รีวิว Asus ROG Phone 3 ราชันย์แห่งเกมมิ่งโฟนตัวจริง จัดเต็มทุกสิ่งที่เกมเมอร์ต้องการ

รีวิว Asus ROG Phone 3 สมาร์ทโฟนที่ออกแบบมาสำหรับการเล่นเกมอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่อัดสเปคให้มาแรงๆ แต่มีการปรับแต่งระบบได้เหมือนเล่นเกมบนพีซี และยังมีอุปกรณ์เสริมและ Ecosytem เพื่อให้การเล่นเกมบนสมาร์ทโฟน ได้ประสบการณ์ที่ดีที่สุด ที่คุณไม่สามารถหาได้ในสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นในท้องตลาด

ROG Phone 3 ถือว่าเป็นการพัฒนาของทาง Asus มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้สมาร์ทโฟนที่ตอบโจทย์การเล่นเกมที่ดีที่สุด ซึ่งชื่อของ ROG คือ Republic Of Gamers แบรนด์สินค้ากลุ่มเกมมิ่งของ Asus โดยในเจนเนอเรชั่นที่ 3 นี่ ได้รับการพัฒนาปรับปรุงหลายอย่างให้มีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมไปอีกขั้น

ข้อมูล สเปค Asus ROG Phone 3

  • ขนาดตัวเครื่อง 171 x 78 x 9.85 มิลลิเมตร
  • หนัก 240 กรัม
  • ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 865 Plus
  • หน่วยความจำ 12GB+512GB (Strix Edition 8GB+256GB)
  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.59 นิ้ว แสดงผลแบบ 10-bit รีเฟรซเรต 144Hz
  • กล้องหน้า 24 ล้านพิกเซล
  • กล้องหลังแบบ 3 เลนส์ Triple Camera
    • กล้องหลัก 64 ล้านพิกเซล (Sony IMX689) f/1.8 PDAF
    • กล้องมุมกว้าง Ultra Wide 13 ล้านพิกเซล 125 องศา
    • กล้อง Macro 5 ล้านพิกเซล
  • ลำโพงคู่สเตอริโอ ระบบเสียง Dirac HD Sound
  • แบตเตอรี่ 6000 mAh รองรับระบบชาร์จเร็ว 30W
  • รองรับ 2 ซิม (Nano SIM)
  • เชื่อมต่อเครือข่าย 3G / 4G / 5G
  • เชื่อมต่อไร้สาย Wi-Fi 6, Bluetooth 5.1
  • พอร์ตเชื่อมต่อ USB-C x2
  • ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบด้วย ROG UI
รีวิว ROG Phone 3

Unboxing : แกะกล่อง

เรื่องของแพ็กเกจนั้น ต้องยกนิ้วให้กับทาง Asus เลย เพราะทำออกมาได้สวยแหวกแนวมากๆ วัสดุนั้นใช้เป็นกระดาษทั้งหมด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสามารถนำไปรีไซเคิลได้ แต่สวยอย่างงี้ก็ต้องเก็บไว้สิ!

ตัวกล่องออกแบบเป็นรูปทรงเหลี่ยมเหมือนเป็นกล่องไอเท็มที่อยู่เกมแนวอวกาศ (ดูแล้วรู้สึกแบบนั้น) มีการพิมพ์และทำลวดลายและสีสันลายเส้นตัดกับตัวกล่องที่เป็นสีดำ โดยที่ด้านบนสุดมีเป็นโลโก้ของ ROG republic of Gamers ติดอยู่

รีวิว ROG Phone 3

การเปิดกล่องจะเป็นการสไลด์ออกด้านข้าง จะเห็นตัวเครื่องวางนอนอยู่ด้านใน ส่วนกล่องที่สไลด์ออกมาจะเป็นส่วนที่เก็บอุปกรณ์ต่างๆ อย่างแรกที่เจอเลยก็คือพัดลม AeroActive Cooler 3 สำหรับเสียบติดตั้งเพื่อช่วยระบายความร้อน

ด้านในกล่องจะ Aero Case เป็นเคสแบบบางสำหรับใส่ประกบที่ฝาหลังเพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องถูกขีดข่วน มีการเจาะช่องและเล่นลวดลายกราฟฟิคแบบสไตล์ของ ROG ที่ดูเท่มาก และเคสตัวนี้ยังออกแบบมาให้สามารถระบายความร้อนได้ดี และใส่กับอุปกรณ์เสริมต่างๆ ได้โดยไม่ต้องแกะเคสออก

รีวิว ROG Phone 3

ในกล่องมีคู่มือการใช้งานเบื้องต้นและเอกสารมาให้ มีสติกเกอร์ ROG และตัวเข็มจิ้มถาดซิมก็มีมาให้ด้วย ทำเป็นรูปทรงแบบสไตล์เท่ๆ อีกเช่นกัน ส่วนด้านล่างสุดจะเป็นที่เก็บอุปกรณ์พวกสายเคเบิล USB-C, อะแดปเตอร์ชาร์จแบบ 30W, Dongle แปลง USB-C เป็นช่องเสียบหูฟัง 3.5มม. และจุกยางสำรองสำหรับปิดช่องพอร์ต

