รีวิว WD My passport SSD สะดวกพกพา ดีไซน์พรีเมียม สปีดเร็วระดับ 1GB/s

รีวิว WD My passport SSD ไดร์ฟขนาดเล็กพกพาสะดวก น้ำหนักเบา แต่ประสิทธิภาพใหญ่เกินตัว ทำความเร็วในการอ่านเขียนข้อมูลได้มากกว่า 1GB/s ทำให้การเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ไปทำงานที่ไหนก็ไม่มีปัญหาอีกต่อไป

WD My passport SSD รุ่นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อต้นเดือนกันยายน 2020 ที่ผ่านมา เป็นการพัฒนาต่อจากรุ่นก่อนนี้ที่เปิดตัวไปตั้งแต่เมื่อ 3 ปีก่อน แน่นอนว่าครั้งนี้มีการอัปเกรดพัฒนาใหม่รอบด้าน ให้ใช้งานได้ดีขึ้น ตอบโจทย์กับยุคสมัยตอนนี้ ที่ไฟล์ต่างๆ เริ่มมีขนาดที่ใหญ่มากขึ้น ตามการใช้งาน ไม่ใช่แค่ไฟล์งานเท่านั้น แม้แต่ไฟล์ภาพหรือวิดีโอ ก็มีความละเอียดที่มากขึ้น พื้นที่เก็บข้อมูลขนาดใหญ่ที่มีความเร็วในการอ่านข้อมูลที่รวดเร็ว จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก

รีวิว WD My passport SSD ราคา

รีวิว WD My passport SSD เข้าใจง่ายๆ มันคือ External Drive ที่ข้างในเป็น SSD

โดยปกติแล้ว เราส่วนใหญ่จะคุ้นเคยกับฮาร์ดิสก์พกพา หรือ External Drive ที่เป็นแบบพกพา แล้วเสียบสาย USB เข้ากับคอมฯ ซึ่งข้างในจะเป็นฮาร์ดดิสก์แบบเข็ม ขนาด 2.5 นิ้ว ที่ปัจจุบันมีราคาลดลง ถูกลงมาก แต่ก็มีข้อจำกัดหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความเร็วในการอ่านเขียน, อายุการใช้งาน, ความเสี่ยงต่อการเสียหายจากการตกกระแทก, น้ำหนัก ฯลฯ

ในยุคนี้ที่หน่วยความจำแบบ Solid State Drive หรือ SSD เริ่มเป็นที่แพร่หลาย และมีคุณสมบัติที่ดีกว่า HDD รุ่นก่อน ทาง WD จึงเริ่มคิดค้นและผลิต WD My passport SSD ออกมา เพื่อแก้ไขจุดอ่อนของ External Drive แบบเดิมทิ้งไป ซึ่งรุ่นที่ทางทีมงานได้มา รีวิว นี้ เป็น generation ที่ 2 ที่พัฒนาต่อยอดให้ดีขึ้นกว่าเดิม

รีวิว WD My passport SSD ราคา
รีวิว WD My passport SSD ราคา

เรามาดูกันตั้งแต่รูปลักษณ์ภายนอกกันก่อนเลย WD My passport SSD ตัวนี้ มีขนาดที่เล็กมาๆ มิติเพียงแค่ 55 x 100 มิลลิเมตร หนาเพียง 9 มิลลิเมตร เรียกว่าเล็กกว่า iPhone ซะอีก แถมน้ำหนักก็เพียงแค่ 45.7 กรัมเท่านั้น รูปร่างหน้าตา ถ้าเทียบกับรุ่นแรก ถือว่าสวยงามชดช้อยขึ้น จากที่เป็นสีเหลี่ยมทื่อๆ เปลี่ยนมาเป็นวัสดุอลูมิเนียม ที่มีทำริ้วลวดลายพริ้วบนตัวเครื่อง ให้ความรู้สึกที่ทันสมัย ดูมีความพรีเมียมมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

รีวิว WD My passport SSD ราคา
รีวิว WD My passport SSD ราคา

อินเทอร์เฟสการเชื่อมต่อนั้น ตัวเครื่องจะเป็น USB-C มาตรฐาน USB 3.2 Gen-2 โดยสายที่แถมมาให้ในกล่องจะเป็นแบบ USB-C ทั้ง 2 ด้าน โดยจะแถมอแดปเตอร์เพื่อเปลี่ยนไว้ใช้เสียบกับ USB-A ได้ด้วย

ด้านความปลอดภัย ตัวบอดี้ที่เป็นอลูมิเนียม ประกอบอย่างปราณีต ผ่านการทดสอบทนต่อแรงกระแทก และการสั่นสะเทือน สามารถทนต่อการหล่นจากที่สูงได้ถึงระดับ 1.98 เมตร ส่วนตัวการรักษาความปลอดภัยด้านข้อมูล สามารถใช้การเข้ารหัสข้อมูลระดับฮาร์ดแวร์แบบ AES 256-bit และมีซอฟท์แวร์สำหรับใส่พาสเวิร์ดป้องกันได้อีกชั้นด้วย

