รีวิว HUAWEI Watch GT นาฬิกาออกกำลังกาย ทั้งวิ่ง ปั่น ว่ายน้ำ คุ้ม+ดีเกินคาด

ส่วนใหญ่แล้วเรามักจะคุ้นเคยชื่อของ HUAWEI (หัวเว่ย) ในเรื่องของอุปกรณ์ไอทีพวกเน็ตเวิร์ค ไม่ก็สมาร์ทโฟนที่ตอนนี้พัฒนาไปไกลมากๆ แต่อาจจะไม่รู้ว่า หัวเว่ยนั้นก็มีสินค้าที่เป็นนาฬิกาสมาร์ทวอชออกมาด้วย ที่ตอนนี้ทาง หัวเว่ย ประเทศไทย ได้นำเอารุ่นล่าสุดอย่าง HUAWEI Watch GT

ก่อนหน้านี้ หัวเว่ยเคยทำนาฬิกาสมาร์ทวอชออกมาเหมือนกัน และใช้เป็นระบบ Android Wear (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น WearOS) แต่หัวเว่ยไม่ได้เอาเข้ามาขายในประเทศไทย ส่วน HUAWEI Watch GT มีความเปลี่ยนแปลงที่เรียกได้ว่าเริ่มต้นใหม่ เพราะว่าไม่ได้ใช้ระบบปฏิบัติการของ Google แต่พัฒนาขึ้นเอง ใช้ชื่อว่า “LightOS” ทำงานคู่กับแอพ HUAWEI Health ที่มีรองรับทั้งใน iOS และ Android

การออกแบบและดีไซน์

HUAWEI Watch GT

หน้าตาของ HUAWEI Watch GT ดูทรงจะเป็นนาฬิกาทรงแบบ Adventure ที่ขอบหน้าปัดเป็นสแตนเลสจะมีตัวเลขอยู่รอบ (เสียดายหมุนไม่ได้) หน้าจอเป็นแบบสัมผัส แบบ AMOLED ที่สีสันสวยคมชัดมากๆ ขนาด 1.39 นิ้ว (454 x 454 พิกเซล) วัสดุของตัวเรือนนั้นจะดูพรีเมี่ยมด้วยวัสดุโลหะ เคลือบด้วย DLC ช่วยป้องกันรอยขีดข่วน ตัวสายจะเป็นแบบยางซิลิโคนที่มีน้ำหนักเบา และด้านหลังจะเป็นเซรามิคที่มีความแข็งแรง กันรอยขีดข่วน และช่วยให้ไม่มีปัญหาเรื่องผิวหนังกับผู้ที่สวมใส่ที่แพ้โลหะ

 ตัวเรือนขนาด 46.5×46.5×10.6 มิลลิเมตร และหนักเพียงแค่ 46 กรัมเท่านั้น ตัวสายยางซิลิโคนสามารถถอดออกได้ง่าย และเปลี่ยนใส่สายนาฬิกาทั่วไปได้เลย ถึงแม้ว่าตัวจอจะเป็นระบบสัมผัสเพื่อสั่งงานและเลือกเมนู แต่ด้านข้างก็มีปุ่มกดมาด้วย 2 ปุ่ม เพื่อใช้เป็นปุ่ม Power, เริ่มกิจกรรมในการออกกำลังกาย และเอาไว้เรียกใช้เมนูด่วน เรื่องของหน้าตานั้นถือว่าสวยงามดีมาก ขนาดเรือนเองถือว่าไม่ใหญ่เกินไป ใส่สบายไม่หนักข้อมือ

แพ็กเกจ HUAWEI Watch GT

แพ็กเกจกล่องสินค้าทำออกมาหน้าตาสวยหรู แกะออกมาจะมีตัวนาฬิกา HUAWEI Watch GT, คู่มือการใช้งานเบื้องต้น, สายชาร์จแบบ USB-C และแท่นชาร์จ ที่ออกแบบมาเป็นแป้นแม่เหล็กขนาดเล็ก มีขั้วชาร์จไฟเล็กๆ อยู่ เราแค่เอามาแปะที่ด้านหลัง เสียบสายแล้วชาร์จกับอแดปเตอร์ทั่วไป หรือจะใช้ Power Bank ก็ได้ ถือว่าค่อนข้างสะดวกเพราะแท่นชาร์จมีขนาดเล็กมากๆ

สเปคภายใน HUAWEI Watch GT

จะมีหน่วยความจำมาให้ 128MB และ RAM 16GB อาจจะดูไม่มาก แต่เอาจริงๆ แล้วก็แทบจะไม่ได้ใช้งานด้านมัลติมีเดียอะไรเลย พื้นที่หน่วยความจำเอาไว้สำหรับติดตั้งระบบ, เฟิร์มแวร์ และข้อมูลในการบันทึกกิจกรรมในแต่ละวัน ส่วนการทำงานถือว่าลื่นไหลไม่อืดอะไร

