รวมเด็ด 5 Gadget เพื่อคนรักกีฬาและสุขภาพ จาก Huawei เลือกได้เหมาะทุกสไตล์

ตอนนี้ หัวเว่ย นอกจากจะมีสมาร์ทโฟนกับแท็บเล็ตแล้ว สินค้าอีกกลุ่มที่น่าสนใจในปีนี้ก็คือ กลุ่มของ นาฬิกาอัจฉริยะ (Smart Watch) และ สายรัดข้อมือ (Smart Band) ที่ได้พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง จนมาถึงซีรี่ย์ล่าสุดคือ Huawei Watch GT และ Huawei Band 3 ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานไลฟ์สไตล์ของคนที่ชอบเล่นกีฬา, ออกกำลังกาย และสนใจที่จะดูแลสุขภาพ

หัวเว่ยเดินหน้าเอาจริงเอาจังกับตลาดสมาร์ทวอชแบบไม่หยุดยั้ง กับซีรี่ย์ Watch GT นั้น ถือว่าประสบความสำเร็จในตลาดโลก ด้วยยอดขายเกิน 1 ล้านเรือนภายในเวลาแค่ 6 เดือนเท่านั้น

Huawei Watch GT

เราจะขอยกเอา 5 รุ่นที่วางจำหน่ายในไทยแล้วตอนนี้มาแนะนำกัน คือ Huawei Watch GT Sport, Huawei Watch GT Active, Huawei Watch GT Elegant, Huawei Band 3 Pro และ Huawei Band 3e

จุดเด่นที่น่าสนใจใน Huawei Watch GT และ Huawei Band 3

ก่อนจะไปดูกันว่าแต่ละรุ่นนั้น มีดีแตกต่างกันอย่างไร เราจะมาสรุปจุดเด่น รวมถึงเทคโนโลยีต่างๆ ที่มีในสินค้าแกดเจ็ตเพื่อการออกกำลังกายของหัวเว่ยกันดูว่า มีเด็ดมีดีแค่ไหนบ้าง

ดีไซน์สวยน้ำหนักเบา

ตัวนาฬิกา Watch GT Series นั้น การออกแบบตัวเรือนให้มีความโฉบเฉี่ยว ได้แรงบันดาลใจมาจากรถแข่ง Gran Turismo ที่มีความสปอร์ตสวยงาม

ในรุ่น Sport Edition ตัวเรือนจะเป็นสีดำเท่ๆ ส่วนในรุ่น Active Edition จะเป็นสีโลหะแบบ Gun Metal ดูลุยๆ และในรุ่น Elegant Edition นั้นจะมีความพิถีพิถันเป็นพิเศษ ด้วยสีแบบเซรามิคที่เรียบเงางาม และมีกระบวนการตัดด้วยเพชร เพื่อให้เกิดรอยเส้นตัดบางๆ 48 เส้น แล้วขัดให้เรียบสวยงาม ให้ความสวยงามมีมิติที่แตกต่างกันออกไป

Huawei Watch GT

วัสดุที่ใช้ทำตัวเรือนเป็นโลหะ เคลือบด้วย DLC ช่วยป้องกันการเกิดรอยขีดข่วน ด้านหลังใช้วัสดุเป็นเซรามิคที่มีความแข็งแรง น้ำหนักเบา และ ช่วยให้ไม่มีปัญหาเรื่องผิวหนังกับผู้ที่สวมใส่ที่แพ้โลหะ

ส่วนของสายนาฬิกาใน Watch GT Series จะใช้วัสดุฟลูออโรอีลาสโตเมอร์  ให้ผิวสัมผัสที่ดูดี ทนทานและสวมใส่สบาย โดยในรุ่น Sport จะเป็นสีดำ, รุ่น Active จะมีให้เลือกเป็นสีเขียวและสีส้ม ส่วนรุ่น Elegant จะมีเป็นสีขาวและดำ ซึ่งสายนาฬิกานั้นจะมีขายแยกต่างหากให้เลือกอีก แบบสายหนังก็มี หรือจะใช้สายนาฬิกาทั่วไปมาเปลี่ยนก็ได้