ตัวหน่วยความจำภายใน ได้เปลี่ยนจาก SSD M2 SATA III ที่ใช้ในรุ่นแรก มาเป็น SSD แบบ M.2 NVMe รุ่นใหม่ ทำให้มันสามารถทำความเร็วในการอ่านเขียนข้อมูลได้สูงสุดถึง 1050 MB/s เร็วทะลุระดับกิกกะไบต์ไปเลย

ทดสอบความเร็ว ผมลองทดสอบกับเครื่องคอมพิวเตอร์เป็น MacBook Pro 13 นิ้ว (2019) เสียบสายผ่าน USB-C กับพอร์ต Thunderbolt3 การทดสอบใช้โปรแกรม Blackmagic Disk Speed Test ความเร็วที่ได้ในการเขียนข้อมูล ทดสอบได้อยู่ที่ 923.3 MB/s และการอ่านข้อมูลที่ 895.4MB/2 น้อยกว่าตัวเลขที่ระบุสูงสุดไว้ประมาณ 10-15% ถือว่าอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ เพราะการใช้งานจริงกับการทดสอบด้านเทคนิคจะมีความคลาดเคลื่อนกันอยู่บ้าน

ตัว WD My passport SSD มีข้อดีตรงที่รองรับการใช้งานได้กับแทบทุกอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อผ่าน USB ทั้งคอมพิวเตอร์ที่ฟอร์แมตมารองรับใช้ได้ทั้ง Windows และ macOS หรือจะเอาไปใช้กับสมาร์ทโฟน,แท็บเล็ต Android ผ่าน OTG ก็ได้ รวมถึง iPad Pro ที่มีช่องเสียบ USB-C ก็ใช้งานได้ด้วยเช่นกัน

ข้อดูของการที่รองรับหลากหลายอุปกรณ์ คือเหมาะมาสำหรับการใช้งานยุคนี้ ที่เราใช้หลากหลายอุปกรณ์บนหลากหลายแพลตฟอร์ม งานชิ้นเดียวอาจจะต้องทำจากหลายอุปกรณ์ ถึงแม้ว่าทุกวันนี้จะมีระบบ Cloud แต่ไฟล์ขนาดใหญ่ก็ยังไม่สะดวกเท่าการเอา Extrnal Drive เสียบใช้งาน

สำหรับสายคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ที่ต้องทำงานกับไฟล์รูปภาพ และวิดีโอ ถือว่าตอบโจทย์มากๆ เพราะความเร็วในการอ่านเขียนที่เร็วมาก ระดับที่คุณเก็บไฟล์วิดีโอฟุตเทจไว้ใน WD My passport SSD แล้วตัดในเครื่องคอมก็ยังสามารถทำได้ และเมื่อเก็บทุกอย่างไว้ในไดร์ฟได้ บางทีคุณอาจจะใช้มือถือแอนดรอยด์ถ่ายวิดีโอ แล้วจะเอาไปตัดต่อใน Adobe Premier คุณสามารถเสียบ WD My passport SSD ก็อปไฟล์จากมือถือมาเก็บไว้ในไดร์ฟ แล้วเอาไปเสียบกับคอมเพื่อทำงานต่อได้อย่างรวดเร็ว

หรือจะเป็นไฟล์รูปภาพ คุณภาพระดับ RAW ที่ใหญ่มาก บางทีคุณก็อาจจะไม่ได้อยากเก็บแบคอัพไว้ในเครื่องคอม คุณเลือกเก็บไฟล์ไว้ใน WD My passport SSD แล้วไปใช้งานต่อ ด้วยความจุขนาดใหญ่แบบไม่ต้องกลัวว่าจะเต็มง่ายๆ แถมยังมีน้ำหนักที่เบา คุณสามารถยกคลังไฟล์ภาพติดตัวไปทำงานได้ทุกที่ทุกเวลาอย่างง่ายดาย

การใช้งานมีซอฟท์แวร์เสริม อย่าง WD Discovery เพื่อใช้งานบริหารจัดการไฟล์ต่างๆ ใน WD My passport SSD ไม่ว่าจะเป็นด้านความปลอดภัย, การจัดการด้านแบ็คอัพ และ Utilitis ต่างๆ สำหรับการใช้งานระดับสูง ซึ่งตัวไฟล์ติดตั้งมีใส่มาให้พร้อมในตัวไดร์ฟเลย

ตัว WD My passport SSD จะมีขนาดความจุให้เลือกด้วยกันทั้งหมด 3 ขนาดคือ 500GB, 1TB และ 2TB ที่คุณสามารถเลือกใช้งานได้ตามความสะดวก โดยจะมี ราคา แตกต่างกันดังนี้

  • ขนาด 500GB ราคา 3,490 บาท
  • ขนาด 1TB ราคา 5,990 บาท
  • ขนาด 2TB ราคา ราคา 9,990 บาท

สินค้ามีให้เลือกได้ทั้งหมด 4 สีคือ สีเทา, น้ำเงิน, แดง และทองและยังมีการรับประกัน (แบบจำกัดเงื่อนไข) ให้นานถึง 5 ปี สามารถหาซื้อได้แล้วตามร้านค้า IT ชั้นนำ และร้านค้าออนไลน์ทั่วไปได้แล้ว และหากต้องการข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของ WD ได้ทาง Facebook WD Thailand