รีวิว กล้อง Huawei P30 Pro เด็ดแค่ไหน? ถึงได้ตำแหน่งกล้องสมาร์ทโฟนอันดับ 1

สิ่งที่สร้างความฮือฮามากที่สุดตอนนี้ ก็คือ กล้อง Huawei P30 Pro สมาร์ทโฟนที่ได้คะแนนรีวิว DxOMark สูงถึง 112 คะแนน เชื่อว่าทุกคนคงอยากรู้ว่ามันมีดีขนาดไหนกันเชียว? ทีมงานล้ำหน้าโชว์ เราได้รับเครื่อง Huawei P30 Pro หลังจากเปิดตัวที่ฝรั่งเศสไปไม่ถึงวัน และนี่คือสิ่งที่เราได้ไปลองดูว่า เรื่องกล้องครั้งนี้ดีจริงสมคำร่ำลือหรือไม่

กล้อง Huawei P30 Pro สเปค

รู้จักกับเทคโนโลยีใหม่ กล้อง Huawei P30 Pro

มาทำความรู้จักกับเทคโนโลยีในกล้องของ P30 Pro กันก่อน หัวเว่ยยังคงเดินหน้าพัฒนาและยกระดับการถ่ายภาพบนสมาร์ทโฟน ร่วมกับทาง Leica อย่างต่อเนื่อง ในครั้งนี้จะใช้เป็นกล้องแบบ Leica Quad ที่มีชุดโมดูลกล้อง 4 ตัวผสานทำงานด้วยกัน

  • กล้องหลักมุมกว้าง 40 ล้านพิกเซล f/1.6
  • กล้องเทเลโฟโต้ Super Zoom 5x Optical Zoom 8 ล้านพิกเซล f/2.4
  • กล้องมุมกว้างแบบ Ultra-Wide Angle 20 ล้านพิกเซล f/2.2
  • Huawei Tof Lens ทำงานด้านวัดระยะความลึกวัตถุในภาพ

จะเห็นว่ากล้องทุกตัวอัพเกรดสเปคขึ้นทั้งหมด ไม่ใช่แค่เรื่องความละเอียด แต่มีนวัตกรรมใหม่ใส่มาให้ด้วยในทุกเลนส์

SuperSpectum RYB บัญญัติกฎใหม่แห่งการถ่ายภาพ!

SuperSpectum RYB

เริ่มด้วยตัวกล้องหลักแบบมุมกว้าง ใช้เป็น 40 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/1.6 ที่กว้างและรับแสงในเวลากลางคืนที่ดี แต่หัวเว่ยไม่ได้หยุดแค่นั้น เพราะได้พัฒนาตัวเซนเซอร์รับแสงแบบใหม่ ที่ชื่อว่า SuperSpectum

แต่ก่อนแต่ไร เรารู้กันดีว่าแม่สีทางแสงคือ 3 สีหลักคือ RGB หรือ แดง เขียว น้ำเงิน แต่หัวเว่ยได้ทำการวิจัยและพัฒนา และพบว่า เซนเซอร์ภาพที่รับค่าแสงสีเหลือง จะช่วยในการเก็บรายละเอียดในเวลาที่ถ่ายภาพแสงน้อยได้มากกว่าเดิม จึงพัฒนาและ custom เซนเซอร์ภาพให้รับแสงเป็น RYB หรือ แดง เหลือง น้ำเงินแทน

พี่หลามมีคลิปวิเคราะห์ เจาะสเปคของกล้อง Huawei P30 Pro ไว้แล้ว ลองดูกันได้เลย

พลังของการซูมภาพ ที่ทำให้ทุกช๊อตไม่ไกลเกินเอื้อม

Periscope Optical Zoom

การออกแบบตัวเลนส์ใหม่ เป็นแบบ Periscope ที่เปลี่ยนการรับภาพที่เซนเซอร์เป็นแนวขวาง ให้มีระยะในการเรียงชิ้นเลนส์เพื่อทำ Optical Zoom ได้มากขึ้นโดยไม่ทำให้ตัวเครื่องมีขนาดที่หนากว่าเดิม

