รีวิว Vivo X50 Pro 5G บัญญัติใหม่กล้องสมาร์ตโฟน ถ่ายสวยลื่นไหล เสน่ห์ล้นเหลือ

รีวิว Vivo X50 Pro 5G ยกระดับประสบการณ์ถ่ายภาพและวิดีโอบนสมาร์ตโฟน ผ่านกล้อง Gimbal ได้อย่างลื่นไหล ดีไซน์ที่สวยงาม จอ 90Hz มีชิปเสียง Hi-Fi แบตเตอรี่ 4315 mAh ชาร์จไว้ด้วย Vivo FlashCharge 2.0 (33W) ส่วนเรื่องของดีไซน์ก็สวยงามเรียบๆ ดูพรีเมียมอย่างลงตัว น้ำหนักเบา จับถนัดมือ เรียกว่าใครที่เป็นแฟนซีรีย์ X รอบนี้บอกเลยว่าหลงรัก Vivo X50 Pro 5G แบบหัวปักหัวปำแน่นอน

Vivo X50 Pro 5G ถือว่าเป็นผลิตผลรุ่นล่าสุดจาก Vivo APEX โครงการสมาร์ตโฟนต้นแบบ ที่นำเสนอเทคโนโลยีล้ำสมัยมาโดยตลอด และครั้งนี้ ก็ได้เอาเทคโนโลยีต้นแบบหลายอย่าง มาใช้งานเป็นสินค้าจริง ได้แก่ กล้องแบบ Gimbal มาใส่ให้ในสมาร์ตโฟน ช่วยในเรื่องลดการสั่นไหวของภาพได้ดีมากๆ รวมถึงกล้องแบบ Periscope ที่ทำให้สามารถซูมภาพได้ไกลมาก

รีวิว Vivo X50 Pro 5G : แกะกล่อง Unbox

เริ่มต้นกัน กับการแกะกล่อง สำหรับซีรี่ย์ X ของ Vivo นั้นจะเป็นกล่องทรงสี่เหลี่ยมจตุรัสแบบแบน รุ่นนี้ทำสีเป็นสีน้ำเงินเข้มเกือบดำ และมีลวดลาย X ตัดตรงกลางเป็นชื่อรุ่น X50 Pro ส่วนด้านล่างมีคำว่า 5G บอกให้รู้ว่ารุ่นนี้รองรับเครือข่ายใหม่ล่าสุดเรียบร้อยแล้ว

ภายในกล่องมีอุปกรณ์เสริมให้ชุดใหญ่ครบครัน ซ่อนอยู่ใต้ถาดที่วางตัวเครื่องเอาไว้ด้านบน โดยจะมีเคสใสแบบ TPU ช่วยป้องกันรอยขีดข่วนได้ และยังให้เห็นสีสันของเครื่องด้านในได้ มีเอกสารคู่มือการใช้งานเบื้องต้น, เอกสารการรับประกัน, เข็มจิ้มถาดซิม

ชุดต่อพ่วงจะมีอแดปเตอร์ชาร์จไฟ รองรับมาตรฐาน Vivo FlashCharge 2.0 กำลังไฟที่ 33W พร้อมสายชาร์จเป็นแบบ USB-C to USB-A เอาไว้ใช้คู่กันเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพการชาร์จไฟที่รวดเร็วเต็มกำลัง

ในกล่องมีแถมตัวหูฟังสมอลทอล์ก ที่เป็นหัวเสียบแบบ 3.5 มิลลิเมตร โดยจะมีแถม Dongle เอาไว้เสียบแปลงให้กลายเป็นพอร์ต USB-C ใส่มาให้ด้วย เพราะว่าเครื่องรุ่นนี้ไม่มีช่องเสียบหูฟังมาให้นะจ๊ะ

Hand-on + Design

คราวนี้มาดูลองสัมผัส รีวิว ตัวเครื่อง Vivo X50 Pro 5G กันบ้าง ด้วยความที่เป็นซีรี่ย์ X จึงมีดีเอ็นเอความเป็น Vivo ที่เข้มข้นครบครัน เน้นตั้งแต่การออกแบบที่สวยงาม วัสดุงานประกอบปราณีตแบบพรีเมียม ซึ่งเมื่อครั้งแรกที่เราแกะกล่องออกมา ก็สัมผัสได้ถึงความลงตัวของหน้าตาเจ้า X50 Pro ตัวนี้ได้ทันที

ด้านหน้าตัวจอใช้เป็นแบบ AMOLED ที่เป็นดีไซน์ 3D flexible screen ขอบด้านข้างโค้งลง 55 องศา อย่างสวยงาม ขนาดใหญ่ 6.56 นิ้ว ที่ใหญ่เต็มพื้นที่ชนิดที่เรียกว่าแทบจะไม่เหลือขอบข้างให้เห็น เรื่องประสิทธิภาพของจอนั้น ผ่านมาตรฐาน TUV Rheinland ในการช่วยถนอมสายตา ความคมชัด Full HD+ 2376 × 1080 พิกเซล พร้อมทั้งค่ารีเฟรชหน้าจอ 90Hz และค่าตอบสนอง (Respone Rate) ที่ 180Hz ให้ประสบการณ์ใช้งาน ดูหนัง เล่นเกมที่ไหลลื่น และยังได้มาตรฐาน HDR10+ สำหรับดูคอนเทนต์แบบ HDR ได้อย่างเต็มอารมณ์