Huawei Watch GT

ทางด้าน Huawei Band 3 Pro เป็นการออกแบบสายรัดข้อมือเพื่อสุขภาพที่ยังมีความสวยงามของวัสดุที่ตัวเรือนเป็นโลหะที่ดูแข็งแรง ตัวสายซิลิโคนสามารถถอดเปลี่ยนได้ มีน้ำหนักเบาสวมใส่เล่นกีฬาได้โดยไม่รู้สึกเกะกะ

ส่วนน้องเล็ก Band 3e จะออกแบบตัวเรือนให้เป็นลักษณะของ Pod ที่ถอดออกจากตัวสายรัดข้อมือได้ เพื่อนำไปถอดชาร์จหรือใส่กับรองเท้าเพื่อเป็น Foot mode

จะเห็นว่าเรื่องของดีไซน์นั้น ตัวนาฬิกาออกแบบมาให้มีความสวยงามและแฟชั่นที่ดูดี ใส่ได้ตลอดทั้งวันเข้ากับทุกไลฟ์สไตล์ ส่วนตัว Band 3 ก็มีขนาดที่กำลังดี ไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป จุดเด่นคือ น้ำหนักที่เบา ซึ่งทำให้เราใส่เล่นกีฬา ออกกำลังกาย หรือใส่นอนได้อย่างไม่รู้สึกอึดอัดเกะกะน่ารำคาญแต่อย่างใด

หน้าจอสีสวยคมชัด

หน้าจอของ Watch GT Series จะใช้เป็นหน้าจอสี AMOLED แบบสัมผัส ที่ให้สีสันที่สดใส สู้แดด และมีความละเอียดของจอภาพสูง ทำให้มองเห็นตัวหน้าปัดได้เหมือนกับหน้าปัดนาฬิกาจริงๆ

ในรุ่น Sport กับ Active Edition จะมีขนาดหน้าจอที่ 46 มิลลิเมตร (1.39 นิ้ว ความละเอียด 454 x 454 พิกเซล) ส่วนรุ่น Elegant Edition จะเล็กกว่าด้วยหน้าจอ 42 มิลลิเมตร (1.2 นิ้ว ความละเอียด 390 x 390 พิกเซล)

ตัว Huawei Band 3 Pro ที่เป็นสายรัดข้อมือก็ใช้เป็นหน้าจอสี AMOLED แบบสัมผัสด้วยเช่นกัน ทำให้เวลาแสดงผลข้อมูลต่างๆ มีความชัดสวยงาม ทางด้าน Band 3e จะใช้เป็น OLED ขาวดำเพื่อช่วยประหยัดพลังงานมากขึ้น

Huawei Watch GT

แบตเตอรี่ที่ใช้ต่อเนื่องได้นานมาก

เป็นเรื่องที่น่าประทับใจมากๆ กับประสิทธิภาพด้านพลังงาน โดยทั่วไปในท้องตลาด สมาร์ทวอชส่วนมากแบตเตอรี่จะใช้งานต่อเนื่องได้ประมาณ 2-5 วัน หรือถ้าเป็นนาฬิกา GPS สำหรับวิ่งก็อยู่ได้นานสุดก็ประมาณ 5-7 วันเท่านั้น ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง

สำหรับ Watch GT นั้น เรื่องการใช้พลังงานทำได้ดีมาก โดยในรุ่น Sport กับ Active สามารถใช้งานต่อเนื่องได้นานสูงสุดถึง 2 อาทิตย์ ถ้าปิดตัววัดอัตราการเต้นของหัวใจก็จะได้นานถึง 30 วัน และถ้าใช้งานเต็มที่เปิด GPS + Heartrate ก็จะใช้ต่อเนื่องได้ถึง 22 ชั่วโมง เรียกได้ว่าอึดสุดในท้องตลาดตอนนี้แล้ว

สำหรับ Watch GT Elegant Edition แบตเตอรี่จะมีขนาดเล็กกว่าเล็กน้อย แต่ประสิทธิภาพใช้งานก็ยังดี ด้วยแบตเตอรี่ที่ใช้ต่อเนื่องได้นานถึง 1 สัปดาห์

