เช็คลิสต์ 4 สมาร์ทแก็ดเจ็ต ที่เปิดเทอมนี้ต้องมีติดบ้าน พร้อมรับไลฟ์สไตล์

ตอบโจทย์การใช้งานในยุค New Normal พนักงานที่ต้อง Work From Home  เด็กๆ วัยเรียนที่ฤดูกาลเปิดเทอมใกล้เข้ามาทุกที ยกระดับไลฟ์สไตล์ให้การใช้ชีวิตอยู่บ้านของเราไฮเทคขึ้น ด้วยสมาร์ทแก็ดเจ็ต วันนี้เรามีเช็คลิสต์ 4 สมาร์ทแก็ดเจ็ตที่เปิดเทอมนี้ควรมีติดบ้านไว้มาแนะนำกัน

1. “แล็ปท็อป” ที่เร็ว แรง จอคมชัด แถมมีฟีเจอร์สุดว้าว กับ HUAWEI MateBook Family 2021

เพราะงานที่รอให้ปั่นนั้นยาวเป็นหางว่าว ยิ่งเป็นช่วงที่ต้องเรียนออนไลน์ แล็ปท็อปก็ยิ่งทำงานหนัก นอกจากจะต้องเรียนเช้าเรียนบ่าย กลางคืนยังต้องใช้ปั่นการบ้าน ไม่ว่าจะงานเดี่ยวงานกลุ่ม จะมาเป็นคนเดียวที่แล็ปท็อปไม่พร้อมใช้งานไม่ได้ ควรเลือกแล็ปท็อปที่มีชิปเซ็ตใหม่ล่าสุดอยู่เสมอ หัวเว่ยเพิ่งเปิดตัว HUAWEI MateBook Family 2021 ซึ่งใช้ชิปเซ็ตใหม่ล่าสุดจาก Intel โดยมีให้เลือกทั้ง 11th Gen Intel Core processor และ 10th Gen Intel Core processor ให้เหมาะสมกับการใช้งานของแต่ละคน พร้อมหน่วยความจำ 16 GB DDR4 

HUAWEI MateBook Family 2021

โดยมีทั้งรุ่น HUAWEI MateBook 14 ที่หน้าจอเป็นระบบสัมผัส Multi-touch Screen แถมมีจอ 2K FullView Display ที่ให้ภาพคมชัด จะดูยูทูปดูเน็ตฟลิกซ์เวลาว่างก็ตอบโจทย์ในเครื่องเดียว หรือหากต้องการรุ่นที่หน้าจอขนาด 15 นิ้วก็มี HUAWEI MateBook D 15 ซึ่งจอกางได้ 178 องศา ทั้งคู่ได้รับการอัปเกรดให้รองรับเทคโนโลยี HUAWEI Share 3.0 เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนหัวเว่ยที่มี EMUI 10.1 ขึ้นไป ให้จอมือถือไปปรากฏบนจอแล็ปท็อปได้ แถมยังเปิดใช้งานแอปพลิเคชันได้พร้อมกัน 3 แอปฯ 3 หน้าต่าง รวมถึงมีระบบระบายความร้อนทรงประสิทธิภาพด้วยพัดลม HUAWEI Shark Fin 2.0 และท่อระบายความร้อนแบบคู่ ช่วยให้เครื่องก็ไม่ร้อน ใช้งานไม่สะดุด ไม่หวั่นแม้ต้องเรียนกันทั้งวัน

HUAWEI MateBook Family 2021

2. “แท็บเล็ต” ไว้จดเลคเชอร์ เชื่อมต่อคีย์บอร์ดปากกา พร้อมโหมด E-Book และจอถนอมสายตา

เทคโนโลยีเดินทางมาถึงวันที่น้อยคนนักที่ยังจดเลคเชอร์หรือจด to-do list ลงสมุดด้วยลายมือ เพราะการใช้แท็บเล็ตจดบันทึกทั้งสะดวก รวดเร็ว จะลบ จะตกแต่งให้สวยงามก็ทำง่าย แถม sync ขึ้นคลาวด์แล้วแชร์ให้เพื่อนๆ ต่อหรือนำไปโพสต์โซเชียลได้ทันที ที่สำคัญคือไม่ต้องพกสมุดหลายเล่มให้วุ่นวายอีกต่อไป เพราะแค่เครื่องเดียวก็จัดระเบียบโน้ตได้ทุกวิชา ยิ่งแท็บเล็ตที่เชื่อมต่อกับคีย์บอร์ดและปากกาได้ยิ่งเป็นที่นิยม บางคนก็ใช้บ่อยจนแทบจะแทนแล็ปท็อปไปแล้ว แต่ประโยชน์ของแท็บเล็ตก็ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องเรียนเท่านั้น