รีวิว Vivo X50 Pro 5G ราคา AIS True

ที่มุมด้านบนของจอ จะเป็นช่องเว้นไว้แบบ Ultra O Screen สำหรับกล้องหน้าเซลฟี่ เว้นเอาไว้ช่องเล็กมากๆ เพียงแค่ 3.96 มิลลิเมตรเท่านั้น

รีวิว Vivo X50 Pro 5G ราคา AIS True

ด้านล่างของจอ มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบซ่อนไว้ใต้จอ ทำให้เราสแกนลายนิ้วมือเพื่อปลดล็อคเครื่องจากหน้าจอได้อย่างรวดเร็ว

รีวิว Vivo X50 Pro 5G ราคา AIS True

ขอบเฟรมเครื่องวัสดุเป็นโลหะอลูมิเนียมสีเงางาม ทางด้านขวามือ จะมีปุ่ม Power สำหรับเปิดปิดเครื่อง พร้อมปุ่มปรับระดับเพิ่มลดเสียง

รีวิว Vivo X50 Pro 5G ราคา AIS True

ส่วนทางซ้ายจะเรียบๆ ไม่มีช่องอะไร จะเห็นว่าตัวเฟรมที่เป็นสีโลหะ ให้ความรู้สึกหรูหราพรีเมียมมากๆ

รีวิว Vivo X50 Pro 5G ราคา AIS True

ด้านบนและด้านล่าง Vivo เรียกดีไซน์นี้ว่า Choker ที่เป็นการตัดเหลี่ยมลบมุมมน ให้ความรู้สึกเหมือนสร้อยเครื่องประดับที่สวยงาม ด้านบนจะมีช่องสำหรับไมโครโฟนตัวที่ 2 พร้อมมีพิมพ์ข้อความ 5G Professional Photograph ตอกย้ำชัดๆ ว่ารุ่นนี้คือสมาร์ตโฟน 5G ที่โดดเด่นในเรื่องของการถ่ายภาพ

รีวิว Vivo X50 Pro 5G ราคา AIS True

ด้านล่างเครื่อง จะมีช่องให้กดเอาถาดซิมออกมา Vivo X50 Pro 5G รองรับการใช้งานได้ 2 ซิมแบบ Nano Sim Dual-Standby ไม่สามารถเพิ่ม microSD ได้

รีวิว Vivo X50 Pro 5G ราคา AIS True

ต่อมาจะเป็นช่องของไมโครโฟนสนทนา, พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB-C สำหรับชาร์จไฟ และโอนถ่ายข้อมูล และลำโพงเสียง

รีวิว Vivo X50 Pro 5G ราคา AIS True

ดูต่อกันที่ด้านหลังเครื่อง นี่คือความงามตามปรัชญาดีไซน์ใหม่ของ Vivo ที่เรียกว่า Dual Tone Step ตัวสีของ Vivo X50 Pro 5G ที่เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย จะเป็นสีเทา Alpha Grey ที่จะมีการเล่นเฉดสีให้เปลี่ยนแปลง เล่นระดับแตกต่างกันไปตามมุมสะท้อนของแสง ทำให้มีโทนสีน้ำเงินไล่เข้ามาเป็นระดับอย่างนุ่มนวลมีมิติ ให้อารมณ์เหมือนชั้นของก้อนเมฆ รวมถึงผิวสัมผัสของกระจกฝาหลังนั้นเป็นแบบด้าน ที่ให้ความรู้สึกที่ดี สวยงาม จับแล้วเนียนมือ ส่วนขอบของฝาหลังก็จะโค้งแบบ 3D รับกับขอบเครื่องเหมือนกับหน้าจอ ให้ความกลมกลืนแบบไร้รอยต่อ

รีวิว Vivo X50 Pro 5G ราคา AIS True

ดีไซน์การวางตำแหน่งของกล้องด้านหลัง Vivo ยังใช้สไตล์ที่ให้ความเป็นกล้องถ่ายภาพเช่นเคย และคราวนี้ผมว่ามันสวยมากๆ กับตัวโมดูลชุดกล้อง 4 เลนส์ ที่วางประกอบกันในกรอบสีเหลี่ยมได้ลงตัวดีมากๆ

ดูกันชัดๆ จะเห็นว่ามีเลนส์กล้องตัวนึง ที่ใหญ่โดดเด่นกว่าทุกตัว นี่คือเลนส์กล้องหลักที่มาพร้อมเทคโนโลยี Gimbal บนสมาร์ตโฟนรุ่นแรกของโลก และจะมีเลนส์มุมกว้าง Ultra-Wide และ เลนส์ระยใกล้แบบมาโคร ส่วนที่เห็นเป็นสี่เหลี่ยมถัดลงมาอีกตัว จะเป็นเลนส์ Tele แบบ Periscope ส่วนตัวไฟแฟลช LED 3 ดวงจะอยู่ด้านล่าง