Hand-on : ลองสัมผัสดูรอบเครื่อง

รีวิว ROG Phone 3

เห็นเครื่องครั้งแรก ก็รู้สึกได้ถึงความพรีเมี่ยมและสวยแบบสไตล์ที่ไม่เหมือนใครแบบ ROG เพราะมีจิตวิญญาณของความเป็นเกมมิ่งเกียร์อย่างเห็นได้ชัด ตั้งแต่ตัวฝาด้านหลังที่เป็นกระจก Gorilla Glass 3 โดดเด่นมาเลยคือโลโก้ ROG ที่ส่องสว่างแบ Aura RGB เปลี่ยนสีได้หลากหลายรูปแบบ

รีวิว ROG Phone 3

ที่เห็นเป็น 3 เหลี่ยมอยู่ด้านข้างๆ ของฝาหลัง ดูเหมือนเป็นลวดลายแต่จริงๆ แล้วตรงนี้เป็นจุดส่วนระบายความร้อนจากภายในเครื่องเวลาที่เล่นเกม วางไว้ในตำแหน่งที่เวลาเล่นเกมแล้วถือเป็นแนวนอนก็จะไม่โดนมือขณะที่เล่น

รีวิว ROG Phone 3

กล้องหลังของ ROG Phone 3 มาเป็นแบบ 3 เลนส์วางเรียงต่อกัน โดยจะมีไฟแฟลช LED และช่องไฟ RGB สำหรับใช้กับเคสเสริม และมีช่องไมโครโฟนอยู่ด้วยใกล้ๆ

ด้านหน้าตัวเครื่องเป็นจอ Amoled ขนาด 6.59 นิ้ว ขนาดใหญ่ไม่เว้าติ่งไม่มีเจาะรู แสดงสีได้ถึงระดับ 10-bit HDR พร้อมค่ารีเฟรชเรต 144Hz ระดับเดียวกับจอเกมมิ่งบนพีซีเกม โดยมีค่าการตอบสนองการสัมผัสที่ 270Hz และยังวัดค่าความเที่ยงตรง Delta-E < 1 เรียกได้ว่าเป็นจอเกรดคุณภาพระดับสูงตัวท็อปที่หาได้เฉพาะในแฟล็กชิพรุ่นท็อปเท่านั้น

ด้านบนของจอ จะมีตัวกล้องหน้าความละเอียด 24 ล้านพิกเซล วางเยื้องอยู่ทางขวา ทางซ้ายจะมีไฟแจ้งเตือน Notification ซ่อนอยู่ด้วย (หายากมากแล้วในสมาร์ทโฟนสมัยนี้ แต่ในรุ่นนี้ยังมีให้) โดยที่ด้านบนและด้านล่างจะเป็นช่องของลำโพงคู่สเตอริโอ ที่ปรับใหม่ทำสีให้เข้ากับตัวเครื่องและมีขนาดที่กว้างมากขึ้น ให้เสียงที่ดีกว่าเดิม

รีวิว ROG Phone 3

ตัวหน้าจอ ยังมีระบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือซ่อนไว้ใต้จอ ใช้งานสแกนเพื่อปลดล็อคได้รวดเร็ว

รีวิว ROG Phone 3

ด้านข้างของตัวเครื่อง วัสดุเป็นโลหะสีดำเหล็ก ต้องบอกว่ามีความเรียบง่ายมากๆ เพราะถ้ามองทางด้านล่างตัวเครื่อง จะมีช่องของพอร์ต USB-C อยู่เพียงช่องเดียว สำหรับเสียบสายชาร์จและอุปกรณ์เสริม ส่วนข้างๆ จะเป็นช่องสำหรับไมค์สนทนา

ทางด้านซ้ายของเครื่องจะเป็นความพิเศษที่หาในสมาร์ทโฟนรุ่นไหนไม่ได้ จะมีจุกยางปิดอยู่ เมื่อแกะออกมา จะเป็นช่องพอร์ต USB-C แบบ Custom เพิ่มมาอีกช่อง สำหรับเอาไว้เสียบอุปกรณ์เสริมต่างๆ อย่าง พัดลม AeroActive Cooler 3 ก็เอามาใช้เสียบที่ช่องนี้ และจะมีช่องของถาดซิมแบบ Nano Sim ที่ใส่ได้ 2 ซิม

ทางขวาเครื่อง จะมีปุ่ม Power เพื่อเปิดปิดเครื่อง, ปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง, ช่องไมโครโฟน

มีอีกจุดพิเศษของ Asus ROG Phone 3 ก็คือ ที่มุมซ้ายขวา ของด้านข้างเครื่องฝั่งนี้ จะมีจุดเที่เรียกว่า AirTrigger 3 ปุ่มสัมผัสที่ช่วยให้เล่นเกมได้เหนือระดับ ครั้งนี้ปรับระบบมาให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น หลากหลายมากขึ้นยิ่งกว่าเดิม

