Google เผยเคล็ดลับสำหรับผู้สูงอายุ ในการท่องอินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัย

ผู้คนทั่วโลกต่างพึ่งพาเครื่องมือเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัลมากขึ้นกว่าเดิม ทำมีความเสี่ยงด้านการปลอดภัยอยู่ด้วยเช่นเดียวกัน โดย Google มองว่าปัญหาเหล่านี้สามารถป้องกันได้ จึงได้รวบรวมเคล็ดลับต้านความเสี่ยงด้านความปลอดภัยออนไลน์ใหม่ๆ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้สูงอายุ

สำหรับ “Safer Internet Day” ในปีนี้ แทนที่จะมุ่งเน้นไปที่การดูแลตัวเองให้ปลอดภัยบนโลกออนไลน์อย่างเดียว Google ต้องการสนับสนุนให้มีการช่วยเหลือคนรอบข้างที่อาจมีความเสี่ยงด้วยเช่นกัน ผ่านข้อมูลที่เป็นเคล็ดลับที่เป็นประโยชน์สำหรับผู้สูงอายุในการท่องอินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัย รวมถึงเคล็ดลับจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต และประวัติของผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตที่ให้คำปรึกษา โดยมีรายละเอียดดังนี้ 

  1. ปกป้องบัญชีออนไลน์ของคุณ
    • สร้างรหัสผ่านที่คาดเดายาก
    • ลองใช้ประโยคที่จำง่าย และใช้ตัวอักษรตัวแรกของแต่ละคำโดยใช้ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็กตามความเหมาะสม หากเป็นไปได้ให้แทนที่ตัวอักษรด้วยตัวเลขหรือสัญลักษณ์
    • อย่าใช้รหัสผ่านซ้ำ
    • ใช้โปรแกรมจัดการรหัสผ่าน เช่น passwords.google.com เพื่อสร้างและจัดเก็บรหัสผ่านที่คาดเดายาก
  1. ระมัดระวังในการแชร์ข้อมูล
    • ควรงดการโพสต์ข้อมูลส่วนบุคคล เช่นชื่อนามสกุลและที่อยู่อีเมลของคุณในฟอรัมสาธารณะหรือพื้นที่ออนไลน์
    • อย่าเปิดเผยข้อมูลบัญชีธนาคาร PIN หรือรหัสผ่านของคุณ คุณจะพิมพ์ข้อมูลเหล่านี้ได้ก็ต่อเมื่ออยู่ในเว็บไซต์ที่คุณรู้จักและเชื่อถือได้ และเป็นเว็บไซต์ที่คุณสามารถเข้าถึงได้โดยตรง เพื่อความปลอดภัย อย่าคลิกลิงก์ไปยังธนาคารหรือเว็บไซต์อื่น ๆ หากลิงก์นั้นส่งถึงคุณทางอีเมลหรือข้อความ ให้ไปที่เว็บไซต์ที่ต้องการโดยตรงโดยพิมพ์ URL ของเว็บไซต์นั้นในแถบที่อยู่ของบราวเซอร์ หรือค้นหาเว็บไซต์
    • ตรวจสอบการตั้งค่าการแชร์ของคุณบนโซเชียลมีเดียและทำความเข้าใจว่าคุณแชร์โพสต์แบบสาธารณะ แชร์ให้เห็นเฉพาะบางคน หรือแบบส่วนตัว  
  1. ตรวจสอบและหลีกเลี่ยงการหลอกลวง
    • ไม่ต้องรีบร้อน — นักต้มตุ๋นมักสร้างความรู้สึกเร่งด่วนเพื่อทำให้คุณรู้สึกไขว้เขว ไม่ต้องรีบร้อน ใจเย็น ๆ และค่อย ๆ พิจารณา เพื่อหลีกเลี่ยงการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ
    • ตรวจสอบข้อมูลให้ดี — ค้นหาข้อมูลเพื่อตรวจสอบรายละเอียดที่คุณได้รับอีกครั้ง หากจู่ ๆ มีเบอร์โทรศัพท์แปลก ๆ โทรเข้ามา ให้วางสายทันที จากนั้นให้ค้นหาเบอร์โทรศัพท์ของธนาคาร หน่วยงาน หรือองค์กรที่คาดว่าเป็นผู้โทรมาหาคุณ และติดต่อไปยังสถานที่นั้นโดยตรง
    • หยุด! อย่าส่ง— ไม่มีบุคคลหรือหน่วยงานที่มีชื่อเสียงแห่งไหนที่จะเรียกร้องให้ชำระเงินทันที บ่อยครั้งที่นักต้มตุ๋นบอกให้คุณซื้อบัตรของขวัญ ซึ่งมีไว้เพื่อมอบเป็นของขวัญเท่านั้นไม่ใช่เป็นการชำระเงิน ดังนั้นหากคุณคิดว่าการชำระเงินนั้นมีพิรุธ ก็อาจเป็นกลลวงได้
  1. สนทนาออนไลน์ในเชิงบวกและให้เกียรติกัน 
    • หากการสนทนาเกิดผลเสียให้หลีกเลี่ยงการตกอยู่ในวงจรการตอบกลับความคิดเห็นเชิงลบ ให้เปลี่ยนทิศทางของอารมณ์ด้วยการแสดงออกเชิงบวกแทน และหากมีการโต้ตอบในเชิงรุกรานหรือไม่เหมาะสมให้รายงานไปยังแพลตฟอร์มเพื่อทำการตรวจสอบ
  2. หากคุณพบสถานการณ์ที่ผู้อื่นถูกคุกคามบนโลกออนไลน์ให้พยายามติดต่อบุคคลนั้นเพื่อหยิบยื่นความช่วยเหลือ
  3. หากคุณรู้สึกว่าถูกคุกคามบนโลกออนไลน์ให้มองหาฟีเจอร์ต่อไปนี้บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียหรือเว็บไซต์สำหรับการแชร์ที่คุณใช้: 
    • ปิดเสียงการสนทนาหรือความคิดเห็น
    • บล็อกผู้ใช้ที่ทำให้คุณเศร้าโศก
    • รายงานเหตุการณ์ต่อแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียหรือผู้ดูแลเว็บไซต์