เห็นครั้งแรก ผมชอบกับดีไซน์นี้ของ Vivo มากๆ เป็นการจัดวางที่มีความสมดุลอย่างลงตัว ตัวเลนส์ก็นูนออกมาจากตัวเครื่องไม่มาก มีการเล่นระดับ 2 ชั้นทำให้ดูมีลูกเล่น เวลาถือแนวนอนพื่อถ่ายภาพก็ให้ความรู้สึกว่าถือกล้องคอมแพคถ่ายรูปอยู่เลย

สรุปเรื่องของดีไซน์ ถือว่าสอบผ่านและทำได้ดีมากๆ การเก็บรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ให้ความกลมกล่อมลงตัวในทุกมิติมุมมอง ทั้งด้านหน้าและด้านหลังเครื่อง แถมตัวมิติเครื่องก็ไม่ได้ใหญ่มาก 158.46 × 72.80 มิลลิเมตร หนา 8.04 มิลลิเมตร และน้ำหนัก 181.5 กรัม เบาและจับถนัดมือ และฝาหลังที่เป็นแบบด้านที่จับแล้วได้สัมผัสที่เนียนมือ หลงรักมากๆ เลยจุดนี้

ประสิทธิภาพ

สเปคตัวชิปเซตของ Vivo X50 Pro 5G ใช้เป็น Qualcomm Snapdragon 765G ผลิตบนเทคโนโลยีระดับ 7nm ทำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยใช้พลังงานน้อยลง มาพร้อม RAM 8GB และหน่วยความจำภายใน 256GB แบบ UFS 2.1

แม้ว่าจะไม่ได้ใช้ชิปเซ็ตรุ่นท็อปสุดของ Qualcomm แต่ Snapdragon 765G ก็เป็นชิปรุ่นใหม่ที่พัฒนามาเพื่อพร้อมรบกับการทำงานหนักๆ ด้านกราฟฟิค และการเล่นเกม โดยจะมีตัวระบบ Ultra Game Mode ที่ออกแบบมาช่วยรีดพลังของเครื่อง ให้ตอบสนองระหว่างการเล่นเกมได้อย่างดีที่สุด ผนวกกับตัวจอที่รองรับค่ารีเฟรช 90Hz และการตอบสนองสัมผัสที่ 180Hz จึงทำให้เวลาเล่นเกมทุกอย่างไหลปื้ดๆ ไม่สะดุดอารณ์ ไม่ว่าจะเป็นเกมแนว MOBA หรือ Shooting ก็เล่นได้สบายๆ

อย่างเกมฮิต Call of Duty Mobile เราเลือกปรับกราฟฟิกได้ถงระดับ High เฟรมเรตอัดเต็มสูบระดับ Max ก็ยังไหว การเล่นนั้นลื่นมือนวลตา ไม่มีอาการเฟรมเรตตกมากวนจิตกวนใจแต่อย่างใด ดังนั้นเรื่องเล่นเกม สเปคอาจจะไม่ได้เว่อร์วัง แต่ก็ยังเล่นได้ในระดับสูงแบบสนุกไม่ขัดใจ

การเชื่อมต่อคือรองรับ 5G แบบตั้งแต่แกะกล่อง ไม่ต้องรออัปเดต ใช้งานได้เลยทั้งของ AIS และ Truemove H ที่ตอนนี้เครือข่ายกระจายครอบคลุมพื้นที่ทั้งในกรุงเทพฯ และทั่วประเทศมากขึ้นเรื่อยๆ Vivo X50 Pro 5G ถือว่าพร้อมใช้ได้แล้วตั้งแต่วันนี้เลย ส่วนการเชื่อมต่อ Wi-Fi จะได้ที่ 2.4GHz และ 5GHz ยังไม่รองรับมาตรฐาน Wi-Fi 6

รีวิว Vivo X50 Pro 5G ราคา AIS True

เรื่องของแบตเตอรี่ ความจุให้มา 4315 mAh ขนาดใหญ่ดีมาก ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี VEG ของ Vivo ที่ช่วยเรื่องการจัดการใช้พลังงานของระบบ และประหยัดพลังงานได้มากขึ้น ทำให้สามารถใช้งานต่อเนื่องได้มากขึ้น

รวมถึงยังใส่เทคโนโลยี 33W Vivo FlashCharge 2.0 ความเร็วในการชาร์จ Vivo บอกว่า คุณใช้เวลาชาร์จเพียงแค่ครึ่งชั่วโมง จะสามารถชาร์จแบตฯ ให้กับ Vivo X50 Pro 5G เพิ่มขึ้นได้ถึง 57% เลย ถือว่าเร็วมากๆ

ฟีเจอร์เด่นที่น่าสนใจ

Vivo X50 Pro 5G ถูกออกแบบมา โดยใส่เทคโนโลยีล้ำสมัยของ Vivo มาให้แบบว่าจุใจไม่มีกั้ก ส่งผลให้ประสบการณ์ใช้งานสมาร์ตโฟนนั้น ทำออกมาได้ดี เราจะมาพูดถึงฟีเจอร์เด่นๆ ที่ควรทราบกัน

