Disney+ Hotstar ฉายพิเศษตัว 100 นาที เรื่อง THE BEATLES: GET BACK

Disney+ Hotstar ฉายตัวอย่างพิเศษ 100 นาทีจากเรื่อง “THE BEATLES: GET BACK” ซีรีส์สารคดีออริจินัลของปีเตอร์ แจ็คสัน ณ กรุงลอนดอน

เมื่อเร็วๆ นี้ ณ กรุงลอนดอน พอล แม็กคาร์ตนีย์(Paul McCartney) และเพื่อนๆ ร่วมเดินพรมแดงหน้า Cineworld Leicester Square ก่อนเริ่มงานฉายตัวอย่างพิเศษ เรื่อง “The Beatles : Get Back” ของดิสนีย์พลัส ฮอตสตาร์ นอกจากนี้ยังมีแขกวีไอพีคนอื่นๆ มาร่วมงานอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น โนเอล กัลลาเกอร์ (Noel Gallagher) จากวง Oasis, เอลวิส คอสเตลโล (Elvis Costello), เจมส์ เบย์ (James Bay), แกรี่ เคมป์ (Gary Kemp) จากวง Spandau Ballet, นีล เทนเนนท์ (Neil Tennant) จาก
วง Pet Shop Boys, เจมี คุก (Jamie Cook) จากวง Arctic Monkeys, มิกค์ ฮัคนัลล์ (Mick Hucknall) จากวง Simply Red,

มาร์ติน ฟรีแมน (Martin Freeman), สตีเฟ่น เมอร์แชนท์ (Stephen Merchant), ผู้กำกับ พอล กรีนกราส (Paul Greengrass), นักฟิสิกส์ ไบรอัน ค็อกซ์ (Brian Cox), เทอร์รี่ กิลเลียม (Terry Gilliam) จากวง Monty Python และ ซานจีฟ พาสคาร์ (Sanjeev Bhaskar) ผลงานออริจินัลของ Disney+ Hotstar เรื่อง “ THE BEATLES: GET BACK ” ฉายแบบเอ็กซ์คลูซีฟสตรีมมิ่งแพลตฟอร์ม ในวันที่ 25, 26 และ 27 พฤศจิกายน 2564

สามารถรับชมคลิปวิดีโอของงานอีเวนต์ได้พรุ่งนี้: https://www.epk.tv/view/#/campaign/the-beatles-get-back/special-screening-event-in-london/

Disney+ Hotstar THE BEATLES

ปีเตอร์ แจ็กสัน (Peter Jackson) ผู้กำกับที่คว้ารางวัลออสการ์มาแล้วมากกว่า 3 ครั้งจากภาพยนตร์ไตรภาค The Lord of the Rings และภาพยนตร์เรื่อง They Shall Not Grow Old กลับมาพร้อมกับการกำกับภาพยนตร์เรื่อง “The Beatles: Get Back” ซึ่งจะผู้ชมย้อนเวลากลับไปสู่การบันทึกเสียงในช่วงเดือนมกราคม 1969 ซึ่งกลายเป็นช่วงเวลาสำคัญในประวัติศาสตร์ดนตรี สารคดีเรื่องนี้จะนำเสนอกระบวนการสร้างสรรค์บทเพลงของ เดอะบีเทิลส์ (The Beatles) ขณะที่พวกเขาพยายามเขียนเพลงใหม่ 14 เพลง

เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการแสดงคอนเสิร์ตครั้งแรกในรอบกว่าสองปี เมื่อต้องเผชิญกับเวลาที่กำหนดไว้ซึ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะทำได้เสร็จ มิตรภาพที่แน่นแฟ้นของจอห์น เลนนอน (John Lennon), พอล แม็คคาร์ตนีย์ (Paul McCartney), จอร์จ แฮร์ริสัน (George Harrison) และริงโก้ สตาร์ (Ringo Starr) จึงถูกทดสอบ สารคดีชุดนี้รวบรวมจากฟุตเทจที่ไม่มีใครเห็นเกือบ 60 ชั่วโมงซึ่งถ่ายทำในระยะเวลา 21 วัน กำกับโดยไมเคิล ลินด์ซีย์-ฮ็อก (Michael Lindsay-Hogg) ในปี 2512 และจากเสียงที่ไม่ได้ยินมากกว่า 150 ชั่วโมง