ด้านบนเครื่องก็จะเป็นไมโครโฟนอีกตัวสำหรับใช้ตัดเสียงรบกวน ต้องบอกว่าใน Asus ROG Phone 3 นั้นมีไมค์อยู่ทั้งหมดถึง 4 ตัว ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่ติดตั้งไมค์มาด้วยเยอะมาก เพื่อให้ประสิทธิภาพในการเก็บเสียงได้รอบทิศทาง ไม่ว่าคุณจะถือสมาร์ทโฟนในแนวตั้งหรือแนวนอนก็ตาม เหมาะสำหรับทั้งการพูดคุยสนทนาระหว่างที่กำลังเล่นเกม หรือการถ่ายวิดีโอก็เก็บเสียงได้มีมิติ รวมถึงการมีไมค์หลายตัวยังเอาไว้ช่วยในการทำระบบตัดเสียงรบกวนรอบข้างได้อีกด้วย

ดูจากดีไซน์แล้วรอบนี้บอกได้เลยว่า ทำออกมาได้สวยพรีเมี่ยมยิ่งกว่าเดิมมาก แม้ว่าขนาดของเครื่องจะค่อนข้างหนา แต่ก็ถือว่ายังจับได้ถนัดมือดี โดยเฉพาะเวลาที่เล่นเกมในแนวนอน ถือว่าเข้ามือดีมากๆ

ประสิทธิภาพภายใน Asus ROG Phone 3 สมาร์ทโฟนที่ทรงพลังที่สุดของปีนี้!

หัวใจหลักในการเป็นเกมมิ่งโฟนที่ดีที่สุด ทาง Asus จัดสเปคของ ROG Phone 3 ออกมาได้อย่างสุดขีดมากๆ โดยเลือกใช้ชิปเซ็ตเป็น Snapdragon 865+ 64-bit Octa-core ความเร็ว 3.1GHz พร้อมด้วยชิปประมวลผลกราฟฟิค Adreno 650 ส่วนสเปคของตัว RAM อัดมาให้ถึง 12GB เป็นแบบ LPDDR5 ที่เร็วกว่ารุ่นก่อนถึง 50% และหน่วยความจำภายในเครื่อง 512GB

ถ้าดูกันที่ผลการทดสอบประสิทธิภาพผ่าน Antutu แล้ว จะเห็นว่าคะแนนที่ได้สูงลิ่วทะลุมากกว่า 600000 คะแนน ยืนหนึ่งขึ้นอยู่บนสุดของตารางสมาร์ทโฟนที่มีประสิทธิภาพดีที่สุดในขณะนี้

และด้วยชิปเซ็ตที่เป็น Snapdragon 865+ จึงมีตัวโมเด็มสำหรับรับสัญญาณเครือข่าย 5G ได้ด้วย โดยรองรับกับเครือข่ายในไทยที่ตอนนี้เริ่มเปิดใช้บริการกันแล้ว

สำหรับการเชื่อมต่อไร้สาย ROG Phone 3 รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 มาตรฐานใหม่ล่าสุด ที่ช่วยให้การดาวน์โหลด-อัพโหลดทำได้ด้วยความเร็วสูง ค่าความหน่วงต่ำ ให้การเล่นเกมลื่นไหลไม่มีสะดุด

เทคโนโลยีเบื้องหลัง ที่ทำให้ ROG Phone 3 เล่นเกมได้ดีที่สุด

อย่างที่เราบอกไปตั้งแต่แรกแล้วว่า ROG Phone 3 นั้นเป็นเกมมิ่งโฟนที่ไม่ได้แค่ใส่ชิปเซ็ตแรงๆ ยัดแรมมาเยอะๆ แล้วก็จบ แต่ Asus ยังใช้การวิเคราะห์และพัฒนาระบบเพิ่มเติม เพื่อช่วยให้การทำงานของเครื่องรวมถึงซอฟท์แวร์ภายใน ช่วยกันเสริมประสิทธิภาพและประสบการณ์การเล่นเกมให้ออกมาได้ดีแบบที่สมาร์ทโฟนรุ่นอื่นทำไม่ได้

เร่ิมด้วยอย่างแรกเลยคือ ระบบการระบายความร้อนภายในเครื่อง Asus ได้พัฒนาระบบ GameCool 3 ที่ภายในเครื่องจะเป็นตัวชั้นฟิล์มกราไฟท์ อยู่บริเวณจอภาพ ทำหน้าที่ช่วยกระจายความร้อนให้แผ่ออกรอบๆ ไม่สะสมอยู่จุดใดจุดหนึ่ง แล้วยังมีตัวฮีทซิงค์แบบทองแดง เพิ่มขนาดใหญ่ขึ้นกว่ารุ่นก่อนถึง 6 เท่า มาช่วยเรื่องระบายความร้อนให้ถ่ายเทไปยังจุดระบายความร้อนที่ด้านหลังเครื่อง

Game Genie ควบคุมปรับแต่งการเล่นเกมได้อิสระเกินคาด

ปกติแล้ว สมาร์ทโฟนอื่นๆ จะมีระบบเสริมมาให้สำหรับการเล่นเกม เต็มที่ก็คือระบบจัดการทรัพยากรเคลียร์แรมเพื่อให้ใช้กับเกมได้เต็มที่ ปรับเรื่องปิดแจ้งเตือน แล้วก็มีเปิดแอพระหว่างเล่นเกมได้