เพราะหลายคนก็ใช้ดูซีรีส์และดูคอนเทนต์ออนไลน์ต่างๆ เป็นเครื่องหลักเลยก็ว่าได้ เพราะหน้าจอใหญ่ ดูสบายตากว่าสมาร์ทโฟน แต่พกพาสะดวกและปรับอิริยาบถง่ายกว่าใช้แล็ปท็อป อย่างปีนี้หัวเว่ยได้เปิดตัว HUAWEI MatePad พร้อมชิปเซ็ตอัปเกรดล่าสุด Kirin 820 ที่ประมวลผลรวดเร็ว ค่าความหน่วงต่ำ รองรับการเชื่อมต่อ WiFi-6 และการทำงานแบบ Multi-screen Collaboration ผ่านเทคโนโลยี HUAWEI Share ที่สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนหัวเว่ยที่มี EMUI 10.1 ขึ้นไป แล้วทำให้จอมือถือไปปรากฏบนจอแท็บเล็ตได้ ลากรูปส่งไฟล์แชร์ข้อมูลต่างๆ ได้แบบเรียลไทม์ รวมถึงมีรุ่น HUAWEI MatePad T 10s ที่เหมาะกับการเรียนรู้ของเด็กเล็ก

เพราะมี Kid’s Corner รวมถึงใช้ลำโพงตามมาตรฐาน Harman Kardon มอบประสบการณ์เสียงที่สมจริง ถนอมสายตาด้วยหน้าจอที่ผ่านการรับรองจาก TÜV Rheinland ว่าช่วยลดแสงสีฟ้าที่เป็นอันตรายต่อดวงตา ดังนั้นนอกจากใช้สำหรับการเรียนออนไลน์แล้ว จะพักสมองไปชมคอนเทนต์บันเทิงก็ตอบโจทย์ไม่แพ้กัน และยังมีรุ่นที่จับถนัดมืออย่าง HUAWEI MatePad T 8 ซึ่งเหมาะกับสายชอบอ่าน E-Book หรือต้องอ่านเอกสารจำนวนมาก เพราะสามารถปรับหน้าจอให้สบายตาเหมือนอ่านบนกระดาษ หมดปัญหาความล้าสายตา แถมสะดวกไปอีกขั้นเพราะรองรับการปลดล็อกหน้าจอด้วยการสแกนใบหน้า หยิบใช้เมื่อไรก็ปลดล็อกได้แบบทันใจ

3. “หูฟังไร้สาย” ขยับตัวไปไหนก็สะดวก เสียงคมชัด แบตอึดทนตลอดวัน

ขอบอกเลยตรงนี้ว่าจงเปิดใจก้าวไปกับเทคโนโลยีกันเถอะ เพราะถ้าลองสักครั้งจะไม่หันหลังกลับไปอย่างแน่นอน คราวนี้จะนั่งเรียนอยู่แล้วอยากเปลี่ยนอิริยาบถหรือลุกเดินไปไหนก็อิสระ หมดสิ้นพันธนาการของสายหูฟัง ยิ่งเดี๋ยวนี้หูฟังไร้สายมีให้เลือกเยอะจนราคาไม่แพงอีกต่อไป แถมแบตเตอรี่ก็อึดพอให้ใช้งานได้ทั้งวัน จะเรียนเช้ายันบ่ายก็ไม่สะดุด อย่างล่าสุดหัวเว่ยมี HUAWEI FreeBuds 4i ที่ราคาเพียง 2,799 บาท แต่มาพร้อมเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนรอบข้างที่ทรงประสิทธิภาพ เพราะใช้ไมโครโฟนคู่ซึ่งทำงานร่วม AI ตรวจจับและแยกแยะเสียงรบกวนได้อย่างแม่นยำ ใช้ไดนามิกไดร์เวอร์ขนาดใหญ่ 10 มิลลิเมตร มอบประสบการณ์เสียงที่ชัดใสไม่ว่าจะต้นทางหรือปลายทาง อีกทั้งยังสามารถใช้งานต่อเนื่องได้ถึง 10 ชั่วโมง และสูงสุด 22 ชั่วโมงเมื่อใช้ร่วมกับเคสชาร์จ เชื่อมต่อเสถียรด้วยบลูทูธ 5.2 สามารถเชื่อมต่อแล็ปท็อป รวมทั้งแท็บเล็ตหรือสมาร์ทโฟนได้ทุกระบบปฏิบัติการ