ซึ่งส่วนใหญ่ถูกเก็บอยู่ในห้องนิรภัยมานานกว่าครึ่งศตวรรษ แจ็กสัน (Jackson) เป็นคนเดียวใน 50 ปีที่ได้รับสิทธิ์เข้าถึงขุมสมบัติของเดอะบีเทิลส์ (The Beatles)  ซึ่งปัจจุบันได้รับการฟื้นฟูอย่างยอดเยี่ยม สิ่งที่เกิดขึ้นคือภาพความสนิทสนมอย่างไม่น่าเชื่อของเดอะบีเทิลส์ (The Beatles) แสดงให้เห็นว่าพวกเขายังคงพึ่งพามิตรภาพ มีอารมณ์ขัน และสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างได้อัจฉริยะแม้ในยามตกที่นั่งลำบาก

ในขณะที่แผนงานไม่ได้เป็นไปตามที่วางไว้และความสัมพันธ์กำลังถูกทดสอบ สารคดีชุดนี้ประกอบไปด้วยการแสดงสดครั้งสุดท้ายของเดอะบีเทิลส์ (The Beatles) คอนเสิร์ตบนดาดฟ้าที่ยากจะลืมที่ย่าน Savile Row ในลอนดอน เพลงที่โด่งดังที่สุดในโลกบางเพลงก็ถูกเรียบเรียงและนำไปแสดงที่นี่

รวมถึงเพลงอื่น ๆ และการประพันธ์เพลงคลาสสิกในสองอัลบั้มสุดท้ายของวง ได้แก่ Abbey Road และ Let It Be. สารคดีชุดนี้ประกอบด้วยฟุตเทจที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อนและได้รับการฟื้นฟู ซึ่งบางครั้งมีภาษาที่โจ่งแจ้ง เนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่ และการสูบบุหรี่ จึงควรใช้วิจารณญาณในการรับชม

การร่วมมือครั้งใหม่ที่น่าตื่นเต้นระหว่างเดอะบีเทิลส์ (The Beatles) และแจ็กสัน (Jackson) ในครั้งนี้นำเสนอโดยเดอะ วอลต์ดิสนีย์ สตูดิโอส์ (The Walt Disney Studios) ร่วมกับ แอปเปิล คอร์ปส์ จำกัด (Apple Corps Ltd.) และ วิงนัท ฟิล์ม โปรดักชั่นส์ จำกัด (WingNut Films Productions Ltd.) “The Beatles: Get Back” 

นำแสดงโดย จอห์น เลนนอน (John Lennon), พอล แม็คคาร์ตนีย์ (Paul McCartney), จอร์จ แฮร์ริสัน (George Harrison), ริงโก้ สตาร์ (Ringo Starr), โยโกะ โอโนะ เลนนอน (Yoko Ono Lennon), โอลิเวีย แฮร์ริสัน (Olivia Harrison), โจนาธาน ไคลด์ (Jonathan Clyde) ผู้อำนวยการบริหารการผลิต Eight Days a Week, แคลร์ โอลเซน Clare Olssen ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ They Shall Not Grow Old และ ปีเตอร์ แจ็กสัน (Peter Jackson)  ร่วมกับเจฟฟ์ โจนส์ (Jeff Jones) ผู้บริหารอุตสาหกรรมเพลงที่รู้จักกันดีในฐานะซีอีโอของแอปเปิล คอร์ปส์

ที่ก่อตั้งโดยเดอะบีเทิลส์ (The Beatles) และเคน คามินส์ (Ken Kamins) ผู้อำนวยการบริหารการผลิต The Hobbit ไตรภาค ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการสร้าง จาเบซ โอลส์เซน (Jabez Olssen) ผู้ตัดต่อ Rogue One: A Star Wars Story ทำหน้าที่เป็นผู้ตัดต่อภาพยนตร์ ผู้ดูแลเพลงคือไจล์ส มาร์ติน (Giles Martin) โปรดิวเซอร์เพลงในภาพยนตร์เรื่อง Rocketman, ไมเคิล เฮดเจส (Michael Hedges) ผู้ปรับสมดุลเสียงใน The Adventures of Tintin และเบรนต์ เบิร์ก (Brent Burge) ผู้สร้างเสียงในภาพยนตร์ไตรภาค The Hobbit ทำหน้าที่เป็นปรับสมดุลเสียงทั้งบทพูด เพลง และเสียงเอฟเฟกต์ (re- recording mixers) และมิกซ์เพลงโดยไจล์ส มาร์ติน (Giles Martin)และแซม โอเคลล์ (Sam Okell) ผู้มิกซ์เสียงในภาพยนตร์เรื่อง Yesterday

Twitter: @DisneyPlusTH

Instagram: @DisneyPlusHotstarTH

Facebook: @DisneyPlusHotstarTH