แต่ใน ROG Phone 3 นั้น ต้องบอกว่าเหนือระดับกว่าสมาร์ทโฟนทั่วไปมากๆ เพราะปรับได้เยอะจนตกใจ โดยเมื่อเราเข้าเกมแล้วปัดหน้าจอจากทางซ้าย จะเรียกเมนู Game Genie ขึ้นมา ที่ตรงนี้จะเป็นศูนย์รวมของระบบช่วยเหลือเพื่อเล่นกมโดยเฉพาะ มีฟีเจอร์ที่เด็ดๆ มากมาย

  • บอกสถานะการทำงานของเครื่องระหว่างเล่นเกม ทั้งค่าเฟรมเรต, อุณหภูมิ, ความเร็ว CPU
  • ปรับแต่งการแจ้งเตือนระหว่างการเล่นเกม เลือกปรับว่าจะไม่รับสายโทรเข้า, แจ้งเตือนจากแอพต่างๆ
  • ล็อคค่าความสว่างหน้าจอ ไม่ให้ปรับแบบอัตโนมัติ
  • ปิดไม่ให้มีการโทรเข้า แล้วใช้ดาต้าเพื่อเล่นเกม เพื่อป้องกันการรบกวนจากภายนอกเด็ดขาด
  • ปรับค่า Refresh Rate หน้าจอ เลือกแบบ Auto หรือรับเอง เลือกได้ตั้งแต่ 60, 90, 120 และ 144Hz
  • Marked Clip บันทึกคลิปวิดีโอสั้นๆ ในช่วงก่อนหน้านี้ให้อัตโนมัติ เลือกบันทึกย้อนหลังไปได้ถึง 30 วินาที
  • Speed Up กดเพื่อเคลียร์ RAM ให้พร้อมสำหรับเล่นเกมเต็มที่
  • Air Triggers ปรับแต่งเพื่อใช้ฟีเจอร์ปุ่มกดด้านข้างเครื่อง
  • Macro ตั้งโปรแกรมการกดปุ่มซ้ำอัตโนมัติ
  • record บันทึกวิดีโอหน้าจอ
  • Crosshair สร้างจุดเป้าเล็งไว้ที่หน้าจอ เป็นตัวช่วยเวลาเล่นเกมแนว FPS
  • Live ถ่ายทอดสดการเล่นเกมของเราแบบ Livestream ไปยัง YouTube
  • เลือกเปิดแอพแบบหน้าตาลอย Picture in Picture ระหว่างที่เล่นเกมได้

จะเห็นได้เลยว่า ปรับได้เยอะมากๆ และมีประโยชน์กับการเล่นเกมระดับซีเรียสได้แบบสบายๆ

Air Trigger 3 คอนโทรลเกมบนมือถือได้เหนือชั้น

ฟีเจอร์ไฮไลต์ที่รับรองว่า จะทำให้นักเล่นเกมทุกคนหลงรัก ROG Phone 3 ตัว Air Trigger 3 จะเป็นเซ็นเซอร์แบบอัลตราโซนิค ที่ตำแหน่งจะอยู่บริเวณขอบเครื่อง เวลาที่จับวางแนวนอนเพื่อเล่นเกม มันจะเป็นตำแหน่งเดียวกับปุ่ม L R Trigger เมื่อเทียบกับคอนโทรลเลอร์เกมทั่วไป

โดยการใช้ Air Trigger 3 นั้น จะสามารถเซ็ตผ่านระบบของ Game Genie ให้เราเลือก Mapping ปุ่มโดยเลือกวางบน UI ของเกมที่ต้องการให้ใช้การกดที่ Air Trigger ได้เลย ซึ่งรูปแบบการกดในเวอร์ชั่นนี้จะเลือกได้หลายแบบ ทั้งแบบที่กดตรงๆ, แตะแล้วเลื่อน หรือแบ่งตัว trigger เป็น 2 ส่วน เพื่อสั่งเพิ่มได้ (เหมือนเป็นปุ่ม L1, L2 และ R1, R2)

รีวิว ROG Phone 3

Air Trigger จะเรียกได้ว่าช่วยให้ทุกการเล่นเกมมีความสะดวกและได้เปรียบกว่าเดิมมาก เราสามารถเซ็ตให้ปุ่มในเกมมาเป็นปุ่มที่ใช้นิ้วชี้กดได้ เพิ่มความสะดวกมากขึ้น โดยเฉพาะเกมแนวแอคชั่นหรือเกม FPS เราเซ็ตให้กลายเป็นปุ่มยิง หรือใช้ไอเท็มเสริมได้หมด

Asus Armoury Crate ยกประสบการณ์ปรับแต่งเกมมิ่งโฟน แบบเดียวกับบนคอมพิวเตอร์พีซี

รีวิว ROG Phone 3

สำหรับใครที่เป็นแฟนของ Asus หรือใช้เกมมิ่งคอมพิวเตอร์ของ Asus น่าจะคุ้นชื่อของ Armoury Crate กันดี เพราะเป็นโปรแกรมศูนย์กลางที่ใช้ควบคุมและอำนวยสะดวกในการเล่นเกมแบบครบวงจร และนี่ก็ถูกนำมาใช้ใน ROG Phone 3 ด้วยเช่นกัน โดยเมนูเข้าจะอยู่ตรงกลางล่างของหน้าโฮมเลย โดยในเมนูจะถูกแบ่งออกเป็น 5 ส่วนด้วยกันคือ