ระบบเสียง Hi-Fi : แฟนคลับรู้ ใครๆ ก็รู้ ว่าเรื่องระบบเสียงไฮไฟ ต้องยกนิ้วให้กับ Vivo และใน Vivo X50 Pro 5G ตัวนี้ “มีชิปเสียงมาให้ด้วยจ้า” (ปรบมือ) เป็นตัว AK4377A ที่ทำให้คุณสามารถรับอรรถรสของการฟังได้ถึงระดับ Hi-Res Audio โดยการเสียบฟังผ่านหูฟังแบบมีสาย (ซึ่งต้องเสียบผ่าน Dongle อีกที) คือคุณจะฟังเพลงไฟล์คุณภาพสูงก็ได้ หรือจะฟังเสียงจากแอปอื่นๆ อย่าง YouTube, Facebook ฯลฯ ตัวชิปก็จะช่วยทำให้การรับฟังดีมากยิ่งขึ้น

หรือการฟังผ่านหูฟังไร้สาย ก็ยังมีรองรับกับ Vivo TWS Neo หูฟัง True Wireless คุณภาพสูงของ Vivo ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านา อันนี้ใช้คู่กันบอกเลยว่าฟินมากๆ

ทดสอบใช้งาน กล้อง Vivo X50 Pro 5G

รีวิว Vivo X50 Pro 5G ราคา AIS True

มาถึงส่วนสำคัญที่สุดของสมาร์ตโฟนรุ่นนี้ ก็คือเรื่องของกล้อง จากสเปคเริ่มด้วยกล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง f/2.45 เลนส์ระยะ 26mm เป็นช่วงระยะที่เหมาะสำหรับการถ่ายเซลฟี่ได้ดี คือนอกจากเก็บตัวเราแล้วยังกว้างพอที่จะเก็บบรรยากาศรอบข้างของเราได้ด้วย

ที่นี้มาถึงพระเอกคือ กล้องหลัง กันบ้าง เป็นกล้องแบบชุด 4 เลนส์ AI Quad Camera ที่ประกอบด้วย

  • กล้องหลัก 48 ล้านพิกเซล (f/1.6) เซ็นเซอร์ Sony IMX598 PDAF, Gimbal OIS
  • กล้อง Portrait Ultra-Wide 13 ล้านพิกเซล ระยะ 50 mm (f/2.5)
  • กล้อง Ultra-wide 8 ล้านพิกเซล ระยะ 16mm (f/2.2) ระยะมุมมอง 120 องศา
  • กล้อง Periscope telephoto 8 ล้านพิกเซล ระยะ 135mm OIS (f/3.4) ซูม Optical 5x, Digital 60x

จุดเด่นของกล้องตัวนี้ คือกล้องหลัก ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล ตัวเลขอาจจะดูธรรมดาไปแล้วสำหรับสมาร์ตโฟนยุคนี้ แต่ส่วนประกอบต่างๆ นั้นน่าสนใจมาก ด้วยตัวเซ็นเซอร์ Sony IMX598 ที่ปรับแต่งมาเพื่อ Vivo X50 Pro 5G โดยเฉพาะ มีค่ารูรับแสงที่กว้างถึง f/1.6 ทำให้จัดการเรื่องรายละเอียด และความสว่างได้ดีแม้ว่าจะอยู่ในสภาวะที่มืดมากๆ

รู้จักกับ Gimbal photography system

นี่คือสิ่งที่ทำให้การถ่ายภาพของ Vivo X50 Pro 5G ถูกยกระดับขึ้นมาหลายขั้น โดยตามปกติแล้วระบบกันสั่นบนสมาร์ตโฟนทั่วไป จะมีอยู่ 2 แบบด้วยกันคือ

  • EIS (Electronic Image Stabilizer) เป็นการใช้ซอฟต์แวร์และการประมวลผลร่วมกับ gyroscope แล้ว crop ภาพจากเฟรมจริงๆ ลง เพื่อปรับลดการแกว่งของภาพ
  • OIS (Optical Image Stabilizer) เป็นการลดการสั่นไหวของภาพ จากตัวชิ้นเลนส์ของกล้องที่มีการเคลื่อนไหว ทำให้การสั่นไหวของภาพลดลง

แต่กับ Vivo X50 Pro 5G ได้พัฒนาระบบลดการสั่นไหวของภาพแบบใหม่ เอามาใช้บนสมาร์ตโฟนเป็นครั้งแรก นั่นคือเทคโนโลยี Gimbal photography system ที่ชุดเลนส์จะออกแบบในลักษณะ Micro Gimbal ทุกครั้งที่เราเปิดใช้งาน มันจะทำการปรับบาลานซ์ตัวเอง ในทั้งแกนตั้งและแกนนอน โดยรับข้อมูลการเคลื่อนไหวผ่าน gyroscope เพื่อเคลื่อนตัวกล้องย้อนชดเชยในทิศทางตรงกันข้ามกับการเคลื่อนไหว

รีวิว Vivo X50 Pro 5G ราคา AIS True

ผลที่ได้ก็คือ กล้องหลักของ Vivo X50 Pro 5G สามารถทำมุมชดเชยการสั่นไหวได้มากถึง 3 องศา มากกว่าระบบ OIS บนสมาร์ทโฟนทั่วๆ ไปที่ทำได้เพียงแค่ 0.7 องศา เทียบง่ายก็คือทำได้มากกว่าถึง 4 เท่ากันไปเลย