หรือแม้แต่ตัว Band 3 Pro และ Band 3e เห็นตัวเล็กๆ แต่เรื่องแบตเตอรี่ก็อยู่ได้นานเช่นกัน จากการทดสอบใช้ Band 3 Pro แบตเตอรี่อยู่ได้ถึงเกือบ 10 วัน ส่วน Band 3e ยิ่งอึดกว่า อยู่สแตนบายได้สูงสุดถึง 21 วันกันไปเลย

Huawei Watch GT

ใช้งานคู่กับสมาร์ทโฟนรองรับทั้ง Android และ iOS

หัวเว่ยออกแบบตัวแกดเจ็ตให้สามารถใช้งานได้กับสมาร์ทโฟนแบบไม่จำกัดแบรนด์ ไม่จำกัดค่าย ไม่จำกัดระบบปฏิบัติการ สามารถใช้งานได้ทั้ง iOS บน iPhone และ Android ที่ไม่ใช่ของหัวเว่ยก็ใช้ได้ แค่โหลดแอพ Huawei Health เพื่อเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ผ่านทาง Bluetooth

ตัวแอพจะมีหน้าที่เก็บเอาข้อมูลจากอุปกรณ์มาประมวลผลและเก็บเป็นสถิติ เพื่อให้ผู้ใช้เช็คย้อนหลังและประเมินข้อมูลด้านสุขภาพและการออกกำลังกายในแต่ละด้านได้อย่างครบถ้วน

นอกจากนี้ยังใช้งานเพื่อดูข้อความ, การแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนที่ตัวนาฬิกา Watch GT ได้อีกด้วย

Truseen 3.0 วัดการเต้นของหัวใจได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ระบบวัด Heartrate แบบแสงของหัวเว่ย สามารถเก็บข้อมูลการเต้นของหัวใจได้แบบ realtime ตลอด 24 ชั่วโมงที่สวมใส่ ซึ่งข้อมูลนี้สามารถเอาไปใช้ประเมินค่าต่างอย่างๆ อย่างเช่น Rest Heartrate และใช้ระหว่างที่ออกกำลังกาย เพื่อดูและควบคุมโซนการเต้นของหัวใจ ให้อยู่ในระดับที่ต้องการได้

เรื่องความแม่นยำนั้น ถือว่าอยู่ในระดับที่ดีเพียงพอสำหรับการออกกำลังกาย ไม่มีการแกว่งเพี้ยนผิดพลาด

Huawei Watch GT

ระบบ GPS ที่แม่นยำ

สำหรับการออกกำลังกายกลางแจ้งและเล่นกีฬา GPS ถือว่าสำคัญมาก การระบุพิกัดดาวเทียมของ Watch GT ทั้ง 3 รุ่น ทำได้ค่อนข้างดีมาก ทั้งการเริ่มจับสัญญาณที่ทำได้เร็ว เพียงแค่ไม่กี่วินาทีก็กำหนดพิกัดได้แล้ว และการเก็บตำแหน่งเส้นทางการวิ่งหรือปั่นจักรยาน ก็ทำได้แม่นยำ พบการผิดพลาดน้อยมาก

และใน Huawei Band 3 Pro เห็นตัวเล็กๆ แบบนี้ก็มี GPS มาให้ด้วย ทำให้เราใส่มันเพื่อเล่นกีฬาที่ต้องเก็บระยะทางได้เหมือนกับตัวนาฬิกาเหมือนกัน ใช้ใส่วิ่ง ปั่นจักรยาน หรือว่ายน้ำได้เหมือนกัน

เก็บข้อมูลการเล่นกีฬาได้ครบถ้วนโดยเฉพาะการวิ่ง

นาฬิกา Huawei Watch GT นั้น ตัวระบบการบันทึกกิจกรรมออกกำลังกาย รองรับหลากหลายมาก ตั้งแต่การวิ่งกลางแจ้ง, วิ่งบนลู่, เดิน, ปีนเขา, วิ่งเทรล, ปั่นจักรยานกลางแจ้ง, ปั่นจักรยานบนเทรนเนอร์, ว่ายน้ำสระ, ว่ายน้ำกลางแจ้ง รวมไปถึงยังรองรับการเล่นไตรกีฬา ที่กดบันทึกแบบเปลี่ยน Transition ได้ด้วย