  • Game Library เป็นเหมือน Launcher ที่รวมทุกเกมในเครื่องของเราไว้ ให้กดเล่นได้จากในนี้ โดยในแต่ละเกมจะมี Profile การตั้งค่าต่างๆ รวมเอาไว้ให้ปรับได้จากตรงนี้ได้เลย
  • Console เป็นการปรับแต่งตัวเครื่องแบบ Overclock อย่างเช่น X Mode ที่เลือกปรับระดับการทำงาน CPU และทรัพยากรต่างๆ ให้จัดเต็มพร้อมรับการทำงานเล่นเกม เราไปปรับ Level หรือ Custom เองได้ โดยการปรับแต่ละอย่างก็จะมีผลต่อแบตเตอรี่รวมถึงอุณหภูมิด้วย ซึ่งระบบจะคอยดูแลและควบคุมความสเถียรให้
  • ในเมนู Console ยังมีเลือกปรับ System Lighting ควบคุมการแสดงแสงไฟ RGB ที่โลโก้ด้านหลังตัวเครื่อง (รวมถึงที่ตัวอุปกรณ์เสริมที่ติดตั้ง) เลือกปรับรูปแบบ, สี แยกตามช่วงเวลาหรือสถานะที่ต้องการ ให้ความรุ้สึกเป็นเกมเมอร์มากยิ่งขึ้นไปอีก
  • Connect พื้นที่ออนไลน์ ที่เอาดูและแชร์คอนเทนต์ในคอมมูนิตี้ได้
  • Feature แนะนำเกมที่ปรับแต่งให้รองรับการใช้งานบน ROG Phone 3 ไม่ว่าจะเป็นเกมที่รองรับ Refresh rate ระดับสูง และเกมที่รองรับใช้งานกับอุปกรณ์เสริมต่างๆ
  • My Profile ล็อคอินใช้งานตัว Asus Member กับระบบของเกม

ฟินกับความบันเทิงทั้งภาพและเสียง

นอกจากเล่นเกมแล้ว Asus ROG Phone 3 ยังจัดเต็มกับระบบความบันเทิงต่างๆ ที่อยู่ในระดับที่ดีเยี่ยม ตั้งแต่ตัวลำโพงคู่ด้านหน้า ซึ่งอยู่ด้านหน้าจริงๆ เป็ระบบเสียงแบบ Dirac HD Sound ที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิม เพิ่มตัวแม่เหล็กจากเดิม 5 ตัวเป็น 7 ตัว และมี Smart Amplifier (dual NXP TFA9874) ช่วยเรื่องเสียงที่ดังขึ้นโดยลดความเพี้ยนให้น้อยลง

ตัวเสียงถ้าอยากจะฟังผ่านหูฟังก็จะได้มิติที่ดีมากขึ้น ในกล่องจะมีตัว Dongle สำหรับเปลี่ยนช่อง USB-C เป็นแจ็คแบบ 3.5 มิลลิเมตรได้ หรือจะใช้ตัวพัดลม AeroActive Cooler 3 เสียบกับเครื่อง ที่ด้านล่างก็จะมีช่องให้เสียบหูฟังได้ด้วยเช่นกัน

แต่ถ้าเอาไว้ดูหนัง Netflix หรือดูคลิป YouTube ตัวจอที่รองรับ 10-bit HDR10+ ให้ขอบเขตสีที่กว้างมาก DCI-P3 113%, NTSC 108.8%, sRGB 153.7% และค่า Delta E น้อยกว่า 1 เป็นจอระดับท็อปคลาสบนสมาร์ทโฟน ที่เหมาะกับการดูหนังได้สวยคมชัดที่สุด และยังได้รับรองมาตรฐาน TÜV Low Blue Light ช่วยจัดการเรื่องของแสงสีฟ้า ไม่ให้เกิดอาการเมื่อยล้าสายตาเมื่อเล่นเกมต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ

ความสามารถในด้านของกล้อง, การถ่ายภาพ และวิดีโอ

Asus ROG Phone 3 ครั้งนี้ไม่ได้พัฒนาแต่เรื่องของเกม ตัวกล้องก็ดีขึ้นจากรุ่นก่อนมาก โดยตัวกล้องหลังจะเซ็ตมาเป็นแบบ Triple Camera พร้อมไฟแฟลช LED ประกอบด้วย

  • กล้องหลัก 64 ล้านพิกเซล (Sony IMX689) f/1.8 PDAF
  • กล้องมุมกว้าง Ultra Wide 13 ล้านพิกเซล 125 องศา
  • กล้อง Macro 5 ล้านพิกเซล

โหมดถ่ายภาพต่างๆ มีมาให้แบบครบครัน และทำงานได้ดีในหลากหลายสถานการณ์ เพราะมีระยะเลนส์ตั้งแต่ Macro ที่ใกล้ได้สุด 4 เซนติเมตร มี Ultra-Wide ที่เก็บภาพได้มุมที่กว้างมากๆ และกล้องหลักที่มีความละเอียดสูง โดยความสามารถในการซูมจะได้ระยะที่ไกลสุดคือ 8x แบบดิจิตอล