โดยในการใช้งานโหมดกล้องของ Vivo X50 Pro 5G จะมีสัญลักษณ์ขึ้นที่หน้าจอ บอกเรื่องบาลานซ์ของกล้อง สังเกตว่าจะแบ่งเป็น 2 ส่วน โดยที่เวลาการถ่ายภาพหรือวิดีโอ หากเราถือโดยจุดบาลานซ์อยู่ในวงกลมตรงกลาง ภาพที่ได้จะยังคงรักษาความเสถียรที่ดีไว้ได้

คราวนี้มาดูข้อดีของตัวระบบ Gimbal photography system นั้น ทำให้การถ่ายภาพดีขึ้นได้อย่างไร?

  • การโฟกัสของกล้องเวลาถ่ายภาพนิ่ง ทำได้ดียิ่งขึ้น ลดการเบลอจากการถ่ายที่มีความเร็วชัตเตอร์ต่ำได้ดีกว่าเดิม
  • การถ่ายวิดีโอ แล้วมีการเดินหรือเคลื่อนไหว เกิดการสั่นไหวหรือโยกของภาพน้อยมากๆ
  • ถ่ายวิดีโอ ระบบการโฟกัสทำได้ดีมากขึ้น สามารถติดตามวัตถุ และรักษาความคมชัดของโฟกัสได้แม่นยำ

เรียกได้ว่า ระบบนี้ทำให้กล้องของ Vivo X50 Pro 5G หมดปัญหากวนใจเวลาถ่ายด้วยสมาร์ตโฟนไปได้เยอะมากๆ ทำให้เราใช้ถ่ายภาพและวิดีโอได้ในทุกสถานการณ์อย่างที่เราต้องการได้จริงๆ

คราวนี้มาดูฟีเจอร์ และโหมดถ่ายภาพใหม่ๆ ที่น่าสนใจ ใน Vivo X50 Pro 5G รุ่นนี้กัน

Super night mode

โหมดถ่ายภาพเวลากลางคืน ที่ดีขึ้นจนน่าตกใจ การถ่ายจะเป็นการถ่ายแล้วเปิดระยะเวลาชัตเตอร์ให้มากขึ้น เพราะได้ระบบ Gimbal เข้ามา จึงทำให้เราถือถ่ายค้างไว้หลายวินาทีได้ โดยภาพไม่สั่นไหว เก็บรายละเอียดของภาพและแสงสีได้มากขึ้น

การถ่ายเวลากลางคืน มีแสงสีมากๆ ก็ได้สีที่สวยสดใส ภาพก็มีความคมชัดไม่พร่าเบลอ หรือถ้าถ่ายในสภาพที่แสงน้อยมากๆ หรือมืดจนแทบไม่มีแสง ก็จะเปิดระบบ Extreme Night Mode เปิดชัตเตอร์นานมากขึ้น ทำให้เก็บแสงให้ภาพที่มืดจนเกือบมองไม่เห็น มีรายละเอียดชนิดที่ว่า มากกว่าตาเปล่าปกติมองเลยด้วยซ้ำ

Night portrait

การถ่ายภาพบุคคล ในเวลากลางคืน ทำได้สวยงาม ด้วยจุดดีของระบบกล้อง Gimbal การถ่ายภาพบุคคลในสภาพแสงน้อย จึงทำให้กล้องจับโฟกัสทั้งตัวแบบ, ฉากหลัง และแสงสีต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น

Hyper zoom 60X

ไกลแค่ไหนก็เหมือนใกล้ Vivo X50 Pro 5G มีระบบซูมของกล้องที่น่าประทับใจ ตัวกล้องหลักซูม 2x คมชัด โดยที่ระบบ Gimbal ยังทำงานอยู่ และสามารถซูมระยะถึง 5x แบบ Optical ผ่านเลนส์ Periscope ได้ชัดเจนแบบไม่สูญเสียรายละเอียด และดึงระยะซูมไกลสุดๆ Hyper Zoom ถึง 60x จากที่ทดสอบ ผมว่าในระยะที่ยังคงหวังผลและความคมชัดยังสูญเสียไปไม่มากคือที่ 20-25x

Astro Mode

Vivo X50 Pro 5G มีเพิ่มโหมดถ่ายภาพรูปแบบใหม่ๆ เข้ามาให้ด้วย อย่างโหมดการถ่ายดาวที่ปกติแล้วเราต้องเข้าโหมด Pro และตั้งค่าเอง ซึ่งถ้าใครไม่มีทักษะก็คงจะไปไม่เป็น และไม่รู้จะต้องตั้งค่าอย่างไร ในเมนูกล้องนั้นจะมีโหมดสำหรับถ่ายดาวอย่างเช่น Starry Sky ถ่ายเก็บภาพแบบดาวเต็มฟ้า เลือกโหมดนี้และตั้งตัวโทรศัพท์บนขาตั้งกล้อง เพราะตัวกล้องจะเปิดชัตเตอร์ต่อเนื่องนานหลายวินาที เพื่อเก็บแสงจากดาวบนท้องฟ้า และมี Supermoon โหมดที่ออกแบบมาสำหรับถ่ายภาพดวงจันทร์ให้ได้รายละเอียดชัดเจนที่สุด