ด้วยการออกแบบลักษณะนี้ ทำให้ตัวเลนส์ Super Zoom สามารถซูมภาพแบบออพติคอลได้ระยะ 5x โดยไม่สูญเสียความคมชัด ซูมแบบ Hybrid Zoom ได้ 10x และซูมแบบ Digital ซูมที่ดันไปได้ถึง 50x

ในระยะซูมแบบ Hybrid และ Digital นั้น จะมีตัวระบบกันสั่น AIS (AI Image Stabilizing) และ OIS (Optical Image Stabilizing) ที่มีในกล้องหลักและกล้องซูม ช่วยให้ภาพที่ซูมไกลๆ ยังรักษาความคมชัดได้เทียบเคียงกับการซูมแบบออพติคัล

เอาเป็นว่า พลังซูมของ Huawei P30 Pro จะชวนตะลึงขนาดไหน เชิญชมภาพที่เราทดลองถ่ายมาให้ดูกันเองเลยละกัน

เราทดสอบถ่ายภาพภายในอาคาร สภาพแสงปกติ ระยะ Ultra-Wide เก็บมุมมองที่กว้าง ในเรื่องของการซูมในระยะ Optical 5x รายละเอียดทุกอย่างมีความคมชัด มาระยะ Hybrid คุณภาพก็ยังถือว่าอยู่ในระดับที่ดี พอเริ่มเข้าสู่ระยะของ Digital Zoom ที่ 25x ความคมชัดก็ยังอยู่ในระดับที่รับได้ และเมื่ออัดไปสุด 50x อาจจะมีการเบลอขอบภาพอยู่บ้างเล็กน้อย แต่โดยรวมแล้วถือว่าทำได้อย่างน่าทึ่งมากๆ ที่สมาร์ทโฟนจะสามารถซูมภาพได้ไกลขนาดนี้

คราวนี้เรามาลองซูมในเวลากลางคืนที่แสงน้อยกันบ้าง จากที่ทดสอบ ตั้งแต่ระยะ Ultra-Wide ถึง Hybrid 10x ทำได้ดีทั้งเรื่องของความคมชัด สีสัน และรายละเอียดในภาพ แต่พอเป็น Digital ก็จะมีเรื่องของ noise ที่เกิดขึ้นค่อนข้างชัด อันนี้ถือว่าเป็นปกติ เพราะกับกล้องโปรที่ซูมในระยะไกลก็จะเจอปัญหาแบบนี้ด้วยเช่นกัน

กล้อง Huawei P30 Pro เปลี่ยนความมืดมิด ให้สว่างชัดยิ่งกว่าตาเห็น!

ความสว่างในการถ่ายภาพกลางคืนของ P30 Pro ครั้งนี้หัวเว่ยบอกว่า มันทำงานได้ดีชนิดที่เรียกว่า “มันคือกล้อง Night-Vision” กันเลยทีเดียว คือสามารถถ่ายภาพในสภาพแสงที่มืดระดับมองอะไรไม่เห็น ให้เห็นเหมือนว่าถ่ายในสภาพแสงปกติได้

ตัวกล้องสามารถดันค่า ISO ในการถ่ายภาพกลางคืนขึ้นไปได้สูงมากๆ สูงถึง 409,600 ซึ่งไม่เคยมีกล้องมือถือตัวไหนทำได้มาก่อน ส่วนเรื่องของ noise ที่เกิดขึ้น ตัว AI และระบบของกล้องก็เข้าไปช่วยปรับแต่งให้มีปริมาณที่น้อยลง