ตัวเรือนประกอบมากันน้ำระดับ 5ATM ที่สามารถสวมใส่เพื่อว่ายน้ำได้เลย ระบบระบุพิกัดดาวเทียม ใช้เป็น GPS, GLONASS และ GALILEO พร้อมทั้งในตัวยังมีเซนเซอร์ Accelerometer, Gyroscope, Magnetometer, Ambient light, Barometer และ Optical heart rate ที่วัดอัตราการเต้นของหัวใจได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ทำงานคู่กับสมาร์ทโฟน

เริ่มมาเราต้องติดตั้งแอพพลิเคชั่น HUAWEI Health ลงในสมาร์ทโฟนก่อน โดยมีรองรับทั้งในระบบ iOS 9.0 และ Android 4.4 ขึ้นไป ตัวนาฬิการจะเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านทาง Bluetooth ในแอพให้เราจัดการลงทะเบียนและใส่ข้อมูลพื้นฐานด้านสุขภาพของเรา

การทำงานคู่กันนั้น จะมีการแจ้งเตือนจากในสมาร์ทโฟนมาแจ้งที่ตัวนาฬิกา ทั้งสายโทรเข้า, ข้อความ SMS, อีเมล์ และการแจ้งเตือนจากแอพต่างๆ ทั้ง Facebook, Messenger, LINE ฯลฯ แต่ตอนที่เราได้ทดสอบนั้นเฟิร์มแวร์ยังไม่รองรับกับภาษาไทย ซึ่งทางหัวเว่ยแจ้งแล้วว่าในอนาคตจะมีอัพเดทเพื่อรองรับการแสดงผลภาษาไทยได้

สำหรับฟีเจอร์ด้วยการเป็นสมาร์ทวอชนั้น ส่วนตัวยังดูว่ามีไม่มาก คือนอกจากการแจ้งเตือนและรับสายโทรเข้า ก็ยังไม่มีพวกการตอบกลับข้อความอัตโนมัติ หรือตัวควบคุมแอพเล่นเพลงบนสมาร์ทโฟนก็ยังไม่มี เชื่อว่าอาจจะต้องรอการอัพเดทเพิ่มเติมในเฟิร์มแวร์เวอร์ชั่นต่อๆ ไป

หน้าปัดแสดงผลที่มีให้เลือกหลายแบบ

HUAWEI Watch GT

การเปลี่ยนหน้าตา Watchface จะทำได้ด้วยการแตะหน้าจอค้างไว้ประมาณ 3-4 วินาที ก็จะเลื่อนปัดเลือกได้ รูปแบบหน้าตามีให้เลือกค่อนข้างหลากหลาย มีทั้งที่แบบเป็นแฟชั่นจำลองให้เหมือนนาฬิกาเข็มจริงๆ และมีหน้าแสดงผลสำหรับเน้นกิจกรรมต่างๆ อย่างเช่น การวิ่ง, ออกกำลังกาย, แสดงค่าอัตราการเต้นของหัวใจแบบ realtime ฯลฯ ถือว่าตอบโจทย์การใช้งานครอบคลุมได้ดี รวมถึงหน้าจอแบบ AMOLED นั้นมีความชัดเจนที่ดีมาก ทั้งในการใช้งานในที่แดดแจ้งก็ยังมองเห็นได้ชัด

แต่แอบมีเสียดายเล็กน้อยกับตัว Watchface ที่เราไม่สามารถปรับแต่งเพิ่มเติม อย่างเช่น Scheme สี รวมถึงไม่มีสโตร์ให้โหลดเพิ่มเอง ตอนที่เราได้ทดสอบจะมีทั้งหมด 14 แบบด้วยกัน ต้องรอให้ทางหัวเว่ยอัพเดทแบบใหม่ๆ เพิ่มเข้ามาให้อีกในอนาคต

การแสดงผลที่หน้าจอนั้น จะแสดงผลเฉพาะแค่ตอนที่เรายกขึ้นมาดู ไม่มีการแสดงค้างเอาไว้ตลอดเวลา และจะแสดงผลประมาณ 10 วินาทีก็ดับไป บางครั้งถ้าต้องการดูนานๆ ก็อาจจะดับไปหน่อย ซึ่งไม่มีให้เราปรับ Setting มีเพียงแค่เลือก Showtime ให้แสดงหน้าจอค้างไว้ได้ประมาณ 5 นาทีเพียงอย่างเดียว