Pro sport mode

โหมดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยในการถ่ายภาพนิ่งของวัตถุที่เคลื่อนไหวเร็วๆ หรือจังหวะที่ต้องเราเคลื่อนไหวอยู่ เราสามารถแตะ 2 ครั้งเพื่อล็อคโฟกัสกับวัตถุที่ต้องการ เมื่อเราเคลื่อนไหว กล้องจะเน้นรักษาความชัดของวัตถุที่ต้องการ ทำให้ได้ภาพที่แม้ว่าจะเคลื่อนไหว แต่ก็ล็อคและถ่ายได้อย่างง่ายดาย

Portrait mode

โหมดถ่ายรูปบุคคล ด้วยประสิทธิภาพของกล้อง Portrait 13 ล้านพิกเซล ระยะ 50 mm (f/2.5) รวมกับ AI ของระบบ เรื่องของปรับสวยงามบิวตี้คือสบายใจหายห่วง เพราะ Vivo X50 Pro 5G ปรับแต่งได้ทุกอย่างที่ต้องการ และปรับได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยเพิ่มลูกเล่นให้ภาพถ่ายบุคคลดูโดดเด่น ด้วย Bokeh Mode ปรับฉากหลังละลาย และเปลี่ยนดวงไฟโบเก้ให้กลายเป็นรูปทรงต่างๆ ได้ และยังมี Style เปลี่ยนโทนสีของภาพให้ได้อารมณ์แตกต่าง

เวลาถ่ายภาพ Bokeh มา เราสามารถมาปรับเปลี่ยนตำแหน่งโฟกัส และปรับความเบลอของระยะโฟกัสใหม่ได้ด้วย

Macro Mode

อยากจะบอกว่า นี่คือกล้องระยะใกล้มาโครบนสมาร์ตโฟน ที่มีระยะใกล้มากที่สุด โดย Vivo X50 Pro 5G สามารถโฟกัสวัตถุระยะใกล้ได้ถึง 2.5 มิลลิเมตร

Ultra-Wide Angle

ตัวเลนส์ Ultra-wide 8 ล้านพิกเซล ระยะ 16mm (f/2.2) ระยะมุมมอง 120 องศา เป็นระยะและมุมมองที่ช่วยให้เราสามารถเก็บภาพถ่ายและวิดีโอในมุมที่กว้างมากขึ้น และตัวระบบยังมี AI ที่ช่วยลดความบิดเบี้ยวขอบภาพที่เกิดจากความโค้งของเลนส์ให้น้อยลง ไม่ให้ภาพที่ได้นูนเป็นตาปลา

Document Scan

โหมดสแกนเอกสารของ Vivo X50 Pro 5G ก็มีจุดเด่นที่น่าสนใจ ที่มาช่วยแก้ปัญหาเวลาเราต้องการถ่ายภาพของเอกสารบนกระดาษ แล้วมีเงาของตัวเราพาดลงไปบนกระดาษ ทำให้บางจุดมองเห็นได้ไม่ชัด โหมดนี้จะช่วยลบเงาออกให้อ่านได้ชัดเจน พร้อมทั้งปรับพื้นที่หน้ากระดาษให้อีกด้วย

การถ่ายวิดีโอ

เราสามารถถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุดได้ถึง 4K 60fps แต่ถ้าต้องการให้เปิดระบบฟีเจอร์ช่วยถ่ายต่างๆ แบบครบถ้วน แนะนำให้เลือกที่ 1080p 30fps ด้วยความสามารถของกล้อง Gimbal การถ่ายวิดีโอบน Vivo X50 Pro 5G นั้นให้ประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมมากๆ เวลาบันทึกวิดีโอ ภาพจะถูกลดความสั่นลงอย่างเห็นได้ชัด และถ้าต้องการให้ได้ความนิ่งสุดๆ ในการถ่ายวิดีโอ ยังเลือกเปิดโหมด Ultra Stable เพิ่ม อันนี้บอกเลยว่า เหมือนเราใส่ Gimbal จริงๆ เดินถ่ายวิดีโอได้ภาพเคลื่อนไหวได้เนียนเรียบดีมากๆ

การบันทึกวิดีโอ มีเพิ่มโหมด Movie Camera ที่ชาญฉลาด เราสามารถใช้กำหนดเฟรมวัตถุหรือบุคคลในเฟรม เพื่อเปิดกรอบของ Smart Zoom กล้องจะ crop กรอบให้ได้องค์ประกอบวัตถุนั้น เวลาเราเดินหรือเคลื่อนไหว กรอบเฟรมจะรักษาองค์ประกอบของวิดีโอให้ออกมาอย่างสวยงาม