Huawei Watch GT

ส่วนตัว Band 3 Pro ก็มี GPS ด้วยเช่นกัน ก็รองรับกีฬาได้หลายอย่างทั้งวิ่ง, ว่ายน้ำ, ปั่นจักรยาน, เดิน ฯลฯ แต่จะไม่ได้ระดับสูงพวกไตรกีฬาและวิ่งเทรล แต่ถือว่าตัวเล็กแต่ก็เก็บกีฬาพื้นฐานได้หมด

ทางด้าน Band 3e อันนี้แม้ว่าจะเป็นแค่ระดับสายรัดข้อมือเพื่อสุขภาพ แต่ก็ใช้ในการวิ่งได้น่าสนใจ กับโหมดการใช้งานที่เอามาใส่ล็อคเข้ากับรองเท้า เพื่อเก็บข้อมูลการวิ่งแบบละเอียดอย่างพวกจำนวนก้าวและระยะก้าว ถือว่าเอาไว้เป็นเครื่องมือให้คนที่ต้องการปรับฟอร์มวิ่งให้ดีได้ด้วย

กันน้ำ กันเหงื่อ และใส่ว่ายน้ำได้

ทั้งนาฬิกาสมาร์ทวอช และสายรัดข้อมือทุกรุ่นของหัวเว่ย ผลิตออกมาโดยรองรับกันน้ำได้ระดับ 5ATM หรือลงน้ำลึกได้ที่ 50 เมตร เป็นมาตรฐานสำหรับใช้งานเพื่อสวมใส่ว่ายน้ำได้เลย โดยในตัวนาฬิกาก็มีระบบเก็บข้อมูลการว่ายน้ำได้ด้วย

TruSleep 2.0 เก็บข้อมูลการนอนได้ละเอียด

สำหรับการนอน ระบบของหัวเว่ยจะวัดค่าต่างๆ ระหว่างที่นอนหลับได้อย่างละเอียด วัดเฟสของการนอนได้ถึง 4 ระดับ ที่มีแบบหลับลึก, หลับตื้น, ช่วงที่ตื่น และช่วงหลับฝัน (REM) ถือว่าเก็บละเอียดดีมากๆ และทำการบันทึกให้แบบอัตโนมัติ ไม่ต้องกดเริ่มก่อนนอนและกดหยุดตอนที่ตื่น

TruSleep 2.0

ราคาที่คุ้มกับประสิทธิภาพ

ในตัวนาฬิกา Watch GT ทั้ง 3 รุ่น ราคาเปิดตัวอยู่ที่ 5,990 บาท ถือว่าเป็นสมาร์ทวอชสำหรับเล่นกีฬาที่มีฟีเจอร์ครบถ้วนมากๆ ใช้ได้ตั้งแต่การวิ่งไปจนถึงเล่นไตรกีฬา ซึ่งส่วนใหญ่ในตลาดที่รองรับระดับไตรกีฬานั้น ค่าตัวขั้นต่ำก็ราวๆ 15,000 ไปจนถึง 2-3 หมื่นบาทกันเลย ถือว่าถ้าใครที่อยากเอาไว้เล่นกีฬาแล้ว Watch GT ถือว่าตอบโจทย์มากๆ

ตัว Band 3 Pro เองก็ถือว่ามีฟีเจอร์ที่หลากหลาย ในขนาดที่ไม่ใหญ่มาก ราคาก็ไม่แพงแค่ 2,990 บาท ได้จอสี มี GPS ใช้ออกกำลังกายเล่นกีฬาได้ครบถ้วน

ส่วนตัวเล็กอย่าง Band 3e ราคาเบาๆ 990 บาท ถือว่าเป็นแทร็คเกอร์ระดับเริ่มต้นสำหรับคนอยากเอาไว้เก็บข้อมูลสุขภาพระหว่างวัน และยังเอาไว้ใช้เป็น Footpod สำหรับวิ่งได้อีกด้วย

เลือกรุ่นให้เหมาะกับที่คุณต้องการ!