มี Night Mode สำหรับถ่ายภาพเวลากลางคืน ให้มีความสว่างและคมชัดมากขึ้น เลือกปรับระดับเวลาการเปิดชัตเตอร์เองได้ด้วยนะ มี Portrait โหมดที่ถ่ายบุคคลหน้าชัดหลังเบลอได้สวยงาม พร้อมทั้งมีโหมด Pro สำหรับถ่ายภาพแบบตั้งค่าเองได้ตามต้องการ

การถ่ายวิดีโอถือว่าพัฒนาขึ้นมาจากเดิมมากๆ ความสามารถคือถ่ายวิดีโอได้คมชัดสูงสุดถึงระดับ 8K 30fps และ 4K 60fps ถ่ายวิดีโอ Slomo ได้ 3 ระดับคือ 4K 120fps, FHD 240fps และ HD 480fps

ลูกเล่นในการถ่ายวิดีโอของ Asus ROG Phone 3 ก็น่าสนใจ โดยมี Hyper Stready ช่วยลดการสั่นไหวของภาพระหว่างการถ่ายวิดีโอ, มีโหมดถ่ายวีดิโอแบบ Pro สำหรับปรับค่ากล้องต่างๆ ได้ มีระบบซูมภาพในการถ่ายวิดีโอ มีแตะเพื่อเลือกตำแหน่งปลายทางก่อนดันตัว Slider เพื่อซูมไปยังตำแหน่งที่ต้องการได้

จุดเด่นที่น่าสนใจในการถ่ายวิดีโอตือ การปรับระบบเสียงในการบันทึก ให้ช่วยลดเสียงลมหรือเสียงรบกวนรอบข้าง และปรับโหมดทิศทางการรับเสียงใหม่ได้ถึง 4 แบบด้วยกันคือ

  • 3D Surround เก็บเสียงแบบรอบทิศทาง
  • Mic Focus เก็บเสียงโดยเน้นจากแหล่งเสียงที่ส่งมา
  • Front receiving เก็บเสียงเน้นจากด้านหน้าจอ (เสียงของคนที่ถือกล้อง)
  • Rear receiving เก็บเสียงเน้นจากด้านหลัง (เสียงของคนที่อยู่หน้ากล้อง)

จะเห็นว่าตัวกล้องนั้น ทำออกมาให้เหมาะกับการทำงานวิดีโอคอนเทนต์มากๆ เรียกว่าจบในตัวไม่ต้องมีอุปกรณ์เสริมก็เก็บวิดีโอได้ดีทั้งภาพและเสียง รวมถึงยังมีอีกโหมดที่แนะนำคือ Motion Tracking ในการเลือกล็อคตำแหน่งวัตถุในเฟรม แล้วกล้องจะปรับเฟรมไปหาวัตถุนั้น พร้อมปรับโฟกัสเน้นที่วัตถุนั้นเป็นพิเศษให้ด้วย

ส่วนของกล้องหน้าก็ทำมาดีขึ้นเช่นกัน กับความละเอียด 24 ล้านพิกเซล สำหรับถ่ายเซลฟี่ได้สวยๆ ละลายฉากหลังได้ และมี Beauty mode มาให้ สำหรับปรับความใสเนียนของใบหน้า และเอาไว้ใช้เวลาที่แคสเกมหรือคุยแชทก็เก็บภาพได้ในระดับที่ดีเลยทีเดียว

อุปกรณ์เสริมที่เพิ่มอรรถรสการเล่นเกมให้ถึงขีดสุด

สิ่งที่ทำให้ Asus ROG Phone 3 เป็นเกมมิ่งสมาร์ทโฟนที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ก็คืออุปกรณ์เสริมที่มารองรับทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่น รวมถึงเพิ่มประสบการณ์การเล่นเกมที่ได้อารมณ์ยิ่งขึ้นกว่า ทางทีมงานล้ำหน้าฯ เราได้ตัวอุปกรณ์เสริมมา รีวิว อยู่หลายชิ้น มาดูกันบ้างว่าแต่ละอย่างมีเด็ดๆ อะไรกัน

Aero Active Cooler

รีวิว ROG Phone 3

ตัวพัดลมช่วยระบายความร้อนที่แถมมาให้ในกล่อง (ซึ่งถ้าซื้อแยกราคาอยู่ที่ 2,490 บาท) มีประโยชน์สำหรับการเล่นเกมมากๆ โดยเฉพาะเวลาที่เราเล่นเกมแบบหนักๆ ตัวพัดลมนั้นช่วงให้ความร้อนจากตัวเครื่องถูกระบายออกได้ดียิ่งขึ้น การออกแบบก็สวยงาม ติดตั้งที่บริเวณกลางเครื่องเมื่อถือเป็นแนวนอน

รีวิว ROG Phone 3

เมื่อเสียบติดตั้งแล้ว ที่ด้านล่างจะมีพอร์ตสำหรับเสียบ USB-C สำหรับชาร์จไฟ และช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ดีมาก เพราะมันไม่เกะกะรำคาญเวลาถือเล่นเกม

รีวิว ROG Phone 3

และตัว Aero Active Cooler ยังกางขาตั้งด้านหลังออกมาเพื่อวางเครื่องกับโต๊ะ สำหรับเอาไว้วางดูหนังดูคลิป หรือต่อจอย Bluetooth เพื่อเล่นเกม ถือว่าเป็นของแถมมาให้ในชุดที่คุ้มค่ามากๆ