4.“สมาร์ทวอทช์” ที่วัดค่าแม่นยำ เหมือนมีโค้ชส่วนตัวไว้มอนิเตอร์สุขภาพ

ประการสุดท้าย เรียนหนักแล้วต้องห้ามลืมใส่ใจสุขภาพ สมาร์ทวอทช์สมัยนี้ฉลาดมากกว่าจะมีไว้สำหรับวัดระยะทางการวิ่ง หรือแจ้งเตือนข้อความเข้าแล้ว เพราะยังมีโหมดออกกำลังกายให้เลือกสารพัดรูปแบบ ทั้งกลางแจ้งและในร่ม ทั้งยังสามารถตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจระหว่างออกกำลังกาย ติดตามคุณภาพการนอนหลับ ตรวจสอบและบริหารจัดการความเครียด วัดระดับออกซิเจนในเลือด (SpO2) เพื่อวัตถุประสงค์ทางด้านการออกกำลังกายโดยเฉพาะ รวมถึงสารพัดฟีเจอร์ที่รวมมาให้อยู่บนข้อมือ อย่าง HUAWEI Watch Fit มีความพิเศษที่หน้าจอ AMOLED ขนาด 1.64 นิ้ว ติดตามการออกกำลังกายได้สูงสุด 96 โหมด 

แถมยังมีฟีเจอร์ Animated Fitness Coach สอนท่าออกกำลังกายให้ 12 คอร์ส สามารถขยับร่างกายตามกันได้เหมือนมีโค้ชส่วนตัวอยู่ด้วย หรือจะเลือกให้เฉพาะทางขึ้นอีกระดับอย่าง HUAWEI Watch GT 2 ที่ใช้ชิปเซ็ต Kirin A1 พร้อมเทคโนโลยีประหยัดพลังงานที่ทำให้ใช้งานต่อเนื่องได้นานสูงสุด 2 สัปดาห์ หน้าปัดกระจก 3 มิติที่ทำให้ดูดีแม้ในวันที่แต่งตัวสบายๆ อยู่กับบ้าน เป็นทั้งผู้ช่วยส่วนตัวด้านสุขภาพและผู้ช่วยด้านการเสริมลุคได้ในเครื่องเดียว

จากที่ได้แนะนำมาทั้งหมดนี้คงพอเห็นภาพกันแล้วว่า สมาร์ทแก็ดเจ็ตที่มีคุณภาพและสอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้สามารถยกระดับไลฟ์สไตล์ช่วงเรียนออนไลน์และ Work From Home ของเราให้สะดวกสบายขึ้นได้อย่างไรบ้าง แน่นอนว่ายุคดิจิทัลเช่นนี้หลายคนคงมีบางไอเท็มที่กล่าวมาอยู่บ้างแล้ว แต่ลองนึกดูว่าถ้าหากเรามีแก็ดเจ็ตครบมือทั้งแล็ปท็อปที่ไว้เรียนหรือทำงานเป็นหลัก มีแท็บเล็ตไว้จดบันทึกและพักชมคอนเทนต์บันเทิงยามว่าง เชื่อมต่อทุกคอนเทนต์เสียงผ่านหูฟังไร้สายที่ทำให้ลุกเดินไปไหนสะดวกสบายโดยที่เสียงยังคมชัด

รวมถึงสวมสมาร์ทวอทช์ไว้คอยมอนิเตอร์สุขภาพและผลักดันให้เราออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เช่นนี้แล้วชีวิตจะสะดวกสบายเพียงไหน หรือที่จริงถ้าบวกสมาร์ทโฟนไปอีกอย่าง ทั้งหมดนี้ก็จะมีชื่อเรียกในวงการไอทีว่า “อีโคซิสเต็ม” นั่นเอง ดังที่หัวเว่ยได้พัฒนาอีโคซิสเต็มของตนเองบนกลยุทธ์ 1+8+N โดยเลข “1” แทนสมาร์ทโฟนที่เป็นศูนย์กลาง และเชื่อมต่อกับ “8” คือสมาร์ทแก็ดเจ็ตต่างๆ รวมไปถึง “N” คืออุปกรณ์ IoT อีกนับไม่ถ้วน ซึ่งจะทำให้ทุกอุปกรณ์ของเราเชื่อมต่อถึงกันแบบครบวงจร ยกระดับไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล ตามกลยุทธ์ “ชีวิตเอไอ ไร้รอยต่อ” ของหัวเว่ยนั่นเอง

สำหรับใครที่สนใจผลิตภัณฑ์ที่กล่าวมาทั้งหมดข้างต้น ตอนนี้หัวเว่ยจัดโปรโมชัน Back To School ต้อนรับฤดูกาลเปิดเทอม ให้เรียนออนไลน์และ Work From Home กันได้แบบล้ำๆ โดยมอบของสมนาคุณสุดคุ้มมากมายที่จะยกระดับไลฟ์สไตล์ในยุค New Normal ให้สะดวกสบายยิ่งขึ้น สำหรับผู้ที่สั่งซื้อสินค้าผ่าน HUAWEI Online Store รวมถึงหน้าร้าน HUAWEI Experience Store และร้านค้าที่ร่วมรายการทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม 2564 ถึง 13 มิถุนายน 2564 โดยสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรโมชัน Back To School ได้ที่นี่ หรือติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของหัวเว่ยได้ที่นี

Message us