารจัดการข้อมูล Data Center ก่อนจะมี HPE dHCI ในปัจจุบัน ต้องย้อนกลับไปในรุ่นเก่า กับระบบที่เรียกว่า CI (Converge infrastructure) ซึ่ง converge เป็นการออกแบบระบบอินฟรา ที่มีการตรวจสอบความเข้ากันได้ ของ server, storage network และ software เข้าด้วยกัน ซึ่งระบบแบบเก่านั้น มีความยากเรื่องของการขยาย และการปรับแต่งระบบ อีกทั้ง ยังมีราคาที่ค่อนข้างสูง จึงได้มีการพัฒนาเป็น HCI (Hyper Converged infrastructure) ที่ออกแบบให้มีความง่าย ในการใช้งาน และขยายสเกลได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งนี่นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นสู่ยุค data first อย่างสมบูรณ์

โดยในยุคแรกๆ ของ HCI 1.0 สิ่งที่เกิดขึ้น เมื่อแอปพลิเคชันเจอปัญหา จะทำให้ระบบรวนทั้งหมด รวมไปถึงประสิทธิภาพในการจัดการข้อมูล จำนวนมากยังทำได้ไม่ดี หากจะทำการอัปเกรด จำเป็นต้องอัพเกรดทั้ง compute และ storage ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้เกิดความสิ้นเปลือง เกินความจำเป็น ต่อมาจึงได้มีการปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบ จนมาถึงยุคปัจจุบันอย่าง dHCI – Disaggregated Hyper Converged Infrastructure ซึ่ง HPE ได้ออกแบบโซลูชั่นให้ก้าวหน้ามากขึ้น เป็นระบบ HCI Version 2.0 ที่มีคุณสมบัติดังนี้ 

  1. Performance ระดับ Enterprise-Class ที่มีความเร็ว แรง และรองรับได้กับทุกระดับของ Workloads 
  2. ระบบต้องมี Uptime ระดับ 99.9999% six-nines หรือมี unplan ดาวน์ไทม์น้อยกว่า 32 วินาที ต่อหนึ่งปี 
  3. Dynamic Scale ขยายได้อย่างอิสระ ทีละส่วน ทั้ง CPU / Storage / Memory สามารถเลือกได้ตามต้องการ ไม่ต้องขยายทั้งโหนด

HPE dHCI มี Hardware ให้เลือกใช้งาน 2 รูปแบบ

HPE dHCI

Alletra 6000 เป็น Storage แบบ All-Flash NVME มีจุดเด่นที่ประสิทธิภาพสูง ค่า Latency ต่ำมาก ราคาค่อนข้างสูง 

HPE dHCI

Alletra 5000 ตัวนี้มีความเป็น Hybrid Storage สามารถใช้งานเป็น DHCI ได้เหมือนกัน ซึ่ง HPE ได้ทำ ระบบ CASL (Cache Accelerated Sequential Layout) แต่เดิม HDD จะมีการเขียน และอ่านแบบสุ่ม แต่ HPE ใช้วิธีสั่งให้ HDD เขียนข้อมูลแบบ Sequences เรียงไปข้างหน้าเรื่อยๆ ทำให้ได้ความเร็วเพิ่มขึ้น เพราะว่าหัวอ่านไม่ต้องวิ่งกลับไปกลับมา ทำให้ระบบ Hybrid Storage นี้ มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับ All Flash และยังใช้วิธี Sequential เดียวกันนี้ใน Flash Storage ช่วยเพิ่มความทนทาน ของอายุการใช้งานได้อีกด้วย ซึ่งเป็น Hardware ที่ออกแบบมาให้ลูกค้า มีตัวเลือกเพิ่มมากยิ่งขึ้น

โดย Alletra 5000 มีรุ่นย่อยให้เลือก 3 รุ่น 5010/5030/5050 ความพิเศษของ 3 รุ่นนี้คือ ลูกค้าเดิมที่ใช้ระบบ HPE Nimble Storage อยู่ สามารถทำสิ่งที่เรียกว่า Data-in-Place Upgrade ได้ โดยการเปลี่ยนชุด Controller โดยที่ระบบไม่ต้องหยุดการทำงาน หรือเป็นการทำ failed over ไปยัง secondary controller แล้วเปลี่ยน controller ทำงานต่อได้เลย

การการันตี six-nines

นอกจากจะการันตี เรื่องของ Uptime-Downtime ทำให้ระบบพร้อมทำงานอยู่เสมอแล้ว ยังมีเรื่องของ Triple+ Parity RAID ที่สามารถป้องกันดิสก์เสีย ได้พร้อมกันถึง 3 ลูก โดยระบบจะยังสามารถทำงานต่อได้อย่างไม่มีสะดุด และมีการทำ Encryption ข้อมูลเพื่อความปลอดภัย ซึ่งสามารถทำได้ในระดับ Application-level เลยทีเดียว