TwinView Dock 3

มันคืออุปกรณ์ที่เอาเครื่อง Asus ROG Phone 3 มาประกอบเข้าที่ด้านล่าง แล้วใช้งานให้เป็นแบบ 2 หน้าจอ ถ้าพูดไปก็คล้ายๆ กับเครื่อง Nintendo DS สมัยก่อนนั้นล่ะ โดยที่ตัวหน้าจอที่เสริมขึ้นมา จะม่คุณสมบัติเหมือนจอของ ROG Phone 3 คือรองรับที่ 144Hz เหมือนกัน

การใช้งาน ถ้าในเกมที่รองรับกับอุปกรณ์ จะสามารถแบ่งการแสดงผลและการบังคับออกเป็น 2 จอ อย่างเกม Asphalt 9 อันนี้ตัวภาพในเกมจะแสดงเป็นจอบน ส่วนจอล่างจะเป็นส่วนควบคุม และมีแผนที่สนามให้ดูไปด้วย ซึ่งตอนนี้มีหลายเกมที่รองรับแล้ว (ดูได้ในส่วน Feature ใน Armoury Crate)

หรือถ้าเล่นเกมทั่วๆ ไป คุณสามารถเล่นเกมจอล่าง ส่วนจอบนจะเปิดแอพอื่นๆ อย่าง facebook หรือคุยแชทกับเพื่อนผ่าน Messenger หรือ Discord ระหว่างที่เล่นเกมก็ได้ ถือว่ามีประโยชน์สำหรับเล่นเกมแบบที่หาจากสมาร์ทโฟนอื่นไม่ได้อย่างแน่นอน

รีวิว ROG Phone 3
เปิดเล่น 2 เกมพร้อมกัน แยกคนละจอเลยก็ยังได้

รวมถึงตัว TwinView Dock 3 ยังมีแบตเตอรี่ในตัว ความจุ 5000 mAh ช่วยให้เล่นเกมต่อเนื่องได้นานยิ่งขึ้น โดยที่ด้านล่างจะมีพัดลมช่วยระบายความร้อน มีช่อง USB-C สำหรับเสียบชาร์จไฟที่ด้านหลัง และด้านล่างก็มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตรมาให้ด้วย ส่วนด้านหลังก็มี Aura RGB บริเวณโลโก้ของ ROG ด้วยเช่นกัน

รีวิว ROG Phone 3

สำหรับ TwinView Dock 3 ราคาจะอยู่ที่ 7,990 บาท ถามว่าน่าซื้อมั้ย ส่วนตัวผมว่าคุ้มที่จะซื้อ เพราะให้ประสบการณ์การเล่นเกมด้วย ROG Phone 3 ได้ดีมากๆ และมีประโยชน์ที่หลากหลายในการใช้งาน ทั้งเล่นเกม, ดูหนัง หรือเปิดแอพพร้อมกัน 2 หน้าจอ

ROG Clip

รีวิว ROG Phone 3

เป็นตัวกริปสำหรับหนีบเครื่อง ROG Phone 3 เข้ากับจอยคอนโทรลเลอร์ ที่มีให้มา 3 แบบด้วยกันคือ ใช้กับจอย DualShock 4 (ของ PlayStation) จอย Google Stadia และ จอย Xbox ทำให้เราถือจอยพร้อมมองหน้าจอไปได้พร้อมกัน

รีวิว ROG Phone 3

ผมทดสอบใช้กับจอย DualShock 4 บอกเลยว่าฟินมากๆๆ เมื่อเชื่อมต่อจอยผ่าน Bluetooth แล้ว ระบบจะให้เราเลือก Key Mapping ปุ่มต่างๆ กับ UI บนหน้าจอได้อย่างอิสระ ซึ่งรองรับกับแทบทุกเกมที่เป็นแนวแอคชั่น ทำให้เราได้ฟิลการเล่นเกมแบบคอนโซลมากขึ้นกว่าเดิม หรือถ้าใครไม่ยากต่อแบบไร้สาย ในชุดจะมีสายต่อแบบ USB-C สำหรับเสียบเชื่อมต่อแบบสายแถมมาให้ด้วย

ตัว ROG Clip ราคา อยู่ที่ 990 บาท เป็นอีกอย่างที่บอกเลยว่า ซื้อเถอะ! คุ้มมาก เอาไว้เล่นกับจอยเพลย์ทำให้การบังคับเกมแอคชั่นสนุกขึ้น สะดวกขึ้นกว่าแตะหน้าจอมากมาย

ROG Lighting Armour Case

รีวิว ROG Phone 3

อุปกรณ์เสริมเพื่อความเท่ กับเคสกันกระแทกแบบมีไฟ RGB ด้านหลัง ที่ซิงค์การทำงานผ่านแอพ Armoury Crate ได้ด้วย เคสจะเป็นสีดำเรียบๆ มีลวดลายเล็กน้อย แต่ตัวไฟ RGB จะซ่อนเป็นโลโก้ ROG ขนาดใหญ่ที่เป็นรอยจุดด้านหลัง กลไกคือไม่มีไฟฟ้า แต่เมื่อประกอบกับเครื่องแล้ว จะรับแสงไฟจากด้านหลังเครื่องเข้ามา แถมยังมีธีมพิเศษจากเคสตัวนี้เพิ่มให้ด้วย

ROG Lighting Armour Case ราคาอยู่ที่ 1,990 บาท ซึ่งถ้าใครซื้อเครื่องจะมีแถมให้ด้วยนะ เท่ไปเลย!