การทดสอบ จะเป็นห้องที่มืดมากๆ ในห้องมีเพียงหลอดไฟดวงเล็กๆ ห้อยอยู่ เราถ่ายเทียบกับสมาร์ทโฟนแบรนด์อื่นให้เห็นว่า ห้องนั้นมืดขนาดไหน เมื่อเทียบกับจะเห็นได้เลยว่า กล้อง Huawei P30 Pro นั้นเก็บภาพในที่มืดเกือบสนิท ให้เห็นสว่างชัดเหมือนใส่กล้อง Night-Vision เลย

เทียบให้เห็นกันชัดๆ ว่าในห้องที่ทดสอบถ่ายภาพนั้นมืดขนาดไหน และ P30 Pro ก็ยังเก็บภาพได้สวยเหมือนเดิม

ตัวอย่างการถ่ายหลอดไฟ จะเห็นว่า Brand A นั้นสภาพแสงจะจ้ามาก จนหลายจุดสว่างจนมองไม่เห็นรายละเอียด ส่วนฉากในที่มืดก็สว่างเกินไป แต่กับทาง P30 Pro ทำการเก็บภาพโดยให้ตัวหลอดไฟมีความสว่าง แต่ไม่จ้าจนมองไม่เห็นเป็นดวงไฟ และส่วนด้านหลังที่มีรายละเอียดก็คมชัดและไม่ขาวโพลน

อันนี้เป็นบททดสอบความโหดของค่า ISO ที่เราเลือกปรับได้มากสุดถึง ISO 409600 จะเห็นเลยว่าภาพสว่างเหมือนอย่างกับถ่ายตอนกลางวัน แต่จริงๆ แล้วนี่คือภาพถ่ายตอนเวลาเที่ยงคืน

ในการถ่ายในโหมด Photo ตัว AI ของกล้องจะปรับเวลาเจอสภาพแสงน้อยมากๆ เต็มที่จะอยู่ราวๆ ISO 6400 – 25600 ที่ถือว่าค่อนข้างมาก แต่ถ้าอยากได้สุดๆ เราจะเลือกปรับได้ที่โหมด Pro

Portrait สวยมีมิติที่เหนือชั้น

ด้วยคุณสมบัติของกล้อง Huawei TOF lens ที่เป็นเทคโนโลยีการวัดระยะของวัตถุด้วยการยิงเลเซอร์ไปยังวัตถุและสะท้อนกลับมาที่เซนเซอร์ ตัว TOF นั้นสามารถวัดระยะมิติของวัตถุได้ละเอียด ได้หลายชั้นและซับซ้อนมากกว่ากล้อง depth ที่เคยมีมา ชนิดที่ว่า สามารถแยกเลเยอร์ความลึกของภาพได้หลายชั้น เป็นหน่วยมิลลิเมตรเลยทีเดียว

ด้วยประสิทธิภาพของ Huawei Tof Lens จึงช่วยให้การถ่ายภาพ Portrait ของ Huawei P30 Pro นอกจากตัวแบบบุคคลด้านหน้าจะสวยงามแล้ว การแยกจากฉากหลัง ขอบก็จะมีความเนียนและไล่เฟดให้ไม่โดดจากพื้นหลังจนผิดธรรมชาติ แล้วในฉากหลังการเบลอของโบเก้ก็มีการทำได้หลายระดับ ไม่ได้ทำเป็นระดับเดียวเท่ากันทั้งภาพ คราวนี้พื้นหลังที่เบลอจึงสวยและใกล้เคียงกับการเบลอด้วยเลนส์จริงมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ TOF ยังช่วยเรื่องการจับโฟกัสภาพ ที่ทำได้แม่นยำ รวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นสภาพแสงกลางวันกลางแจ้ง หรือตอนกลางคืนที่มีแสงน้อย

AI ก็เป็นอีกส่วนที่ช่วยมาให้การถ่าย Portrait สวยยิ่งขึ้น ด้วย AI HDR+ ที่จัดการเรื่องของแสงให้ทั้งตัวบุคคลและฉากหลังสว่างสดใสทั้งคู่