เล่าเรื่องสรรพคุณกันไปเยอะแล้ว คราวนี้มาดูกันว่า สำหรับนาฬิกาหรือสายรัดข้อมือรุ่นไหนของหัวเว่ย ที่จะเหมาะหรือตอบโจทย์การใช้งานและไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนได้ตรงใจที่สุดบ้าง มาเลือกดูกันเลย

Huawei Watch GT Sport Edition

Huawei Watch GT Sport Edition

เป็นตัวเลือกที่ครบครันที่สุดแล้ว เพราะใช้งานพื้นฐานการเป็นสมาร์ทวอชได้หมด ส่วนเรื่องออกกำลังกายก็รองรับครบถ้วนทุกกีฬาที่คนไทยเล่นและต้องการ ตัวหน้าปัดเราเลือกได้หลายแบบ ที่เหมาะกับการใช้งานที่ต่างกันไป โดยเฉพาะเรื่องของแบตเตอรี่ที่ใช้ได้ต่อเนื่องหลายวัน ชาร์จก็รอไม่นานประมาณ 1 ชั่วโมงนิดๆ ก็เต็มแล้ว

Huawei Watch GT Active Edition

Huawei Watch GT Active Edition

เอาจริงๆ แล้ว สำหรับรุ่น Sport กับ Active นั้น ฟีเจอร์การทำงานต่างๆ นั้นเหมือนกันทั้งหมด จะต่างกันก็คือสีตัวเรือนที่รุ่น Sport ที่ตัวเรือนเป็นสีดำสายสีดำ ส่วนรุ่น Active เป็นตัวเรือนสีเหล็ก Gunmetal และสายมีให้เลือกสีเขียวและส้ม โดยตัวสายจะมีลวดลายที่ระบายความชื้นของเหงื่อได้ดีกว่า เอาเป็นว่าถ้าชอบดีไซน์ไหนก็เลือกอันนั้นเลย

Huawei Watch GT Elegant Edition

Huawei Watch GT Elegant Edition

เป็นรุ่นที่ออกแบบมาเพื่อสาวๆ โดยเฉพาะ ตั้งแต่การออกแบบวัสดุ หน้าตาดีไซน์ที่ดูหรูๆ เรียบๆ หน้าปัดที่มีขนาดเล็กกว่าอยู่ที่ 42 มิลลิเมตร เหมาะกับข้อมือผู้หญิงมากขึ้น ส่วนเรื่องประสิทธิภาพและฟีเจอร์การทำงานเหมือนกับรุ่น Sport และ Active ทุกประการ ต่างกันอีกนิดคือปริมาณแบตเตอรี่ที่น้อยกว่า ทำให้ใช้งานต่อเนื่องได้น้อยลงเล็กน้อย แต่ก็ยังถือว่านานอยู่

Huawei Band 3 Pro

Huawei Band 3 Pro

เหมาะสำหรับคนที่ไม่ได้อยากใช้งานฟีเจอร์ของสมาร์ทวอช แต่อยากได้แกดเจ็ตที่ช่วยเรื่องการออกกำลังกายและเก็บข้อมูลสุขภาพ เพราะใช้งานต่างๆ ด้านกีฬาหลักๆ ได้หมด ทั้งวิ่ง, เดิน, ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ ตัวเรือนมีขนาดและน้ำหนักเบา ใครที่ไม่ชอบใส่นาฬิกา ก็เลือก Band 3 Pro เป็นตัวเลือกสำหรับการออกกำลังกายได้

Huawei Band 3e

Huawei Band 3e

เป็นรุ่นเล็กสุดที่ฟีเจอร์ไม่ได้รองรับในการเล่นกีฬา แต่เก็บเรื่องของการเดินและการนอนได้ ราคาไม่แพง แถมด้วยฟีเจอร์ใช้งานเป็น Footpod ถอดเอาไปติดกับรองเท้าวิ่ง เพื่อใช้เก็บข้อมูลการวิ่งแบบละเอียด อย่างจำนวนก้าวต่อนาที, ระยะก้าว เหมาะสำหรับใครที่อยากได้เอาไว้ฝึกการวิ่งแบบละเอียด

Message us