IBM และ Happily.ai นำ AI ช่วยองค์กรยกระดับประสบการณ์ของพนักงาน

IBM ประกาศว่า Happily.ai ได้นำ IBM Watson เข้าช่วยให้มุมมองเชิงลึกเพื่อให้องค์กรสามารถเข้าใจความรู้สึกของพนักงานได้มากขึ้น และนำสู่การขับเคลื่อนเพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมของพนักงาน ประสิทธิภาพในการทำงาน และวัฒนธรรมองค์กรในเชิงบวก

Happily.ai ใช้ความสามารถในการประมวลผลภาษาธรรมชาติของ IBM Watson ที่อยู่บน IBM Cloud ในการวัดอารมณ์และความรู้สึกของพนักงานในที่ทำงาน เพื่อสร้างพฤติกรรมเชิงบวกและเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรในหมู่พนักงาน ความสามารถในการประมวลผลภาษาธรรมชาติช่วยให้ IBM Watson สามารถวิเคราะห์ภาษาที่มนุษย์ใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อทำความเข้าใจเจตนา อารมณ์ และโทนเสียงที่ใช้ในข้อความที่เขียน ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกสุข กลัว เศร้า โกรธ หรือแม้แต่ความมั่นใจและความลังเล

IBM Happily.ai

แอพที่ให้บริการผ่านแพลตฟอร์มมือถือนี้ จะช่วยให้องค์กรได้รับข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์ทุกวัน แทนที่จะต้องรอผลรายปีจากแบบสำรวจการมีส่วนร่วมของพนักงาน โดยข้อความที่นำมาวิเคราะห์มาจากคำตอบของพนักงานถึงภาวะอารมณ์ไนที่ทำงานของตน Happily.ai ยังใช้สไตล์ความเป็นเกมและรูปแบบการสะสมแต้มเพื่อช่วยดึงดูดให้พนักงานเข้ามาให้ข้อมูลผ่านแอพทุกวัน โดยฟีดแบ็คที่ได้รับในเวลาที่เหมาะสม บนพื้นฐานของข้อมูล จะช่วยให้หัวหน้างานสามารถรับรู้ความรู้สึก เข้าใจถึงความท้าทายที่ทีมเผชิญอยู่ และสามารถสร้างแรงจูงใจทั้งในระยะสั้นและระยะยาวเพื่อปลูกฝังคุณลักษณะที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมขององค์กรได้ แรงจูงใจในที่นี้อาจรวมถึงการโค้ชชิงแบบเวอร์ชวล การแนะนำหนังสือน่าอ่าน และการแสดงความชื่นชมเพื่อสร้างลักษณะนิสัยและวัฒนธรรมเชิงบวก

Happily.ai ได้รับการพัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของพฤติกรรมศาสตร์จากงานวิจัยจิตวิทยาองค์กร โดยพบว่าทีมที่เข้ามาใช้งาน Happily.ai มากที่สุด มีประสิทธิภาพการขายและได้รับคะแนน NPS จากลูกค้าเพิ่มขึ้น องค์กรที่นำ Happily.ai ไปใช้ยังพบว่ามีอัตราการเข้าใช้งานของผู้ใช้มากกว่า 97%

IBM Happily.ai

การศึกษากลุ่มซีอีโอปี 2564 โดยสถาบันการศึกษาคุณค่าทางธุรกิจของไอบีเอ็ม (IBM Institute for Business Value) ที่เผยแพร่ช่วงก่อนหน้านี้ ชึ้ให้เห็นว่า 77% ของซีอีโอของบริษัทที่มีผลการดำเนินงานดี วางแผนที่จะให้ความสำคัญสูงสุดกับสุขภาวะของพนักงาน แม้ว่าจะต้องแลกกับความสามารถในการทำกำไรในระยะสั้น ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษา Accelerating the journey to HR 3.0ที่พบว่ากลุ่มผู้บริหารสูงสุดด้านทรัพยากรมนุษย์ (CHRO) ในองค์กรที่มีผลการดำเนินงานดี มองว่าองค์กรของตนเน้นการสนับสนุนสุขภาวะของพนักงาน ทั้งทางกาย ทางอารมณ์ และทางการเงิน ในฐานะส่วนหนึ่งของ “ค่านิยมหลักขององค์กร” โดยเป็นการให้ความสำคัญในอัตราที่สูงกว่าบริษัทที่มีผลการดำเนินงานต่ำถึงเกือบสามเท่า

“การวิจัยของเราชี้ให้เห็นว่าพนักงานจะทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เมื่อ mood และ tone ของที่ทำงานหรือสภาพแวดล้อมเป็นไปในเชิงบวก” ทรีฟ แจเฟอรี่ ซีอีโอของ Happily.ai กล่าว “ความสามารถในการประมวลผลภาษาธรรมชาติของ IBM Watson บน IBM Cloud ช่วยให้สามารถอธิบายเทรนด์และพฤติกรรมต่างๆ ได้ และทำให้ผู้บริหารเห็นถึงแนวทางการดำเนินการที่ควรใช้เพื่อแก้ไขปัญหา ผ่านรูปแบบที่ช่วยการสร้างการมีส่วนร่วมอย่างกิจกรรมในรูปแบบเกม ลูกค้ารายหนึ่งของเราประสบปัญหาอัตราการลาออกของพนักงานสูงมาเป็นเวลาหลายปี และเราสามารถช่วยลูกค้าพลิกสถานการณ์ดังกล่าว พร้อมเพิ่มความสามารถในการรักษาพนักงานไว้ ผ่านการปลูกฝังพฤติกรรมที่นำไปสู่วัฒนธรรมเชิงบวก”

“IBM Watson บน IBM Cloud ใช้อัลกอริธึมแมชชีนเลิร์นนิงที่ทรงพลัง ที่ได้รับการฝึกฝนให้สามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงโทนเสียงได้ และสามารถให้คำแนะนำถึงแนวทางที่อ่อนโยนขึ้น เพื่อให้การปฏิสัมพันธ์โต้ตอบต่างๆ เป็นไปอย่างราบรื่นยิ่งขึ้น” ปฐมา จันทรักษ์ รองประธานด้านการขยายธุรกิจในกลุ่มประเทศอินโดจีน และกรรมการผู้จัดการใหญ่ ไอบีเอ็ม ประเทศไทยกล่าว “แอพพลิเคชันนี้ช่วยเพิ่มความผูกพันที่มีต่อองค์กรของพนักงาน และมีส่วนช่วยในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดีและมีความสุข”

ปัจจุบัน แอพ Happily.ai เปิดให้บริการทั่วโลก โดยมีฐานลูกค้าอยู่ในประเทศไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และเดนมาร์ค ครอบคลุมลูกค้าจากองค์กรชั้นนำในกลุ่มธนาคารและกลุ่มอื่นๆ