กล้อง Huawei P30 Pro

ถ่ายภาพ Portrait ในสภาพแสงปกติ กลางแจ้ง จะเห็นว่านางแบบกับฉากหลังแยกจากกันแบบเนียนๆ ส่วนแขนและเสื้อผ้าตัดขอบคมชัดเจน ส่วนที่เป็นผมจะมีไล่เบลอเล็กน้อย ส่วนฉากหลังก็มีการเบลอในระดับที่เป็นธรรมชาติ

มาลองถ่าย Portrait ในสภาพแสงน้อยกันบ้าง ตัวนางแบบนั้นสีผิวและความคมชัดทำได้ดี ส่วนฉากหลังจะเห็นว่า มีการเบลอที่ไม่เท่ากันในแต่ระยะ ซึ่งทำให้มองดูแล้วสวยงามสมจริง ให้อารมณ์ใกล้เคียงกับการเบลอด้วยเลนส์ในกล้องโปรมากขึ้น

กล้องหน้าถ่ายเซลฟี่ ที่ชวนให้หลงไหล

สเปคกล้องหน้าของ P30 Pro ถือว่าไม่ธรรมดา เพราะให้มาถึง 32 ล้านพิกเซล f/2.0 รูรับแสงถือว่ากว้างมากสำหรับกล้องหน้า ที่ช่วยเรื่องของแสงเวลาถ่ายเซลฟี่ และยังมีเรื่อง AI และระบบซอฟท์แวร์มาช่วยให้การถ่ายเซลฟี่ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนอย่างเห็นได้ชัด

การถ่ายเซลฟี่ด้วยกล้องหน้า P30 Pro ทำได้ดีน่าประทับใจ การปรับ Beauty ผิวเนียนทำได้เป็นธรรมชาติ ปรับรูปแบบการเบลอของฉากหลังได้หลายแบบ

สรุปหลังลองใช้ กล้อง Huawei P30 Pro คือมาตรฐานใหม่ของกล้องมือถือ ที่สุดยิ่งกว่าเดิม

เดิมที กล้องของ P20 Pro และ Mate 20 Pro ที่ออกมาในปีที่แล้ว เราก็รู้สึกว่ามันถ่ายรูปได้ดีมาก จนรู้สึกว่ามันถึงขีดสุดของการพัฒนาแล้วหรือยัง หัวเว่ยจะทำให้ดีขึ้นกว่าเดิมได้อีกหรือไม่

และ Huawei P30 Pro ก็สร้างความประจักษ์ให้กับเราแล้วว่า นี่ไม่ใช่แค่การอัพเกรดเพิ่มสเปคให้ดูเป็นรุ่นใหม่ แต่เอาของเดิมที่ดีอยู่แล้ว มาต่อยอดแล้ว “เปลี่ยนใหม่” ทั้งหมด เพื่อทลายข้อจำกัดของเทคโนโลยีเดิมที่ทำไม่ได้ กลายเป็นกล้องบนสมาร์ทโฟนที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยมีมา

Huawei P30 Pro ถ่ายภาพออกมาได้ดีในทุกสถานการณ์ด้วยสมาร์ทโฟนเพียงเครื่องเดียว ทุกคนสามารถถ่ายภาพออกมาได้สวย เพราะกล้องจะช่วยจัดการให้ทุกอย่าง ทั้งเรื่องสี ความคมชัด ให้เหมาะกับภาพที่ถ่าย เรามีหน้าที่เพียงแค่หยิบออกมา เลือกโหมด เล็ง แล้วถ่าย แค่นี้ก็ได้ภาพสวยๆ ทันที

ถ้าให้เรานิยาม คงต้องบอกว่า “Huawei P30 Pro คือสมาร์ทโฟนที่เปลี่ยนให้ทุกคนกลายเป็นช่างกล้องมือโปรฯ” คะแนนรีวิว 112 คะแนนจาก DxOMark ถือว่าสมศักดิ์ศรีแล้วที่จะให้เป็นสมาร์ทโฟนที่ถ่ายรูปได้ดีที่สุดตอนนี้