รีวิว adidas 4DFWD รองเท้าวิ่งแห่งอนาคต พื้นรองเท้าสร้างด้วย 3D Printed เปลี่ยนแรงกดให้วิ่งพุ่งไปข้างหน้า!

รีวิว adidas 4DFWD  (โฟร์ดีฟอร์เวิร์ด) รองเท้าวิ่งรุ่นล่าสุดของอาดิดาส ที่นำเอาเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ ขึ้นรูปพื้นรองเท้าให้มีโครงสร้าง 4D แบบพิเศษ ที่ช่วยเปลี่ยนแรงแวลาเหยียบลงพื้น สะท้อนกลับมาเป็นแรงดีดส่งให้วิ่งพุ่งไปข้างหน้า

adidas นั้น ถือว่าเป็นผู้ผลิตรองเท้าที่ไม่เคยหยุดนิ่งในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อสร้างประสบการณ์การสวมใส่รองเท้าที่ช่วยให้ทั้งการวิ่ง เล่นกีฬา และกิจกรรมต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น และเทคโนโลยีการสร้างพื้นรองเท้าชั้นกลาง (Mid-Sole) ด้วยการพิมพ์แบบ 3 มิติ (3D Printed) เป็นสิ่งที่อาดิดาสได้ริเริ่มมาตั้งแต่ปี 2016 โดยใช้ชื่อว่า Futurecraft และได้รับการพัฒนามาหลายรุ่น จนมาเป็น 4DFWD รุ่นล่าสุดนี้

เจาะลึกเบื้องหลังเทคโนโลยี 3D Printed ในการสร้างพื้นรองเท้า adidas 4DFWD

รีวิว นี้เราจะมาเน้นกันที่กรรมวิธี 3D Printed ในการสร้างพื้นรองเท้าที่ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือนของ adidas 4DFWD ที่เป็นการร่วมมือกันของทาง อาดิดาส และ คาร์บอน (Carbon) ที่ใช้การพิมพ์แบบ 3 มิติ ที่เรียกว่า Digital Light Synthesis เป็นการใช้แสงเลเซอร์ยิงไปที่ของเหลว เพื่อให้แข็งตัวและขึ้นรูปเป็นโครงสร้างที่สลับซับซ้อนได้โดยไม่ต้องใช้แม่พิมพ์ ถือว่าเป็นกรรมวิธีขั้นสูงที่มีความแม่นยำ อีกทั้งยังช่วยลดการปล่อยคาร์บอนในกระบวนการผลิตพื้นรองเท้าได้อีกด้วย

อาดิดาสได้ผลิตรองเท้าพื้น 4D ที่ใช้กรรมวิธีผลิตนี้ออกมาหลายรุ่น อย่างเช่น adidas Futurecraft, adidas Alphaedge 4D ที่เป็นรองเท้าสำหรับสาย Performance ต่อมาก็มีรุ่น adidas 4D Run 1.0 ที่ออกแบบมาเน้นสำหรับการวิ่ง แต่ที่ผ่านมายังมีติดขัดอยู่บ้างในเรื่องน้ำหนักของรองเท้าและความนุ่มเวลาที่สวมใส่

จากประสบการณ์ในการทำรองเท้าแบบพื้น 4D ออกมาหลายรุ่น ผนวกกับการเก็บข้อมูลการทดสอบโดยนักวิ่งของอาดิดาสจากทั่วทุกมุมโลกโดยทีมพัฒนาที่เยอรมนี, เหล่านักวิ่งระดับสูงในสหรัฐอเมริกา รวมถึงการทดสอบในมหาวิทยาลัยแอริโซนาสเตต

อาดิดาสนำข้อมูลทั้งหมดมาปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้ adidas 4DFWD เป็นรองเท้าพื้น 4D ที่สามารถตอบโจทย์นักวิ่งได้อย่างแท้จริง

รีวิว adidas 4DFWD

ตัวโครงสร้างพื้นกลางรองเท้าใน 4DFWD ถูกออกแบบใหม่ ผ่านกระบวนการผลิตจากรูปแบบกว่า 5 ล้านรูปแบบ จนได้รูปทรงที่ดีที่สุด ซึ่งมันมีความแตกต่างจาก Futurecraft รุ่นก่อนๆ อย่างเห็นได้ชัด โดยรูปทรงใหม่นี้ ใช้ชื่อว่า FWD Cell เป็นโครงสร้างที่ต่อเรียงกันเป็นลักษณะตาข่าย โดยตัวข้อต่อจะเป็นรูปทรงแบบ หูกระต่าย (bowtie-shaped)