แบตเตอรี่ที่อึดมากๆ

ในตัวเรือนจะมีแบตเตอรี่ความจุ 420 mAh ตามข้อมูลของหัวเว่ยบอกว่า สามารถใช้งานต่อเนื่องได้ถึง 2 อาทิตย์, ใช้งานทั่วไปไม่เปิดวัดอัตราการเต้นหัวใจ จะได้นานถึง 30 วัน และถ้าใช้งาน GPS + Heartrate ก็จะใช้ต่อเนื่องได้ถึง 22 ชั่วโมง

จากที่เราได้ลองใช้งานจริงๆ เปิดทุกอย่างหมด ทั้งเชื่อมต่อ Bluetooth กับสมาร์ทโฟน, เปิดวัด Heartrate ตลอด 24 ชั่วโมง และมีการใช้บันทึกข้อมูลการปั่นจักรยาน 3 ครั้ง (รวมเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง) แบตเตอรี่ 100% สามารถใช้งานได้ประมาณ 10 วัน ถือว่าน่าประทับใจมาก เพราะสมาร์ทวอชในท้องตลาดตอนนี้ ส่วนใหญ่จะใช้ได้ประมาณแค่ 2-5 วันเท่านั้น

ส่วนเรื่องของการชาร์จแบตเตอรี่ จาก 0-100% ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงเท่านั้น ถ้าแบบทุกวันใส่ไปข้างนอก แล้วถอดชาร์จไว้ตอนที่ไปอาบน้ำ 10-20 นาทีทุกวัน แบตก็เต็ม 100% แบบสบายๆ

โหมดการใช้งานหลักบน HUAWEI Watch GT

จะมีแอพในตัว ที่เป็นพื้นฐานของนาฬิกามาให้ด้วย อาทิ ตั้งค่าการแจ้งเตือน, ตั้งนาฬิกาปลุก, นาฬิกาจับเวลา และมี Tool เพิ่มเติมอีก เช่น ไฟฉาย (คือเปิดหน้าจอให้สว่างค้างไว้), เข็มทิศ, แสดงข้อมูลพยากรณ์อากาศ, วัดระดับความกดอากาศ, วัดอัตราการเต้นของหัวใจ

ส่วนด้านการใช้งานฟีเจอร์ด้านสุขภาพนั้น จะมีเก็บข้อมูลการเคลื่อนไหวในแต่ละวันในรูปแบบของ Fitness Tracker ที่ดูเรื่องก้าวเดินในแต่ละวัน, แคลอรี่ที่เผาผลาญ, แจ้งเตือนเมื่อมีการนั่งเป็นเวลานานๆ เพื่อป้องกันอาการออฟฟิศซินโครม และจะมีโหมด Sleep Tracker เก็บข้อมูลในการนอน และสุดท้ายจะเป็นการบันทึกตัว Workout เกี่ยวกับการออกกำลังกายและเล่นกีฬา

HUAWEI Watch GT

 ในโหมด Workout นั้นมีรองรับหลายอย่าง ทั้งการวิ่ง (วิ่ง, วิ่ง treadmill, วิ่งเทรล), ปั่นจักรยาน (กลางแจ้ง, ปั่นเทรนเนอร์), ว่ายน้ำ, เครื่องเล่นในฟิตเนส ฯลฯ

ออกแบบมาเพื่อการวิ่งและออกกำลังกายโดยเฉพาะ

จริงๆ แล้วHUAWEI Watch GT นั้นออกแบบมาให้ใช้งานเพื่อเก็บข้อมูลของการเล่นกีฬาได้หลายอย่าง แต่ก็มีโหมดที่รองรับในส่วนการวิ่งที่ค่อนข้างครบครันเป็นพิเศษ เพราะเก็บค่าหลายๆ อย่างได้ค่อนข้างละเอียด ตั้งแต่พื้นฐานที่มีระยะทาง, เวลา, แคลอรี่, ขึ้นลงเนิน ฯลฯ ยังมีเก็บค่าขั้นสูงอย่าง VO2Max และมีคำนวณเวลาการพักหลังออกกำลังกายให้ด้วย

รวมไปถึงยังมีโหมดจัดแผนการฝึกซ้อมวิ่ง โดยจะมีเป้าหมายเป็นการวิ่งในระยะต่างๆ ที่มีตั้งแต่ 5K ไปจนถึง Full Marathon ระบบจะกำหนดแผนและวันที่ต้องฝึกซ้อม ถือว่าเหมาะสำหรับคนที่อยากได้เทรนเนอร์เพื่อการซ้อมวิ่งได้อีกด้วย

