รายงานเผย ชาร์จสมาร์ทโฟนเอาไว้ใกล้ๆ เวลานอน เสี่ยงทั้งโรคเบาหวานและโรคอ้วน!

รายงานล่าสุดอ้างว่า “การชาร์จสมาร์ทโฟนในห้องนอน จะส่งผลต่อการหลั่งเมลาโทนินของร่างกาย” ซึ่งนำไปสู่ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานและโรคอ้วนได้ด้วย

ตามรายงานเผยว่าการนอนหลับในสภาพแวดล้อมที่มืดสนิทนั้นจะเอื้อต่อการผลิตเมลาโทนินของร่างกาย ซึ่งช่วยในการเผาผลาญของมนุษย์

ดังนั้นการที่เราชาร์จสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตในห้องนอน จะส่งผลต่อการหลั่งเมลาโทนินในร่างกาย โดยผลที่ได้นั้นจะทำให้เกิดความไม่สมดุลของการเผาผลาญ และนำมาซึ่งอาการต่าง ๆ เช่น โรคอ้วนและโรคเบาหวาน

การวิจัยเผยว่าเมื่อสมาร์ทโฟนอยู่ในสถานะพร้อมใช้งาน มันจะแผ่รังสีแม่เหล็กไฟฟ้าอยู่ที่ 2.3 มิลลิเกาส์ และจะเพิ่มขึ้นเป็น 3.4 มิลลิเกาส์เมื่อเกิดการชาร์จ และระยะของค่ารังสีแม่เหล็กไฟฟ้าภายในระยะห่าง 5 ซม. 10 ซม. และ 15 ซม. คือ 1, 0.5 และ 0.3 มิลลิเกาส์ ตามลำดับ

Charging

นั่นหมายความว่ายิ่งคุณวางสมาร์ทโฟนห่างจากตัวมากเท่าไหร่ ค่ารังสีแม่เหล็กไฟฟ้าก็จะยิ่งลดน้อยลง ดังนั้นนักวิจัยจึงแนะนำให้คุณทำการปิดสมาร์ทโฟนในขณะที่นอนหลับ หรือถ้าคุณไม่สะดวกที่จะปิดเครื่อง ก็ควรชาร์จสมาร์ทโฟนในห้องอื่น ไม่ควรชาร์จในห้องนอนหรือวางไว้ที่ข้างหมอน

นอกจากนี้นักวิจัยยังแนะนำให้ถอดปลั๊กเครื่องใช้ในครัวเรือนอื่น ๆ ก่อนเข้านอนด้วย และยังมีงานวิจัยจาก Ivy Cheung จาก Northwestern University ในชิคาโกที่กล่าวว่า การได้รับแสงที่เสริมด้วยสีน้ำเงิน 3 ชั่วโมงในตอนเย็น จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความหิวและการเผาผลาญกลูโคส

การพักผ่อนในตอนกลางคืนนั้นดีต่อร่างกายของมนุษย์ ดังนั้นการที่คุณนอนหลับได้สั้นลงหรือถูกแสงสว่างรบกวนในตอนดึก ก็จะไปขัดขวางการหลั่งเมลาโทนินและอาจส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงในการเผาผลาญอาหารของร่ายกายได้

ที่มา gizchina