เจาะลึก การทำงานของไฟล์ Apple ProRAW บน iPhone 12 Pro ที่ไม่ต้องเป็นช่างภาพ ก็ปรับแต่งได้อย่างโปร

เมื่อวานนี้ Apple เปิดตัว ProRAW ใน format แบบใหม่ที่อยู่ใน iPhone 12 Pro และ iPhone 12 Pro Max ช่วยให้ช่างภาพมืออาชีพสามารถควบคุมภาพได้มากขึ้นโดยไม่สูญเสียประโยชน์จากซอร์ฟแวร์การถ่ายภาพเชิงคำนวณ (computational photography software) ของ Apple

Ben Sandofsky หนึ่งในนักพัฒนาผู้อยู่เบื้องหลังแอปถ่ายภาพยอดนิยมอย่าง Halide ได้เจาะลึก ProRAW เพื่ออธิบายการทำงานของฟีเจอร์นี้ โดยเขากล่าวว่า ProRAW เป็นเรื่องเกี่ยวกับการทำรูปไฟล์ RAW ให้อยู่ในรูปแบบที่เข้าถึงง่ายยิ่งขึ้น และเขาเชื่อว่าฟีเจอร์นี้จะเข้ามาเปลี่ยนวิธีของผู้ใช้งานทั้งมือใหม่และมืออาชีพในการถ่ายรูปและแต่งรูป

Apple ProRAW
เทียบรูป ProRAW จากแอป Halide

ภาพถ่าย RAW มาตรฐาน จะไม่มีการประมวลผล เพื่อให้ผู้ใช้สามารถแก้ไขได้ด้วยตัวเอง รวมถึงการปรับแต่งได้ตามต้องการ ซึ่งพบเห็นได้ทั่วไปบนกล้อง DSLR แต่สำหรับ iPhone นั้นมันจะแตกต่างกันออกไป

Sandofsky อธิบายว่า ตามปกติแล้ว iPhone มีเทคนิคการคำนวณมากมายเกิดขึ้นเบื้องหลัง iPhone จะถ่ายภาพหลายภาพในช็อตเดียว แล้วรวมภาพทั้งหมดเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างภาพที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งไม่มีภาพใดที่ใช้งานได้กับไฟล์ RAW เลย อีกทั้งไฟล์ RAW มาตรฐานในแอปที่เป็น third-party camera apps ก็ไม่สามารถทำงานร่วมกับกล้องของ iPhone ทั้งหมดได้

นั่นเป็นเหตุที่ ProRAW ถือเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ที่ยังคงความมหัศจรรย์ที่อยู่เบื้องหลังเมื่อ iPhone ประมวลผลภาพ ที่จะเข้ามาช่วยช่างภาพในการควบคุม White Balance, Noise และอื่นๆ ด้วยการจัดเก็บภาพเชิงคำนวณไว้ในรูปแบบ RAW นอกจากนี้ ProRAW ยังทำงานร่วมกับกล้องหน้าและกล้องหลังทั้งหมดใน iPhone 12 Pro และ iPhone 12 Pro Max

ไฟล์ ProRAW จะเก็บรักษาข้อมูล Smart HDR ,Deep Fusion และฟังก์ชั่นการตรวจจับ Dept detection ของ Apple ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำให้ภาพของ iPhone มีลักษณะเหมือนกับการแต่งภาพด้วยซอร์ฟแวร์

Apple จับมือกับ Adobe ร่วมกันพัฒนาไฟล์ประเภทใหม่ในมาตรฐาน DNG เรียกว่า Profile Gain Table Map ข้อมูลนี้ช่วยให้เครื่องมือแต่งภาพของคุณมีทุกสิ่งที่จำเป็นต้องใช้เพื่อปรับโทนสีของภาพ และจบด้วยผลลัพท์แบบเดียวกับกล้องระดับเดียวกับ first party camera

นอกจากนี้ Sandofsky ยังชี้ให้เห็นถึงฟังก์ชันการแก้ไข RAW ที่เพิ่มเข้าไปใน iOS 14.3 , iPadOS 14.3 และ macOS Big Sur 11.1 ทำให้การทำงานกับภาพถ่าย ProRAW ง่ายมากขึ้น ผู้ใช้งานทั่วไปที่ไม่เคยใช้ไฟล์ RAW ก็สามารถใช้เครื่องมือของ Apple ได้

อย่างไรก็ตาม ไฟล์ ProRAW ก็มีข้อเสียอยู่บ้าง เช่น การทำงานเฉพาะบน iPhone รุ่น Pro เท่านั้น และเวลาในการประมวลผลที่ช้าลง รวมถึงไม่สามารถใช้งานได้กับโหมดถ่ายต่อเนื่องและไม่สามารถแชร์ภาพ ProRAW บน Social Media ได้ (ในตอนนี้) อีกทั้งยังมีความเป็นไฟล์ RAW แบบดั้งเดิม นั่นคือ ขนาดไฟล์ที่ใหญ่ประมาณ 25 MB ต่อรูป ซึ่งจะกินพื้นที่ในเครื่องเร็วขึ้นกว่าปกติ

ที่มา : macrumors