เรื่องของน้ำหนักตัวเรือนและแบตเตอรี่ เป็นสิ่งที่ดีมาก ด้วยน้ำหนักที่เบามากๆ ใส่แล้วไม่รู้สึกรำคาญ และแบตเตอรี่ที่ใช้ได้ยาวๆ ในระดับที่ใส่วิ่ง Ultra Trail ได้เลย

ทดสอบลองใช้การออกกำลังกาย

ปั่นจักรยาน

เราได้เอาไปทดลองใช้กับการปั่นจักรยาน เส้นทางบนถนนกรุงเทพฯ ในก่อนเริ่มบันทึกกิจกรรม จะมีการ Calibrate สัญญา GPS ที่รอไม่นานมาก ประมาณ 15-30 วินาที ระหว่างที่ปั่นหน้าปัดเลือกแสดงผลได้ทั้งค่าความเร็ว, ระยะทาง หรือจะเปิด หน้าจอแสดงผลมีแสดงผล HR Zone ก็ได้

จบการปั่น ดูผลของการบันทึก ถึอว่าทำได้ค่อนข้างดี สัญญาณ GPS แม่นยำไม่มีหลุด ตัว Heartrate ก็เก็บได้ต่อเนื่องไม่มีช่วงหลุดหรือเพี้ยน หลังจากปั่นแล้วเปิดแอพ HUAWEI Health เพื่อซิงค์ข้อมูลเข้ามาแสดงผลในแอพ ที่ตรงนี้จะดูข้อมูลอย่างละเอียดได้เพิ่มขึ้น ในรูปแบบของกราฟ และแผนที่เส้นทาง ความเร็วในแต่ละ PACE ฯลฯ

แต่ว่าเรื่องของการแชร์ข้อมูลนั้น มีข้อจำกัดอยู่ว่า ทั้งหมดจะไม่สามารถแชร์ไปยังแอพออกกำลังกายอื่นๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็น Strava หรือ Endomondo (จะแชร์ได้แค่กับ Apple Health) แต่ถ้าอยากแชร์ไปโพสต์ในโซเชียล ก็มีทำเป็นการ์ดภาพของแผนที่และสถิติเพื่อไปโพสต์บน Facebook หรือที่อื่นได้อยู่

เก็บข้อมูลการนอนได้อย่างละเอียด

Sleep tracker

ตัวระบบวัดอัตราการเต้นของหัวใจ จะมีเทคโนโลยี  Truseen 3.0 ที่วัดค่าได้แม่นยำมากขึ้นกว่าเดิม และในการเก็บรายละเอียดการนอนนั้นทำได้ถึง 4 ระดับ ที่มีแบบหลับลึก, หลับตื้น, ช่วงที่ตื่น และช่วงหลับฝัน (REM) ถือว่าเก็บละเอียดดีมากๆ และทำการบันทึกให้แบบอัตโนมัติ ไม่ต้องกดเริ่มก่อนนอนและกดหยุดตอนที่ตื่น

สรุป HUAWEI Watch GT คุ้มแค่ไหนกับการออกกำลังกาย

สำหรับHUAWEI Watch GT ราคา เปิดตัวที่ 5990 บาท เป็นราคาที่ถือว่าไม่สูงเลยสำหรับสมาร์ทวอชสำหรับการออกกำลังกาย ที่มีประสิทธิภาพขนาดนี้ ถึงแม้ว่าตอนนี้ตัวระบบแอพนั้นจะยังเชื่อมต่อกับแอพอื่นไม่ได้ แต่ถ้าต้องการเพื่อเอาไว้ใช้สำหรับบันทึกข้อมูล หรือเอาไว้ดูระหว่างที่ออกกำลังกาย ถือว่าเพียงพอแล้ว โดยเฉพาะเรื่องการวิ่งนั้นถือว่าน่าพอใจมาก ตัวแบตเตอรี่ที่อึด ใช้ต่อเนื่องได้นานหลายวัน หรือใช้ต่อเนื่องก็ได้หลายชั่วโมง ใส่วิ่งได้หมดทุกระยะแบบสบายๆ

ข้อจำกัดหลายๆ อย่างที่มีตอนนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ เพราะอาจจะต้องรอให้ทางหัวเว่ยพัฒนาระบบต่อไปในเวอร์ชั่นน่า ที่ดูแล้วตอนนี้น่าจะเอาจริงเอาจังกับ LightOS ที่พัฒนาเองพอสมควร ซึ่งเราน่าจะได้เห็นฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่ช่วยให้ HUAWEI Watch GT มีลูกเล่นการใช้งานที่มากขึ้นกว่าเดิม

HUAWEI Watch GT