กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดงาน RSP Innovation Day 20 เพื่อยกระดับงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมสู่เชิงพาณิชย์

สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมกิจการอุทยานวิทยาศาสตร์ (สอว.) จัดงาน Regional Science Park Innovation Day 2020 ระหว่างวันที่ 17 – 18 พฤศจิกายนนี้ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว

ศ.นพ. สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า “กระทรวง อว. ได้จัดงาน RSP Innovation Day ต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 6 โดย สป.อว. ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลาง เปรียบเสมือนเป็นประตูผ่านเพื่อให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ให้ได้รับโอกาสในการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคม ผ่านเครือข่ายอุทานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคที่เป็นตัวกลาง และเชื่อมโยง ระหว่างมหาวิทยาลัยที่มีความพร้อมด้านองค์ความรู้ โครงสร้างพื้นฐาน ห้องปฏิบัติการ และบุคลากร กับผู้ประกอบการในพื้นที่ โดยผ่านกิจกรรมดังนี้

  1. การพัฒนาศักยภาพของห้องปฏิบัติการเพื่อให้บริการแก่ภาคอุตสาหกรรม, การให้เอกชนเช่าพื้นที่เพื่อทำวิจัย, การให้บริการด้านการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาแก่ภาคอุตสาหกรรม, การให้บริการออกแบบนวัตกรรม, การให้บริการและช่วยเหลือภาคอุตสาหกรรมอย่างครบวงจร และฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
  2. การบ่มเพาะธุรกิจวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม  
  3. การพัฒนาขีดความสามารถทางเทคโนโลยี และวิจัยของภาคเอกชนในพื้นที่
  4. การวิจัยร่วมกับภาคเอกชน และ
  5. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค

ซึ่งในปีนี้เราได้จัดงานภายใต้นโยบายการจัดงานในรูปแบบ Innovation for NEXT NORMAL Lifestyle ที่มีความจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาคม และสถาบันการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวิจัยพัฒนาร่วมกันระหว่างภาคเอกชนและสถาบันการศึกษาอันจะนำไปสู่การสร้างผลิตภัณฑ์นวัตกรรมซึ่งมีศักยภาพสูง โดยความพิเศษของสินค้าและนวัตกรรมในปีนี้ เราได้มีการผลักดันให้ผู้ประกอบการมีการพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์การตลาดยุคใหม่ ที่เน้นเรื่องของสินค้าแปรรูป สินค้าที่ใช้สารสกัดจากธรรมชาติ สินค้าที่มีส่วนประกอบของสารลดความเครียด หรือจำพวกสมุนไพรเป็นหลัก เพื่อตอบสนองกับความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคในยุคนิวนอร์มัล และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดงาน RSP Innovation Day 2020 จะเกิดการยกระดับมาตรฐานนวัตกรรมไทยให้ดียิ่งขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ภาคเอกชน และเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนหรือผู้ที่มีความสนใจเข้ารับบริการของอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคเพื่อการพัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการและอุตสาหกรรมในระยะยาว รวมทั้งประชาชนที่สนใจทั่วไปได้รับรู้และตระหนักถึงนวัตกรรมที่เป็นความสามารถของคนไทย อันจะนำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการอย่างยั่งยืนต่อไป”

สำหรับการจัดงาน RSP Innovation Day 2020 ในครั้งนี้ ถือเป็นกิจกรรมสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการทำงานร่วมกันของ สอว. อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค และผู้ประกอบการในภูมิภาค ตลอดจนการมอบรางวัลสุดยอดนวัตกรรมแห่งปี RSP Innovation Awards 2020 ที่เป็นรางวัลระดับประเทศ ให้แก่นักวิจัยและผู้ประกอบการที่ใช้บริการของอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ที่มีผลงานเด่นทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ประกอบด้วย สาขานักธุรกิจนวัตกรรม และสาขานวัตกรรม/กระบวนการเชิงพาณิชย์

ด้าน นายอนุสรณ์ ขวัญคงบุญ บริษัท โคโค่ อะกรีคัลเจอร์ จำกัด ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศ ประเภทนักธุรกิจนวัตกรรม กล่าวว่า “ขอขอบคุณ สอว. และอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ที่ให้โอกาสเราได้เข้าประกวด รู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเป็นส่วนช่วยพัฒนาประเทศ ซึ่งการได้รับรางวัลในครั้งนี้ เป็นเหมือนแรงผลักดันและกำลังใจที่จะรักษามาตรฐานของผลิตภัณฑ์ให้ดีมีคุณภาพ ในอนาคตทางบริษัทจะนำงานวิจัยและผลิตภัณฑ์ส่งออกขายสู่ต่างประเทศทั่วโลก เพื่อขยายไปยังกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านที่มีแหล่งทรัพยากร อย่างมะพร้าว อาทิ เวียดนาม อินโดนีเซีย และศรีลังกา เป็นต้น และจะมุ่งมั่นพัฒนาต่อไปเพื่อให้ผลิตภัณฑ์เป็นที่ยอมรับในตลาดของไทยและต่อยอดก้าวไกลไปในตลาดสากล”

รศ.ดร.วาริน อินทนา จากสำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ประเภทนวัตกรรมเชิงพาณิชย์ เจ้าของผลิตภัณฑ์ ไตรโคเดอร์มาไฟฝ์พลัส (ชีวภัณฑ์มาตรฐานสากล) Trichoderma5+ (Biocide OEDC standard) กล่าวเสริมว่า “ผมเองในฐานะบุคคลที่อยู่ในวงการเกี่ยวกับเกษตรกรรม นวัตกรรม และเทคโลโนยี เล็งเห็นว่าการจัดงานในครั้งนี้ เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้กับผู้ประกอบการสามารถแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่ และมีส่วนช่วยให้เกิดการพัฒนาเพื่อให้เหล่าเกษตรกร หรือกลุ่มอุตสาหกรรม เกษตรกรรมสามารถนำไปใช้ได้ในเชิงพาณิชย์ และสร้างโอกาสให้เหล่าเกษตรกรมีผลิตภัณฑ์ทางเลือกมากยิ่งขึ้น”

สำหรับผู้ที่สนใจติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊กเพจ www.facebook.com/MHESIThailand