รีวิว Asus ROG Phone 3 น่าซื้อแค่ไหน คุ้มหรือไม่ กับเกมมิ่งโฟนตัวนี้?

รีวิว ROG Phone 3

ในแง่ของการเล่นเกม คงต้องบอกเลยว่าให้ประสบการณ์การเล่นเกมบนสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดเท่าที่เราเคยทดสอบมา Asus บรรจงสรรค์สร้างให้ ROG phone 3 ตอบโจทย์ความต้องการของคนที่ชอบเล่นเกม ได้เล่นบนสมาร์ทโฟนได้เหมือนว่าเล่นบนคอมพิวเตอร์พีซี ในแง่ของการปรับแต่งได้ค่อนข้างอิสระ หน้าตา UI ในเครื่องที่มีความเกมเมอร์มากๆ และฟีเจอร์เสริมของระบบ ที่มาเอื้ออำนวยให้การเล่นเกม ออกมาดีกว่าสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ ในตลาดอย่างชัดเจน

ตัวสเปคและฮาร์ดแวร์ ยอมรับว่าดีจัดสมกับราคาค่าตัว ดีไซน์สวยงามและคุณภาพฮาร์ดแวร์ต่างๆ ก็คือรุ่นใหม่สุดท้อปสุดของปี 2020 นี้แล้ว ที่สเปคนี้บอกเลยว่าอยู่ต่อไปอีก 1-2 ปีก็ยังแรงไม่ตกยุคแน่นอน เอาไว้รองรับการเล่นเกมใหม่ๆ อีกได้สบาย

รีวิว Asus ROG Phone 3 ตัวนี้ทีมงานได้ทดสอบลองใช้งานอยู่ร่วม 2 สัปดาห์ ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่ตอบโจทย์การเล่นเกมได้อย่างประทับใจมากๆ มีทุกอย่างที่เกมเมอร์ต้องการสำหรับการเล่นเกมบนมือถือแบบครบถ้วน และเกินคาดแบบไม่คิดว่าจะมีมาให้ด้วยหลายอย่าง

ที่น่าประทับใจสุดคือ การทำงานร่วมกับอุปกรณ์เสริม เพื่อให้การเล่นเกมได้ประสบการณ์เหมือนกับเล่นบนพีซีหรือเครื่องคอนโซล การต่อจอยนอกรองรับทั้งแบบเสียบสายและไร้สาย ทำ Key Mapping ให้บังคับได้โดยไม่ต้องลงแอพเพิ่ม และรองรับกับแทบทุกเกม

ถ้าคุณต้องการสมาร์ทโฟนสำหรับเล่นเกม Asus ROG Phone 3 นั้นถือว่าเป็นตัวเลือกที่คุ้มที่จะซื้อมาเพื่อเล่นเกมจริงๆ กับสเปคและราคาถือว่าไม่ได้สูงเกินไป แต่มีสิ่งที่ต้องยอมรับในหลายๆ เรื่อง อย่างแรกคือ น้ำหนักของเครื่องที่มากถึง 240 กรัม ถ้ามองมันเป็นเครื่องเล่นเกมก็คงจะรับได้ แต่ถ้ามองในแง่การเป็นสมาร์ทโฟนก็จะรู้สึกว่ามันค่อนข้างหนักเลยทีเดียว แต่ก็เพราะใส่แบตเตอรี่มาให้ถึง 6000 mAh นี่ล่ะ ถึงทำให้มันอวบอ้วนขนาดนี้

ราคา Asus ROG Phone 3

ROG Phone 3 รุ่น 12GB+512GB ชิปเซ็ต Snapdragon 865+ ราคา 32,900 บาท โดยในช่วงเปิดตัวมีแถมพิเศษ กระจกกันรอยหน้าจอ, Aero Case, AeroActive Cooler III และ ROG Lighting Armour Case รวมมูลค่าของแถม 5,460 บาท

ROG Phone 3 รุ่น Strix Edition 8GB+256GB ชิปเซ็ต Snapdragon 865 ราคา 24,900 บาท โดยในช่วงเปิดตัวมีแถมพิเศษ กระจกกันรอยหน้าจอ, Aero Case, AeroActive Cooler III รวมมูลค่าของแถม 3,470 บาท

พิเศษ โปรโมชั่น กับ AIS ซื้อเครื่อง ASUS ROG Phone 3 ราคา เริ่มต้น 26,490 บาท และ ASUS ROG Phone 3 Strix Edition ราคา เริ่มต้น 18,490 บาท เมื่อสมัครแพ็กเกจ Hot Deal แบบรายเดือนตามที่กำหนด สามารถสั่งซื้อผ่าน AIS Online หรือที่ เอไอเอสช็อปทั้ง 7 สาขา