ไมค์ 3 ตัวเก็บเสียงได้หลากมิติ

สำหรับการถ่ายวิดีโอ ระบบบันทึกเสียงของ Vivo X50 Pro 5G ทำได้ดีจนต้องยกนิ้วให้ เพราะมีการใส่ไมค์รับเสียงมาให้ถึง 3 ตัว ช่วยเก็บเสียงได้หลากหลายมิติ ตั้งแต่การเก็บเสียงแบบรอบทิศทาง ให้ได้รายละเอียดของเสียงรอบด้าน และถ้าต้องการทำ VLOG ก็เลือกได้อีกว่า จะเน้นรับเสียงของไมค์เฉพาะด้านหน้ากล้อง เวลาถ่ายตัวเอง หรือเลือกรับเฉพาะด้านหลังเวลาถ่ายคนอื่น และตอนที่ซูมวิดีโอ ไมค์ก็จะโฟกัสทิศทางการบันทึกเสียงให้ด้วย

รวมถึงถ้าต้องการถ่ายวิดีโอระดับโปรดักชั่น Vivo X50 Pro 5G ก็ตอบโจทย์ เพราะสามารถเอาไมค์แบบสาย, ไมค์ไร้สาย ที่เป็นช่องเสียบ 3.5 มิลลิเมตร ต่อกับ Dongle เสียบเข้าพอร์ต USB-C เพื่อใช้ไมค์ภายนอกสำหรับบันทึกเสียงก็ยังได้

สเปค Vivo X50 Pro 5G

  • ขนาดตัวเครื่อง 158.46 × 72.80 × 8.04 มิลลิเมตร
  • หนัก 181.5 กรัม
  • วัสดุ กระจก, เฟรมอลูมิเนียม
  • สีตัวเครื่อง Alpha Grey
  • หน้าจอขนาด 6.56 นิ้ว AMOLED FHD+ (2376 × 1080) 3D flexible screen รองรับ HDR10+ ค่ารีเฟรช 90Hz (response rate 180Hz)
  • ชิปเซต Qualcomm Snapdragon 765G (7nm)
  • หน่วยประมวลผลกราฟฟิค Adreno 620
  • RAM 8GB
  • หน่วยความจำภายใน 256GB (UFS 2.1)
  • รองรับ 2 ซิม Nano SIM Dual Standby
  • เครือข่าย 2G / 3G / 4G / 5G (n41/n78)
  • แบตเตอรี่ 4315 mAh รองรับ Vivo FlashCharge 2.0 (33W)
  • กล้องหน้า : 32 ล้านพิกเซล (f/2.45) ระยะ 26mm ไฟแฟลชแบบ Selfie Lighting
  • กล้องหลัง แบบ 4 เลนส์ พร้อมไฟแฟลช LED แบบ Dual Tone
    • กล้องหลัก 48 ล้านพิกเซล (f/1.6) เซ็นเซอร์ Sony IMX598 PDAF, Gimbal OIS
    • กล้อง Portrait 13 ล้านพิกเซล ระยะ 50 mm (f/2.5)
    • กล้อง Ultra-wide 8 ล้านพิกเซล ระยะ 16mm (f/2.2) ระยะมุมมอง 120 องศา
    • กล้อง Periscope telephoto 8 ล้านพิกเซล ระยะ 135mm OIS (f/3.4) ซูม Optical 5x, Digital 60x
  • ชิปเสียง AK4377A
  • Wi-Fi: 2.4G + 5G MIMO
  • ระบบพิกัด : GPS, BeiDou, GLONASS, Galileo
  • เชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.1
  • พอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C (USB 2.0)
  • เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ

สรุป รีวิว Vivo X50 Pro 5G : นี่คือสมาร์ตโฟนของ Vivo ที่ถ่ายภาพได้สนุกที่สุดเท่าที่เคยใช้มา

“Photography Redefined” หรือ “นิยามใหม่ของการถ่ายภาพ” ไม่ได้เป็นเพียงแค่สโลแกน หรือคำที่ตั้งขึ้นมาเท่ๆ เพราะ Vivo X50 Pro 5G เปลี่ยนประสบการณ์ถ่ายภาพด้วยสมาร์ตโฟน ที่แตกต่างจากสมาร์ตโฟนรุ่นอื่นๆ ที่มีในท้องตลาดตอนนี้ได้อย่างโดดเด่นมากๆ

กล้องระบบ Gimbal ที่ตอนแรกก็ได้ลองใช้จริง ผมก็จินตนาการว่ามันจะดีกว่ากล้องอื่นๆ อย่างไร แต่เมื่อได้ลองใช้ก็พบว่ามันทำให้การถ่ายภาพและวิดีโอด้วยมือถือ ได้ผลลัพท์ที่ดีมากๆ ความนิ่งของเลนส์กล้องช่วยให้ประสิทธิภาพทั้งเรื่องความแม่นยำของโฟกัส, การเก็บรายละเอียดภาพ, การรับแสงในการถ่าย ทำได้ดีโดยไม่จำเป็นต้องมีเซ็นเซอร์อื่นๆ มาช่วย

Vivo X50 Pro 5G จึงไม่จำเป็นต้องเอาตัวเลขความละเอียดกล้องสูงๆ มาข่ม เพราะแค่ 48 ล้านพิกเซลกับกล้องกิมบอล พร้อมเซ็นเซอร์ Sony IMX598 ก็เหลือเฟือสำหรับการเก็บภาพและวิดีโอในทุกสถานการณ์ เพิ่มด้วยเลนส์มุมกว้าง, เลนส์มาโครเก็บระยะใกล้ และเลนส์เทเลแบบ Periscope ที่ซูมได้ไกลถึง 60x แค่สมาร์ทโฟนตัวเดียว ก็เก็บภาพได้หมดทุกระยะในระดับที่ดีได้อย่างที่ต้องการ