โดยโครงสร้างหูกระต่ายนี้ จะวางเรียงเป็นชั้นให้มีลักษณะที่เอียงไปข้างหน้า มีคุณสมบัติรับแรงกระแทกได้ดีกว่าเดิม 23% และสร้างแรงดีดส่งเป็นแนวเฉียงผลักไปข้างหน้าได้ดีกว่าพื้นรองเท้า 4D รุ่นก่อนๆ ถึง 3 เท่า ช่วยให้ประหยัดพลังงานในการวิ่งในระดับเดียวกับพื้น Ultraboost เลย (เป็นผลจากการทดสอบในห้องทดลอง)

นั่นแปลว่า ในทุกๆ ก้าวที่คุณวิ่งเหยียบลงกับพื้น ต้วรองเท้าจะมีแรงส่งดีดช่วยให้คุณไปข้างหน้า ช่วยให้แรงในการวิ่งแต่ละก้าวไม่สูญเปล่าและเพิ่มมากขึ้น รวมถึงยังช่วยลดแรงเบรกได้มากถึง 15%

รีวิว adidas 4DFWD

ส่วนประกอบอื่นๆ ของรองเท้า ก็ใช้นวัตกรรมการผลิตรองเท้าของอาดิดาสมาใช้ได้อย่างลงตัว โดยตัวรองเท้าจะเป็นแบบ  PRIMETKNIT+ ที่ัถักทอตัวรองเท้าจากโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล ที่มีน้ำหนักเบาและเสริมความกระชับพอดีกับเท้า การออกแบบตัวรองเท้าจะถอเป็นผืนเดียวแบบไร้รอยต่อทำให้สวมใส่สบาย นอกจากนี้ตัวรองเท้ายังออกแบบพิเศษให้สอดคล้องกับโครงสร้างพื้นรองเท้า 4DFWD เพื่อให้การสวมใส่ที่สบายที่สุด

ผ้าแบบ PRIMETKNIT+ สวมใส่แล้วช่วยเรื่องระบายอากาศได้ดี ไม่รู้สึกอับชื้นจากเหงื่อเวลาที่วิ่ง
รีวิว adidas 4DFWD

ส่วนตัวพื้นรองเท้าด้านนอก จะเป็นยางที่ช่วยเสริมการยึดเกาะกับพื้น เพื่อให้ทุกก้าวมั่นคงและวิ่งได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ดีไซน์

รีวิว adidas 4DFWD

ตัวรองเท้าวิ่ง adidas 4DFWD คู่นี้ถือเป็นคอลเลคชั่นแรก เป็น Core Black / Core Black/ Solar Red ตัวรองเท้าจะเป็นสีดำ ตัดกับสีส้ม พื้นรองเท้าส่วนกลางที่เป็นโครงสร้าง FWD Cell เป็นสีขาวที่มีความมัน ที่ผมรู้สึกว่าดีมาก เพราะช่วยให้ไม่มีฝุ่นติดเกาะเป็นคราบ หรือเกิดสิ่งสกปรกเลอะเทอะได้ง่าย ส่วนด้านล่างของพื้นรองเท้าด้านนอก ก็จะเป็นยางสีส้มสะท้อนแสง

โครงสร้างของพื้นรองเท้า ดรอปอยู่ที่ 11.3 มิลลิเมตร บริเวณหน้าเท้าสูง 21.2 มิลลิเมตร และบริเวณส้นเท้าสูง 32.5 มิลลิเมตร

รีวิว adidas 4DFWD

รูปทรงนั้นรู้สึกได้เลยว่า ดูเป็นรองเท้าวิ่งขึ้นกว่ารุ่นก่อนๆ มาก ตัวหน้าตาโครงสร้างพื้น 4D จะเห็นเลยว่าบริเวณส้นเท้าจะมีความกว้างออกมาเพื่อช่วยรับแรงกระแทกได้เต็มที่ และสังเกตได้เลยว่า โครงสร้าง FWD Cell นั้น มีความโปร่งกว่าพื้น 4D รุ่นก่อนอย่างชัดเจน แบบที่ว่ามองทะลุเห็นอีกฝั่งของพื้นรองเท้าได้เลย

