จีนประกาศแบนเงินคริปโต ฉุด ราคา Bitcoin ร่วงหนักทันที

วันนี้ (22 พฤษภาคม 2564) ราคา เงิน Bitcoin ร่วงต่อเนื่องหลัง หน่วยงานที่กำกับดูแลการเงินในประเทศจีน 3 แห่งประกาศสั่งห้ามสถาบันการเงิน รวมถึงแพลตฟอร์มการชำระเงินต่างๆ ในประเทศจีนให้บริการที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินดิจิทัล อีกทั้งยังชี้ให้เห็นว่าความผันผวนของราคาเงินคริปโตเป็นการละเมิดความปลอดภัยทางทรัพย์สิน

หน่วยงาน 3 แห่งที่ว่า ได้แก่ สมาคมการเงินอินเทอร์เน็ตแห่งประเทศจีน (China Internet Finance Association) , สมาคมธนาคารแห่งประเทศจีน (China Banking Association) และสมาคมการชำระเงินและการหักบัญชีแห่งประเทศจีน (The Payment and Clearing Association of China)

ส่งผลให้ ราคา ของเงิน Bitcoin ดิ่งลงอย่างรวดเร็วจาก 41,600 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 38,500 ดอลลาร์ ถือเป็นจุดต่ำที่สุดในรอบ 3 เดือน ซึ่งมันเกิดขึ้นหลังจากทางการจีนประกาศไม่อนุญาตให้ใช้สกุลเงินคริปโตในการทำธุรกรรมทางการเงิน พร้อมทั้งยังมีการแจ้งเตือนไปยังนักลงทุนให้ระวังเรื่องการซื้อ-ขายเงินคริปโตด้วย

แต่ในความเป็นจริง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทางการจีนออกมาต่อต้านสกุลเงินดิจิทัล เพราะ ก่อนหน้านี้ในปี 2019 ประเทศจีนได้มีการแบนการซื้อ-ขายเงินคริปโตมาแล้ว เพื่อเป็นการป้องกันการฟอกเงิน และยังเป็นการยับยั้งไม่ให้เงินนั้นรั่วไหลไปยังนอกประเทศ โดยสมาคมการเงินอินเทอร์เน็ตแห่งประเทศจีนมองว่าความผันผวนของราคาเงินคริปโตที่ขึ้น-ลงอย่างรวดเร็ว มีผลกระทบต่อความปลอดภัยของทางทรัพย์สิน ละเมิดความมั่นคงทางการเงิน มีส่วนสร้างความปั่นป่วนต่อเศรษฐกิจและการเงิน อีกทั้งยังมองว่าสกุลเงินดิจิทัลนั้นไม่ได้สะท้อนมูลค่าที่แท้จริง ราคาผันผวนรุนแรงและปรับเปลี่ยนไว พร้อมเตือนผู้ลงทุนว่าการขาดทุนในการลงทุนสกุลเงินดิจิทัลนั้นเป็นภาระที่ผู้บริโภคต้องรับไว้แต่เพียงผู้เดียวเนื่องจากประเทศจีนยังไม่มีกฎหมายที่ครอบคลุมการทำธุรกรรมดังกล่าว

การประกาศแบนเงินคริปโตมีขึ้นในช่วงที่ธนาคารกลางจีนเตรียมส่งเสริมการใช้สกุลเงิน “หยวนดิจิทัล” ที่เปิดให้ทดลองใช้งานในโครงการนำร่องทั่วประเทศไปแล้ว ในปัจจุบัน ชาวจีนเริ่มปรับตัวโดยใช้เงินผ่านช่องทางออนไลน์กันมากขึ้น และลดการใช้เงินสดลงเรื่อยๆ สำหรับสกุลเงินหยวนดิจิทัลนั้น ทางธนาคารกลางสามารถเก็บข้อมูล และควบคุมการชำระแทนบริษัทใหญ่ได้

ในมุมของสถาบันการเงินนั้นกังวลเรื่องการเก็งกำไรและความผันผวนของราคาที่รุนแรง ส่วนทางฝั่งรัฐบาลจีนนั้นมีความกังวลเรื่องการทำเหมืองขุดเงินคริปโตจะมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการใช้พลังงานภายในประเทศที่มากขึ้น จากข้อมูลจาก Cambridge Center For Alternative Finance หรือ ศูนย์วิจัยว่าด้วยการเงินทางเลือก มหาวิทยาลัย Cambridge ระบุว่า จีนมีเครือข่ายเหมืองขุด Bitcoin ทั่วโลกมากที่สุด และในปี 2019 จีนใช้ไฟฟ้าในการขุด Bitcoin มากกว่าปริมาณการใช้ไฟฟ้ารายปีของประเทศมาเลเซีย , สวีเดน หรือ อาร์เจนตินา

นี่เป็นการดิ่งลงของ Bitcoin ในระลอกที่สอง หลังจากระลอกแรกเกิดขึ้นตอนที่ Elon Musk ซีอีโอของ Tesla ประกาศยกเลิกการใช้เงิน Bitcoin ซื้อรถ Tesla โดยอ้างเหตุผลว่ากระทบต่อเรื่องสิ่งแวดล้อม

ที่มา : forexlive | cna
รูปจาก : freepik

Message us