นอกจากนี้ อีกหนึ่งความพิเศษคือ มีการทำ QoS ให้กับข้อมูลด้วย โดยสามารถจัดลำดับได้ว่า แอปไหนสำคัญที่สุด จะมีการจัดเรียงความสำคัญ ของการใช้ข้อมูลได้ ทำให้ระบบโดยรวม มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 

ทำไมต้อง HPE DHCI

HPE dHCI

ถ้าเปรียบเทียบ กับ HCI เจ้าอื่นในมุมของการป้องกันการสูญหายของข้อมูล ระบบอื่นทั่วๆ ไป จะใช้วิธีก๊อปปี้ข้อมูลไว้เป็น 1 ชุด หรือ 2 ชุด ซึ่งจะมีผลต่อปริมาณ Storage ทันที ถ้าก๊อปปี้ 1 ชุด ความจุจาก 100% จะใช้ได้เพียง 50% ถ้าก๊อปปี้ 2 ชุด ความจุก็จะเหลือเพียงแค่ 33% ซึ่งหากต้องการเพิ่มความจุก็จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

แต่ HPE dHCI ใช้ Triple+ Parity RAID Protection ที่ป้องกันการเสียของดิสก์ แทนการก๊อปปี้ข้อมูล 3 ชุด ทำให้พื้นที่ Storage สามารถใช้งานได้ถึง 75% และยังมีเทคนิคการบีบอัดข้อมูลแบบ Dedup+ ซึ่งเพิ่มพื้นที่เก็บข้อมูลถึง 3 เท่า กลายเป็น 225% เลยทีเดียว

HPE dHCI

ในเรื่องของระบบ Primary Storage ที่ดี ควรจะมีการทำ Protection และการทำ Backup อยู่ในโซลูชั่นเดียวกัน ยกตัวอย่าง DSCC ของ HPE ซึ่งถือเป็นระบบ Management on Cloud อย่างแท้จริง จากระบบ Backup แบบเดิม ที่มีขั้นตอนซับซ้อน และค่าใช้จ่ายสูง แต่ HPE มี Service ตัวใหม่ที่เรียกว่า Backup and Recovery Service ออกแบบให้ระบบใช้งานง่าย ควบคุมได้จากที่เดียว แถมยังป้องกัน Ransomware ได้ด้วย คิดราคาตามปริมาณการใช้งานจริง ในราคาเริ่มต้นเพียง 5USD/VM/Month

สรุปข้อดีของ HPE DHCI

HPE dHCI

HPE dHCI เป็นโซลูชั่นรายเดียวที่รองรับทุก Workloads ใน Data Center เช่น VM Workloads / Micro Services / Container เป็นรายเดียวที่การันตี Performance สำหรับ Critical Workloads สามารถรองรับได้ในทุกๆ สเกลงาน การันตีเรื่องของ SLA (Service Level Agreement) รักษาระดับคุณภาพ Uptime ในระดับ 99.9999% รองรับการขยายระบบที่ยืดหยุ่นที่สุด อิสระที่สุด จะสเกล Storage หรือ Performance ของระบบ ก็เลือกทำได้อิสระ นอกจากนี้ HPE ยังเป็นรายเดียว! ที่มีระบบ AI ที่ฉลาดที่สุดมาช่วยดูแลระบบ ซึ่งจะช่วยลดการทำงานของ Admin ลงได้ และยังเป็นโซลูชั่นที่นำเสนอแบบครบวงจร เรียกได้ว่าเลือกใช้ HPE จะได้ทุกเซอร์วิสใน Vendor เดียว ติดต่อในที่เดียว ลดความยุ่งยากซับซ้อนลงได้มากทีเดียว

โซลูชั่นนี้ เหมาะกับใคร?

เหมาะกับ องค์กรที่ยังไม่เคยทำ Backup Data ของตัวเองเลย และองค์กรที่มีงบประมาณจำกัด ต้องการระบบที่ใช้งานง่าย ยืดหยุ่น และมีประสิทธิภาพสูง สามารถขยายได้ตามความต้องการ

การติดต่อ

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อ บริษัท ยิบอินซอย จำกัด มีทีมงานที่พร้อมให้คำปรึกษา ให้ข้อมูลตัว HPE dHCI แบบเจาะลึกในทุกเรื่องที่ลูกค้าต้องการ

เบอร์โทรศัพท์ : 02 353 8600 ต่อ 3210 หรือ 8432
e-mail: yitmkt@yipintsoi.com