Amazon เตรียมฉายซีรี่ส์ไอ้มนุษย์เห็บ The Tick ตอนแรกทาง Twitch

เป็นเวลากว่าสองปีแล้วที่ Amazon เข้าซื้อกิจการบริการสตรีมมิ่งอย่าง Twitch ที่มีฐานผู้ใช้เป็นกลุ่มผู้เล่นเกมเป็นหลัก (ใช้บริการเพื่อการสตรีมการเล่นเกมนั่นเอง) ซึ่งหลังจากที่ Amazon ได้ซื้อกิจการมา  ก็ยังไม่ได้เอา Twitch มาทำอะไรมากมายนัก

และแล้วในที่สุด Amazon ก็ได้เอา Twitch มาลองใช้ในแนวใหม่ๆ กับการใช้มันสตรีมซีรี่ส์ของ Amazon เองครับ

คือทาง Amazon นั้นมีบริการขายหนังขายซีรี่ส์ออนไลน์อยู่  รวมถึงมีบริการแบบจ่ายรายเดือนดูไม่อั้นอย่าง Amazon Prime อยู่ด้วยเช่นกัน (อารมณ์เหมือน Netflix) ซึ่งทาง Amazon เองก็เอาจริงเอาจังกับบริการนี้ถึงขนาดลงทุนทำหนังและซีรี่ส์ที่ฉายเฉพาะบน  Amazon Prime เลยทีเดียว  ซึ่งการเอาตอนแรกของซีรี่ส์มาออกอากาศบน Netflix ให้ดูกันได้ฟรีๆ นั้นก็เพื่อใช้เรียกลูกค้าให้ไปสมัครบริการและดูต่อกันบน Amazon Prime นั่นเอง

สำหรับซีรี่ส์ที่จะเอามาออกอากาศจะมีทั้งหมด 3 เรื่องด้วยกันครับ  โดยเรื่องแรกเป็นซีรี่ส์ไอ้มนุษย์เห็บ The Tick ที่เป็นการรีเมคขึ้นมาจากซีรี่ส์ชิทคอมชื่อเดียวกันนี้ที่เคยออกอากาศเมื่อปี 2001 (ซึ่งซีรี่ส์ก็ดัดแปลงมาจากคอมมิคชื่อเดียวกันนี้อีกต่อหนึ่ง) โดยซีรี่ส์ชุดนี้ได้ Peter Serafinowicz ซึ่งเคยรับบท Darth Maul ใน Star Wars มารับบทนำเป็นไอ้มนุษย์เห็บครับ

เรื่องที่สองคือซีรี่ส์คอมเมดี้ I Love Dick ที่ได้ Kevin Bacon และ Kathryn Hahn มารับบทนำ  และเรื่องสุดท้ายคือภาพยนตร์คอมเมนดี้ Jean-Claude Van Johnson แสดงนำโดย Jean-Claude Van Damme

ทั้งสามเรื่องมีกำหนดออกอากาศในวันที่ 31 สิงหาคมนี้  และจะออกอากาศให้ชมเพียงแค่ 24 ชั่วโมงเท่านั้น  ซึ่งหากใครเป็นสมาชิก Amazon Prime อยู่แล้ว (คนไทยสมัครได้นะครับ  แต่อาจจะต้องใช้ที่อยู่อเมริกา  เหมือนกับการซื้อเกมบน Amazon นั่นแหละ) จะสามารถรับชมได้ตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคมครับ

ความเห็นของเรา

ปัจจุบันนี้มีบริการให้ดูหนังออนไลน์แบบถูกกฎหมายเยอะมาก  อย่างในบ้านเราก็มีทั้ง Netflix, iFlix, HOOQ, Hollywood HD, ฯลฯ เยอะแยะไปหมด  ซึ่ง Amazon เองก็เป็นอีกหนึ่งเจ้าที่โดดเข้ามาร่วมวงบริการดูหนังออนไลน์ด้วย

ปัญหาดั้งเดิมเลยของบริการเหล่านี้นั่นคือหนังค่อนข้างเก่า  และค่ายหนังไม่อยากเอาหนังชนโรงมาลงบริการเหล่านี้มากนัก  ดังนั้นแล้วรายใหญ่ของวงการ  อย่างเช่น Amazon และ Netflix เลยหันมาลงทุนผลิตเนื้อหาแบบ Exclusive ลงบริการของตัวเองกันเสียเลยครับ (อย่างเช่นซีรี่ส์ House of Cards หรือ Daredevil ของ Netflix หรือซีรี่ส์ที่ว่าด้วยโลกที่อักษะชนะสงครามโลกอย่าง The Man in The High Castle ของ Amazon) ซึ่งแน่นอนว่าผู้ให้บริการเหล่านี้ก็ใช้เนื้อหาเหล่านี้นั่นแหละในการโปรโมตให้คนหันมาสมัครใช้บริการกันมากขึ้น

ดังนั้นแล้วทั้งผลประโยชน์และความกระเป๋าฉีกก็จะตกมาอยู่ที่ลูกค้าอย่างเราๆ อีกนั่นเองครับ  ที่ต้องลุยสมัครมันทุกบริการเลย  ก็เล่นทำออกมาซะสนุกน่าติดตามขนาดนั้น ?

ที่มา – Engadget