ทดสอบ ลองวิ่ง ด้วยรองเท้า adidas 4DFWD

ความรู้สึกเมื่อสวมใส่ โครงสร้างพื้นรองเท้าจะมีการยุบตัวเล็กน้อยเพื่อรับน้ำหนัก แต่ก็ไม่ได้รู้สึกนิ่มจนไม่มั่นคง ยังให้ความรู้สึกที่เฟิร์มในทุกๆ ก้าวเดิน แต่ถ้าสวมใส่ต่อเนื่องนานๆ ก็เริ่มมีความรู้สึกยวบๆ อยู่บ้าง

เมื่อลองวิ่งแล้ว ก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกแบบที่ทางอาดิดาสบอกมา กับโครงสร้าง FWD Cell ที่เปลี่ยนแรงกดตอนที่เราเหยียบเท้าก้าวลงกับพื้น ในจังหวะที่ยกเท้าจะมีแรงส่งกลับขึ้นมาโดนผลักไปข้างหน้า ไม่ได้เด้งสะท้อนกลับขึ้นมาตรงๆ แตกต่างจากรองเท้าอย่าง Ultraboost ที่ผมใช้สวมใส่เป็นประจำ

ซึ่งจังหวะดีดไปข้างหน้าแบบนี้ เป็นตัวช่วยเร่งจังหวะของรอบขาในระหว่างวิ่งได้ง่ายขึ้น

มาเรื่องของน้ำหนักรองเท้า ตามสเปคสำหรับรองเท้าไซส์ 10US จะอยู่ที่ 344 กรัม ถ้าเทียบกับรองเท้าวิ่งสายซิ่งแล้วก็ถือว่ายังค่อนข้างหนักอยู่ แต่ก็ถือว่าทำน้ำหนักลดลงมาจากรุ่นก่อนๆ และยังน้อยกว่ารองเท้าสาย Performance อย่าง Ultraboost อยู่พอสมควร

สรุป

adidas 4DFWD คู่นี้ ถือว่าเป็นการเอานวัตกรรมการผลิตขั้นสูงของการขึ้นรูปวัสดุแบบ 3D Printed มาทำเป็นพื้นรองเท้าที่มีโครงสร้างซับซ้อน เพื่อให้ประสิทธิภาพในการวิ่งที่ดีขึ้น อันนี้ถือว่าทำได้น่าประทับใจ ดีไซน์ที่มีความสปอร์ต และสวยงามแบบที่ว่าจะใส่วิ่งก็ได้ ใส่เที่ยวก็ดี ถูกใจสายสนีกเกอร์ได้ด้วยเช่นกัน

ด้วยประสิทธิภาพโดยรวมแล้ว ถือว่าเอาไว้ใช้วิ่งได้สนุกดีครับ ความรู้สึกเหมือนกับการใส่ Ultraboost ที่ซัพพอร์ตแรงกระแทกเวลาเหยียบเท้า และมีแรงเด้งขึ้นมาตอนก้าวขา แต่ 4DFWD มันจะเด้งแล้วพุ่งไปด้านหน้า ความรู้สึกจึงต่างไปเล็กน้อย

ถามว่าเหมาะกับใคร สำหรับคู่นี้แล้วคนที่ใช้สวมออกกำลังกายวิ่งทุกวัน ถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ หากใช้แข่งขันหรือวิ่งระยะไกล ระยะ 10K ได้สบายๆ แต่ถ้าวิ่งระยะไกล ด้วยน้ำหนักของมันและพื้นรองเท้าที่เดินต่อเนื่องนานๆ จะเริ่มมีความยวบย้วยบ้าง ก็อาจจะไม่ถูกใจคุณเท่าไรนัก

โดยรวมแล้ว adidas 4DFWD เป็นก้าวสำคัญที่ทำให้หลุดภาพของพื้น 4D ที่เหมาะกับสายซัพพอร์ตหรือ Performance มาสู่ความเป็นรองเท้าวิ่งที่ให้คุณซิ่งได้สนุกขึ้น

ราคา และ การจำหน่าย

รองเท้าวิ่ง อาดิดาส 4DFWD จะวางจำหน่ายในจำนวนจำกัดตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2564 ราคา 6,800 บาท ที่ อาดิดาส แบรนด์ เซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ และ อาดิดาส ออนไลน์ สโตร์ https://www.adidas.co.th และในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม 2564 อาดิดาส จะวางจำหน่าย adidas 4DFWD Tokyo Collection และคอลเลคชั่นสีใหม่

สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

Message us