โหมดการถ่ายภาพและวิดีโอ ไม่มีความยุ่งยาก เพิ่มโหมดสำเร็จรูปในการถ่ายดาวและเวลากลางคืน และสภาพแสงน้อยจะถ่ายวิว หรือถ่ายพอร์ตเทรต หรือเซลฟี่ ก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

รีวิว Vivo X50 Pro 5G ราคา AIS True

เซ็ตอัพกล้องชุดนี้ของ Vivo X50 Pro 5G ให้ความรู้สึกสนุกกับการถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟนที่ดีมาก รวมเข้ากับซอฟท์แวร์หลากหลายตัวของ Vivo ที่เอามาปรับแต่งแก้ไขได้ ไม่ว่าจะเป็นสายบิวตี้แต่งสวย หรือจะปรับแสงสี แก้ไขภาพก็ทำได้ด้วย ทุกการถ่ายภาพสามารถเอามาปรับแต่งได้อย่างที่เราต้องการ โดยไม่ต้องไปพึ่งแอปเพิ่มแต่อย่างใด

ดีไซน์ตัวเครื่อง ผมว่าปีนี้ Vivo มีความลงตัวและชัดเจน แม้ว่าตำแหน่งการวางกล้องด้านหลังจะคล้ายกัน แต่ความสวยงามและเอกลักษณ์มีความแตกต่างชัดเจน เลนส์กล้องขนาดไม่ใหญ่หรือนูนจนทำให้มิติเครื่องดูเทอะทะน่าเกลียด ความบางของเครื่องถือจับถนัดและน้ำหนักกำลังดี เรื่องดีไซน์ถือว่าน่าประทับใจเช่นกัน

ประสิทธิภาพตามสเปคนั้น ต้องยอมรับว่า ไม่ได้ใช้ชิปเซ็ตตัวท็อปหรืออัดสเปคแบบเรือธงบ้าพลัง แต่เมื่อใช้งานจริงก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกว่ามันช้าหรืออืดแต่อย่างใด การใช้งานทั่วไปลื่นไหลเป็นอย่างดี การทำงานประมวลผลหนักๆ หรือเล่นกราฟฟิคแรงๆ ก็ทำได้ดี ด้วยการใช้หน้าจอที่มีค่ารีเฟรชสูงกว่าสมาร์ทโฟนทั่วไป ระบบ AI ของเครื่องจัดการด้านพลังงานและรีดเค้นประสิทธิภาพให้พร้อมใช้ตามสถานการณ์ ผลที่ได้ก็คือ ใช้งานเราไม่รู้สึกว่าอืดหรือกระตุกจนขัดใจเลยแม้แต่น้อย ประสบการณ์โดยรวมการใช้จึงให้ความรู้ดีที่น่าพึงพอใจ รวมถึงพร้อมรองรับใช้ 5G แบบแกะมาเสียบซิมใช้ได้เลย

รีวิว Vivo X50 Pro 5G ราคา AIS True

ส่วนเรื่องที่ต้องสังเกตกัน ที่ถือว่าขัดใจนิดๆ ก็จะมีเรื่องของลำโพง จริงๆ เสียงก็คมชัดดังดี แต่เสียดายตรงที่มันดันไม่เป็นสเตอริโอ ถ้าอยากดูหนังฟังเพลงเล่นเกมให้ได้ประสบการณ์ที่ครบถ้วน จึงต้องฟังผ่านหูฟัง ตัวเครื่องมีชิปเซ็ตเสียงระดับ Hi-Res แต่เครื่อไม่มีพอร์ตหูฟัง จึงต้องเสียบผ่าน Dongle อีกที และดีไซน์หน้าจอที่เป็นขอบข้างโค้ง การใช้งานยังมีแอบลั่นแตะโดนโดยไม่ตั้งใจอยู่บ้างเหมือนกัน

Vivo X50 Pro 5G ราคา เปิดตัวพร้อมขายในประเทศไทย อยู่ที่ 24,999 บาท โดยจะมีทำโปรโมชั่นร่วมกับโอเปอเรเตอร์ AIS และ Truemove H รับส่วนลดค่าเครื่องเมื่อซื้อพร้อมสมัครแพ็กเกจตามที่กำหนด ในราคาเริ่มต้นเพียง 13,989 บาท ถ้าคุณอยากได้สมาร์ตโฟนที่ถ่ายภาพ และวิดีโอระดับดีเยี่ยม เราแนะนำเลยสำหรับรุ่นนี้ คุณจะไม่ผิดหวังแน่นอน

และด้วยประสิทธิภาพของกล้อง พร้อมลูกเล่น+ฟีเจอร์ของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้มีเยอะมากๆ ทางทีมงานจะมีทำรีวิวเฉพาะเรื่องของกล้องให้แบบลงลึกแบบละเอียดเพิ่มเติมให้อีกครั้งนะครับ โปรดรอติดตามชม 😀

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.vivo.com