เคล็ดลับจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตเกี่ยวกับการสนทนากับผู้สูงอายุเกี่ยวกับความปลอดภัยออนไลน์(โดย ดร. แอนนาเบลล์ ชาน และ ลุค บาร์ทเลทท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยออนไลน์)

  1. แบ่งปันเกี่ยวกับประสบการณ์ของคุณเอง. ไม่มีใครอยากรู้สึกโง่เขลาหรือตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้กับผู้ที่เพิ่งเคยใช้อินเทอร์เน็ตและไม่คุ้นเคยกับข้อปฏิบัติต่าง ๆ หรือไม่ทราบถึงกลโกงรูปแบบต่าง ๆ และข้อมูลผิดหลากหลายประเภทที่พวกเขาอาจพบเจอบนโลกออนไลน์ คุณควรมีส่วนร่วมในการแบ่งปันประสบการณ์ของตัวเองเกี่ยวกับการเป็นผู้ใช้อินเทอร์เน็ตหน้าใหม่และสิ่งที่คุณได้เรียนรู้เกี่ยวกับการท่องโลกออนไลน์อย่างปลอดภัย
  2. การแสดงให้เห็นดีกว่าการบอกให้ฟัง. สอบถามผู้สูงอายุเกี่ยวกับประสบการณ์ในการใช้เทคโนโลยีของพวกเขา และให้คำแนะนำแก่พวกเขาเกี่ยวกับแอปพลิเคชันหรือกระบวนการต่าง ๆ ที่พวกเขาอาจไม่คุ้นเคยหรือสับสน ปล่อยให้ผู้สูงอายุลองใช้อินเทอร์เน็ตโดยมีคุณคอยสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือ
  3. เป็นแหล่งข้อมูลให้กับพวกเขา. ข้อมูลเท็จที่ถูกนำเสนออย่างดี หรือมีการพูดซ้ำ ๆ ทำให้ผู้คนหลงเชื่อได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับอินเทอร์เน็ต ควรแนะนำให้ผู้สูงอายุตรวจสอบสิ่งที่พวกเขาอ่านกับบุคคลที่พวกเขาไว้วางใจอีกครั้ง 
  4. ให้พื้นที่และเวลาแก่พวกเขาในการแบ่งปันความรู้สึกกังวลกับคุณ. เมื่อเกิดเหตุการณ์สำคัญหรือภัยพิบัติ ข่าวที่รายงานในช่วงแรก ๆ มักมีข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์หรือสับสน และอาจทำให้ผู้ที่ได้รับการแจ้งเตือนที่น่าตกใจจำนวนมากเกิดความตื่นตระหนกได้ ควรแนะนำให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่เป็นผู้สูงอายุรอข้อมูลที่ถูกต้องก่อนตัดสินใจว่าจะตอบสนองต่อเหตุการณ์นั้นอย่างไร และบอกให้พวกเขารู้ว่าคุณพร้อมที่จะพูดคุยเสมอ
  5. บอกพวกเขาว่าการหยุดใช้อินเทอร์เน็ตชั่วคราวเป็นสิ่งที่ดี. การสื่อสารออนไลน์แตกต่างจากการพูดคุยในชีวิตจริง คนเราโกรธเร็วและมักจะหยาบคาย ทำให้มีปากเสียงกันได้ง่ายและมีการถกเถียงกันนาน หากผู้สูงอายุใกล้ตัวคุณมีท่าทีที่ไม่สบายใจเกี่ยวกับการโต้ตอบทางออนไลน์ ควรแนะนำให้พวกเขาห่างจากโลกออนไลน์ชั่วคราวและย้ำกับพวกเขาว่าหากการสนทนาใดไม่เกิดประโยชน์ก็ให้ออกจากการสนทนานั้น
  6. ติดต่อและอยู่เคียงข้างพวกเขา และหลีกเลี่ยงการพูดคุยในหัวข้อที่ละเอียดอ่อน. เมื่อบุคคลที่เราห่วงใยให้ความสนใจทฤษฎีสมคบคิดหรือข้อมูลที่ผิด ๆ อาจเป็นเรื่องยากที่จะพูดคุยกับพวกเขา อย่างไรก็ตามการแยกตัวออกจากสังคมอาจทำให้บางคนมีความเสี่ยงยิ่งกว่าเดิมและพึ่งพาความสัมพันธ์ในโลกออนไลน์มากขึ้น